มองแนวโน้มราคาทองคำ เมื่อสถานการณ์ไวรัสโคโรน่าดีขึ้น

คอลัมน์ สถานีลงทุน โดย ธนรัชต์ พสวงศ์ ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส

ราคาทองคำในช่วงครึ่งเดือนแรกของเดือนกุมภาพันธ์ยังเคลื่อนไหวในระดับที่สูง

หลังจากที่ในช่วงครึ่งเดือนหลังของเดือนมกราคมทองคำถูกแรงเทขายออกมา เนื่องจากสถานการณ์ตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย และมีการลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกระหว่างสหรัฐและจีนในวันที่ 15 มกราคม 2563 ซึ่งเดือนกุมภาพันธ์ราคาทองคำได้รับปัจจัยหนุนจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าที่เกิดขึ้นในจีนช่วงใกล้เทศกาลตรุษจีน และได้ขยายวงกว้างไปอีก 27 ประเทศ รวมถึงไทย ทำให้คาดว่าจะกระทบต่อการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของจีนที่เป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก รวมไปถึงเศรษฐกิจของประเทศอื่น ๆ ด้วย

หลังจากในปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจจีนขยายตัว 6% ซึ่งเป็นอัตราต่ำที่สุดในรอบเกือบ 30 ปี เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า ในปีนี้ผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโคโรน่าส่งผลให้เศรษฐกิจจีนคาดชะลอตัวลง ซึ่งรัฐบาลจีนก็ได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐ และสั่งภาคธนาคารให้ปล่อยเงินกู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำเพื่อช่วยเหลือภาคธุรกิจและผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโคโรน่า

ส่วนผลกระทบด้านห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) ที่เกิดจากไวรัสโคโรน่าทำให้ภาคการผลิตของสหรัฐคาดอาจจะมีปัญหาเช่นกัน หากบริษัทสหรัฐขาดแคลนชิ้นส่วนในการผลิตสินค้าจากจีน



สำหรับประเด็นที่คาดจะมีผลกระทบต่อราคาทองคำในช่วง 1 เดือนข้างหน้า คือ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ การประชุมธนาคารกลางยุโรป การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน ธปท. และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ

สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าในขณะนี้เริ่มดีขึ้นบ้าง โดยจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เริ่มลดลง ซึ่งนายโซ่ง หนานชาน ผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยาของจีน ซึ่งท่านนี้เป็นที่รู้จักทั่วโลกในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (SARS) ในปี 2546 ได้แสดงความเห็นว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าในจีนจะแตะระดับสูงสุดในเดือนกุมภาพันธ์ ก่อนที่จะทรงตัวและเบาบางลงในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ คาดการณ์ว่าในเดือนเมษายนที่อากาศร้อนขึ้น สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าน่าจะคลี่คลายลง ทำให้ราคาทองคำขาดปัจจัยบวกในประเด็นนี้ ส่วนการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ คาดการณ์มีมติตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่เดิม แต่ที่น่าสนใจคือการแถลงของธนาคารกลางสหรัฐหลังการประชุมถึงแนวโน้มนโยบายดอกเบี้ยในปีนี้ ซึ่งการแถลงนโยบายการเงินรอบครึ่งปีของประธานเฟดต่อสภาคองเกรสเมื่อวันที่ 11-12 กุมภาพันธ์ ประธานเฟดส่งสัญญาณที่จะดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงิน โดยแถลงว่าเฟดจะรักษาอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำ รวมทั้งจะเข้าซื้อพันธบัตรระยะยาวในมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ถ้าภาวะเศรษฐกิจสหรัฐตกต่ำ

เงินบาทอ่อนค่าลง ส่งผลบวกต่อราคาทองแท่งในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

เงินบาทมีทิศทางอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วในเดือนกุมภาพันธ์ เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าทำให้มีแรงเทขายเงินบาทและเม็ดเงินจากต่างประเทศไหลออกจากตลาดหุ้นไทย หลังจากปี 2562 เงินบาทแข็งค่าขึ้นถึง 2.50 บาท หรือราว 8% ในปีนี้เงินบาทอ่อนค่าลงราว 1.40 บาท ส่งผลบวกต่อราคาทองแท่งในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งมีผลทำให้ราคาทองแท่งในประเทศเพิ่มขึ้นถึง 900 บาท

ระยะสั้นราคาทองคำ spot คาดจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,535-1,590 ดอลลาร์/ออนซ์


โดยแนะนำเข้าซื้อเมื่อราคาทองคำ spot ปรับตัวลงมาบริเวณ 1,550 ดอลลาร์/ออนซ์ และ 1,535 ดอลลาร์/ออนซ์ หรือราคาทองแท่งในประเทศ 23,500 และ 23,350 บาท และขายทำกำไร เมื่อราคา spot ปรับขึ้นมาที่ 1,580 ดอลลาร์/ออนซ์ และ 1,590 ดอลลาร์/ออนซ์ หรือราคาทองแท่งในประเทศ 23,350 บาท และ 23,450 บาท

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ