เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ศึกแชมป์ชิงแชมป์สเปน VS อาร์เจนตินาใครชนะก็ได้ใจคนดูทั้งคู่
SD ศึกแชมป์ชิงแชมป์สเปน VS อาร์เจนตินาใครชนะก็ได้ใจคนดูทั้งคู่
‘อิมแพ็ค’ ยกระดับด้านดิจิทัล ปั้นเมืองทองฮับอีเวนต์โลก
Business ‘อิมแพ็ค’ ยกระดับด้านดิจิทัล ปั้นเมืองทองฮับอีเวนต์โลก
นายกฯ โรดโชว์คุย 4 บริษัทชั้นนำจีน ดันไทยฐานผลิต EV–AI
Politics นายกฯ โรดโชว์คุย 4 บริษัทชั้นนำจีน ดันไทยฐานผลิต EV–AI
เปิดเส้นทางฝัน ‘เนเน่ รอยัล’ และพ่อที่ ‘ขายจิตวิญญาณเพื่อลูก’
SD เปิดเส้นทางฝัน ‘เนเน่ รอยัล’ และพ่อที่ ‘ขายจิตวิญญาณเพื่อลูก’
‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวคึกคัก
World ‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวคึกคัก
อธิบดีบัญชีกลาง แจงปมข้าราชการใหม่ จะได้สวัสดิการแบบใหม่ ระบุยังอยู่ขั้นตอนศึกษา รับอนาคตอาจยืดหยุ่นขึ้น
Finance อธิบดีบัญชีกลาง แจงปมข้าราชการใหม่ จะได้สวัสดิการแบบใหม่ ระบุยังอยู่ขั้นตอนศึกษา รับอนาคตอาจยืดหยุ่นขึ้น
นายกฯ เผยนักลงทุนจีน มั่นใจไทย ลั่นจะไม่ให้ทุจริตบั่นทอนความเชื่อมั่น
Politics นายกฯ เผยนักลงทุนจีน มั่นใจไทย ลั่นจะไม่ให้ทุจริตบั่นทอนความเชื่อมั่น
มั่นใจเต็มร้อย “มรดกโลกเชียงใหม่” เน้นย้ำคุณค่าและความยั่งยืน
เศรษฐกิจภูมิภาค มั่นใจเต็มร้อย “มรดกโลกเชียงใหม่” เน้นย้ำคุณค่าและความยั่งยืน
รบ.ปรับแผนศึกษา ‘แลนด์บริดจ์’ เชื่อมระบบราง-ถนน อัพเกรดท่าเรือระนอง-ชุมพร
Politics รบ.ปรับแผนศึกษา ‘แลนด์บริดจ์’ เชื่อมระบบราง-ถนน อัพเกรดท่าเรือระนอง-ชุมพร
รัฐบาลเร่งเครื่องดึงการลงทุนจีน นายกฯ เปิด BOI เฉิงตู ชวนมาปักหมุดไทย
Politics รัฐบาลเร่งเครื่องดึงการลงทุนจีน นายกฯ เปิด BOI เฉิงตู ชวนมาปักหมุดไทย
ดูทั้งหมด

แบงก์มึน”NPLย้อนกลับ”พุ่ง5หมื่นล้าน หวั่นลามกระทบ”ตกงาน”เพิ่ม

14 ก.พ. 2563 | 13:08น.

ธปท.บี้แบงก์พาณิชย์เร่งมาตรการปรับโครงสร้างหนี้เชิงรุก หวั่นปมหนี้เสียลามกระทบ “ตกงาน” พุ่ง กสิกรฯยอมรับเอ็นพีแอลขึ้นยกแผง แถมเจอกลุ่มหนี้เสียย้อนกลับ “ยืดหนี้” แล้วยังไปไม่รอด จับตากลุ่มเสี่ยง “ท่องเที่ยว-รับเหมา-ค้าปลีก” เจอฟาดหางจาก “งบประมาณล่าช้า-ไวรัสโคโรน่า” “ทีเอ็มบี” เผยปีที่ผ่านมา กลุ่มหนี้เสียซ้ำซาก ทะลุ 5.7 หมื่นล้าน

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า จากการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อ 5 ก.พ.มีมติเอกฉันท์ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% มาอยู่ที่ 1% ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ เนื่องจาก กนง.ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปี 2563 มีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประมาณการไว้ จากผลกระทบไวรัสโคโรน่า-งบประมาณล่าช้า และภัยแล้ง จึงลดดอกเบี้ยเพื่อช่วยลดผลกระทบจากปัจจัยลบที่เกิดขึ้น รวมทั้งสนับสนุนสภาพคล่องและการปรับโครงสร้างหนี้ให้กับภาคธุรกิจและครัวเรือน ถือเป็นการส่งสัญญาณชัดถึงความกังวลของปัญหาหนี้เสียของธปท.

หวั่นปมหนี้เสียลาม “ตกงาน”

สอดคล้องกับที่นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า “ในภาวะที่ประเทศไทยเจอความเสี่ยงลูกใหญ่หลายลูกมาพร้อมกัน ซึ่งเป็นเหตุผลหลักให้ กนง.มีมติเอกฉันท์และส่งสัญญาณชัดเจนผ่านการลดดอกเบี้ย 0.25% และเร่งประสานความร่วมมือในการสนับสนุนให้เกิดการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้มีผลชัดเจน”

พร้อมระบุว่า ธปท.ได้ประสานงานกับกระทรวงการคลัง สมาคมธนาคารไทย และธนาคารพาณิชย์ เพื่อเร่งช่วยเหลือดูแลผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า โดยให้ธนาคารจัดตั้งทีมดูแลพิเศษในเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้เชิงรุก และดูแลลูกจ้างในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เนื่องจาก ธปท.ไม่อยากให้ผู้ประกอบการเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ซึ่งจะกระทบต่อการจ้างงาน และหากไม่ได้รับการดูแลจะเกิดผลข้างเคียงใหญ่ขึ้น

ทั้งนี้ จากข้อมูลตัวเลขเอ็นพีแอลย้อนหลังจาก 3 ปี (2560-2562) ของ 5 ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ แม้ว่าในส่วนของหนี้เสียที่บางธนาคารจะมีการปรับลดลงบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากที่มีการตัดขายหนี้เสียออกไป แต่ขณะเดียวกันก็พบว่าในส่วนของกลุ่มหนี้ SM (special mention) หรือหนี้ที่ค้างชำระตั้งแต่ 1-3 เดือน ของทุกแบงก์เพิ่มขึ้นสูงมาก เป็นสัญญาณว่ากลุ่มลูกหนี้กำลังมีปัญหาการชำระหนี้พุ่งสูง ซึ่งหากไม่เร่งเข้าไปปรับโครงสร้างหนี้ก็จะเสี่ยงเป็นหนี้เสียเกิดขึ้น

กสิกรฯชี้หนี้เสียซ้ำซาก 20%

นายจงรัก รัตนเพียร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจัยเศรษฐกิจชะลอตัวและการระบาดของไวรัสโคโรน่าที่เข้ามาซ้ำเติมถือเป็นโจทย์ยากในปีนี้ในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ สะท้อนจากสัญญาณลูกค้าที่เข้ามาขอปรับโครงสร้างหนี้ และในส่วนที่ธนาคารเข้าไปช่วยลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ธนาคารได้เข้าไปช่วยเหลือ ทั้งยืดการชำระหนี้ ลดภาระเงินผ่อนตามความสามารถของลูกค้า เป็นต้น ซึ่งลูกค้าที่มีศักยภาพก็กลับมาเป็นหนี้ปกติได้ แต่ก็มีจำนวนมากที่ปรับโครงสร้างเป็นหนี้ปกติและย้อนกลับมาเป็นหนี้เสียอีกรอบ (re-entry) ซึ่งปัจจุบันพบว่ามีสัดส่วนประมาณ 20% ของพอร์ตสินเชื่อรวมของธนาคาร โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ถูกกระทบจากการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ขณะที่ลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และรายย่อยมีสัดส่วนไม่มากเมื่อเทียบกับเอสเอ็มอี

“เราก็พยายามประคองลูกค้ากันไป แต่ในภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว และมีปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ เกิดขึ้นซ้ำ ยอมรับว่ามีลูกค้าที่ปรับโครงสร้างแล้ว ทั้งยืดผ่อนชำระให้ก็ยังไปไม่รอด ไหลกลับมาเป็นหนี้อีก”

เอ็นพีแอลขึ้นยกแผง

นายจงรักกล่าวว่า แนวโน้มหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในปีนี้ มองว่ามีโอกาสเพิ่มขึ้นทั้งระบบ ซึ่งเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจ ประกอบกับธนาคารกสิกรไทยมีแนวทางการบริหารจัดการเอ็นพีแอลที่แตกต่างในระบบ คือจะเก็บเอ็นพีแอลไว้บริหารเองแทนการตัดขายออก เพื่อให้ได้มูลค่าผลตอบแทนที่ดีขึ้นในระยะยาว ส่งผลให้เอ็นพีแอลมีทิศทางเพิ่มขึ้น แต่จะอยู่ในกรอบที่ตั้งไว้ 3.6-4%

ขณะที่นายเสนธิป ศรีไพพรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจ ธนาคารทหารไทย (TMB) กล่าวว่า ธนาคารเตรียมดูโปรดักต์โปรแกรมที่จะออกมาช่วยเหลือลูกค้าธุรกิจเอสเอ็มอีในการปรับโครงสร้างหนี้ตามกฎเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ต้องการให้ธนาคารช่วยเหลือลูกค้า ซึ่งมีลูกค้าขอปรับโครงสร้างหนี้ต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากเศรษฐกิจชะลอตัวและคุณภาพสินเชื่อเอสเอ็มอีที่ไม่ดีตั้งแต่ปีที่แล้ว

จับตา “ท่องเที่ยว-รับเหมา”

นายเสนธิปกล่าวว่า กลุ่มที่เข้ามาปรับโครงสร้างหนี้ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มธุรกิจค้าขายและการบริโภคอุปโภค เนื่องจากการใช้จ่ายในประเทศชะลอตัวจึงกระทบกับลูกค้ากลุ่มนี้ ส่วนกลุ่มส่งออกทยอยปรับตัวได้แล้วหลังจากได้รับผลกระทบมานาน อย่างไรก็ดี กลุ่มที่ธนาคารติดตามใกล้ชิดตอนนี้ก็คือกลุ่มท่องเที่ยว ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรน่าระบาด รวมทั้งกลุ่มรับเหมา และวัสดุก่อสร้าง ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2563 ล่าช้า แม้ว่าปัจจุบันยังไม่เห็นสัญญาณการผิดนัดชำระหรือเข้ามาขอปรับโครงสร้างหนี้ก็ตาม

“การปรับโครงสร้างหนี้ธนาคารจะต้องทำให้สมดุล เพราะ ธปท.ก็กำกับอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้กระทบหลักเกณฑ์การกำกับ ขณะเดียวกันก็ไม่อยากให้การช่วยเหลือทำให้รู้สึกว่าเสียวินัยทางการเงินไป”

นายโชคชัย คุณาวัฒน์ รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ขณะนี้ตัวเลขหนี้เสียย้อนกลับ re-entry เพิ่มขึ้นตามสัญญาณภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว รวมถึงปัจจัยภัยแล้งที่เข้ามากระทบ ส่งผลกระทบความสามารถในการผ่อนชำระของลูกค้าลดลง โดยส่วนใหญ่จะกระจายในทุกผลิตภัณฑ์ ทั้งในส่วนของสินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อบุคคล และสินเชื่อประเภทอื่นด้วย

เอ็นพีแอลขึ้นต่ออีก 2 ปี

นายนริศ สถาผลเดชา หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า แนวโน้มหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ที่เพิ่มขึ้นใหม่ยังอยู่ในระดับสูงนับตั้งแต่ครึ่งปีหลังของปี 2562 สำหรับไตรมาสที่ 4/2562 พบว่ามีเอ็นพีแอลเกิดขึ้น 5.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นเอ็นพีแอลย้อนกลับ คือกลุ่มที่ปรับโครงสร้างหนี้แล้วกลับมาเป็นหนี้เสียซ้ำประมาณ 2 หมื่นล้านบาท เป็นสัดส่วนเกือบ 40% ของหนี้เสียที่เกิดขึ้น ซึ่งกลุ่มนี้ก็จะมีความเสี่ยงในการปรับโครงสร้างหนี้ ขณะที่ตัวเลขเอ็นพีแอลที่ลดลง ณ ไตรมาส 4 อยู่ที่ประมาณ 7.2 หมื่นล้านบาท โดยมาจากปรับโครงสร้างหนี้ราว 1.7 หมื่นล้านบาท

โดยในช่วงปี 2562 พบว่าเอ็นพีแอลทั้งระบบเพิ่มขึ้นราว 2.07 แสนล้าน ซึ่งเป็นเอ็นพีแอลย้อนกลับประมาณ 5.7 หมื่นล้าน

ทั้งนี้ หากแยกตามรายอุตสาหกรรมจะพบว่าเอ็นพีแอลที่เพิ่มในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2562 จะเป็นกลุ่มค้าปลีกค้าส่ง 6 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 39% และภาคการผลิต 4.33 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 28%, กลุ่มก่อสร้าง-เรียลเอสเตต2.62 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 17% กลุ่มบริการ 1.48 หมื่นล้านบาท สัดส่วน 10% และกลุ่มอื่น ๆ 9,272 ล้านบาท

โดยจากตัวเลขหนี้เสียดังกล่าวข้างต้นเป็นหนี้เสียประเภท re-entry จากภาคการผลิต 1.55 หมื่นล้านบาท, กลุ่มค้าปลีกค้าส่ง 9,214 ล้านบาท, กลุ่มก่อสร้าง-อสังหาฯ 5,443 ล้านบาท และธุรกิจบริการ 4,164 ล้านบาท ซึ่งก็พบว่ากลุ่มหนี้เสียที่ผ่านการปรับโครงสร้างหนี้แล้วกลับมาเป็นหนี้เสียซ้ำนั้นมีเพิ่มมากขึ้นด้วย

“ขณะที่ทิศทางเอ็นพีแอลและปรับโครงสร้างหนี้ปี”63 และปี”64 ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งสอดคล้องกับ ธปท.ต้องการให้ช่วยเหลือลูกค้าผ่านการปรับโครงสร้างหนี้ โดยเซ็กเตอร์ที่จะเห็นการปรับโครงสร้างหนี้เพิ่มขึ้นน่าจะเป็นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง-วัสดุอุปกรณ์ เพราะตลาดอยู่ในช่วงขาลง ส่วนกลุ่มที่น่าเป็นห่วงและต้องติดตามใกล้ชิดก็คือกลุ่มท่องเที่ยวบริการ ที่ได้รับผลจากไวรัสโคโรน่า ซึ่งธนาคารพาณิชย์และ ธปท.พยายามออกมาตรการมาช่วยเหลืออยู่”