เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
Columns ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
คุยกับเศรษฐา : แก้วิกฤตข้อมูลน้ำได้ ก็แก้ปัญหาน้ำได้
Columns คุยกับเศรษฐา : แก้วิกฤตข้อมูลน้ำได้ ก็แก้ปัญหาน้ำได้
แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
Finance แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
ประคับประคองเศรษฐกิจ
Columns ประคับประคองเศรษฐกิจ
COM7-SPVI-CPW-ADVANC-TRUE รับอานิสงส์ iPhone 18 จับตาแรงซื้อรอบเปลี่ยนเครื่อง
Finance COM7-SPVI-CPW-ADVANC-TRUE รับอานิสงส์ iPhone 18 จับตาแรงซื้อรอบเปลี่ยนเครื่อง
ราคาทองวันนี้ (12 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
ททท.คาดเทศกาลวันหยุด Golden Week ปีนี้จีนเที่ยวไทย 2.5 แสนคน สร้างรายได้กว่า 1.1 หมื่นล้าน
Economic ททท.คาดเทศกาลวันหยุด Golden Week ปีนี้จีนเที่ยวไทย 2.5 แสนคน สร้างรายได้กว่า 1.1 หมื่นล้าน
รัฐบาลเร่งเข้า OECD เป้าปี 2571 ยกเครื่องเศรษฐกิจ–ราชการ–การศึกษา เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันไทย
Politics รัฐบาลเร่งเข้า OECD เป้าปี 2571 ยกเครื่องเศรษฐกิจ–ราชการ–การศึกษา เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันไทย
เอกชนหนุนแผนสมดุล PDP 2026 ไฟฟ้าสีเขียว 73%-ส่ง “เอกนัฏ” เคาะ
Economic เอกชนหนุนแผนสมดุล PDP 2026 ไฟฟ้าสีเขียว 73%-ส่ง “เอกนัฏ” เคาะ
อนุทิน ฝ่าวงล้อม 2 ม็อบ กู้วิกฤตขาลง รัฐบาล 5 เดือน
Politics อนุทิน ฝ่าวงล้อม 2 ม็อบ กู้วิกฤตขาลง รัฐบาล 5 เดือน
ดูทั้งหมด

ทำไมคนเราจึงซื้อประกันชีวิต (จบ)

04 มี.ค. 2563 | 12:48น.
คอลัมน์ คุยฟุ้งเรื่องการเงิน
โดย พิเชฐ เจียรมณีทวีสิน (ทอมมี่) www.actuarialbiz.com

 

 

 

 

เนื่องจากความตายมีสิทธิมาเยือนทุกคนได้ทุกที่ทุกเวลา จึงทำให้สิ่งที่สำคัญที่สุดในการออกแบบประกันชีวิต คือ “ความคุ้มครอง (coverage)” จากการเสียชีวิต ซึ่งแน่นอนว่าการประกันชีวิตเป็นเครื่องมือเพียงอย่างเดียวที่ช่วยให้ผู้ซื้อสามารถบริหารความเสี่ยง และบรรเทาความเดือดร้อนจากสาเหตุการเสียชีวิตของผู้ซื้อ (ซึ่งก็คือผู้ถือกรมธรรม์) ให้กับคนข้างหลังของผู้ซื้อ (ซึ่งก็คือผู้รับผลประโยชน์ของกรมธรรม์) ได้

ทั้งนี้ คนเราซื้อประกันชีวิตก็เพราะรู้ดีว่าคนเรานั้นเมื่อเกิด สักวันหนึ่งก็ต้องมีแก่ มีเจ็บ และมีตาย ซึ่งสำหรับนักวางแผนทางการเงินแล้ว สิ่งเหล่านี้เป็นเหตุการณ์ที่ “ทำลายความสามารถในการหารายได้ (earning power) ในภายภาคหน้า” ที่จะส่งผลกระทบให้ผู้ที่อยู่ข้างหลัง ทำให้คนข้างหลังได้รับความเดือดร้อนทางด้านการเงิน และยังสูญเสียโอกาสต่าง ๆ เมื่อคนสำคัญที่ตนรักได้จากไป

อย่างไรก็ดี คำถามถัดมาที่ผมโดนถามอยู่บ่อย ๆ ก็คือ “คนเราควรจะทำประกันชีวิตให้มีความคุ้มครองไว้สักเท่าไรถึงจะพอ” ซึ่งคำตอบนั้นก็คงต้องกลับไปที่หลักการเดิมที่ว่า การประกันชีวิตเป็นความคุ้มครองที่ช่วยแก้ปัญหาเรื่องเวลาเพื่อบรรเทาความสูญเสียทางการเงิน (financial loss) ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งถ้าคิดว่าคนข้างหลังของคนที่เสียชีวิตไปนั้น จะใช้เวลาถึง 5 ปีในการปรับตัวของคนข้างหลัง ให้สามารถชดเชยส่วนต่างของความสามารถในการหารายได้ ที่ได้หายไปของคนที่เสียชีวิตไป ซึ่งนั่นหมายความว่า คนคนนั้นควรจะทำประกันชีวิตที่มีวงเงินคุ้มครองเท่ากับรายได้ของคนคนนั้นอย่างน้อย 5 ปี

ดังนั้น คำตอบจึงไม่ตายตัว เพราะขึ้นกับคนซื้อประกันชีวิตว่ามีมุมมองอย่างไรต่อการปรับตัวของคนข้างหลังที่อาจได้รับความเดือดร้อนหากคนที่ซื้อประกันชีวิตต้องมีอันเป็นไปก่อนเวลาอันควร

แต่คนบางคนอาจเลือกที่จะประกันตนเอง โดยใช้เงินออมที่ตนเองสะสมเอาไว้เพื่อให้คนข้างหลังได้เก็บไว้ใช้ในเวลาที่ตนเองเกิดเสียชีวิตไป ซึ่งถ้าคนคนนั้นสะสมเงินได้ไม่มากพอ ก็จะทำให้ไม่สามารถบรรเทาความสูญเสียทางการเงิน ที่จะเกิดขึ้นกับคนข้างหลังได้ และนั่นจึงเป็นที่มาของการออกแบบประกันชีวิตให้สามารถช่วยแก้ปัญหาและข้อจำกัดเรื่องเวลาที่ไม่สามารถสะสมเงินออมไว้ได้มากพอที่จะประกันตนเอง

ดังนั้น จะเห็นได้ว่าการประกันชีวิตเป็นวิธีการที่บุคคลกลุ่มหนึ่งร่วมกันเฉลี่ยภัย (เช่น การตาย) โดยที่เมื่อบุคคลใดต้องประสบกับภัยเหล่านั้น ก็จะได้รับเงินเฉลี่ยช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่คนข้างหลัง โดยบริษัทประกันชีวิตจะทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการนำเงินก้อนดังกล่าวไปจ่ายให้แก่ผู้ได้รับภัย เพื่อบรรเทาความสูญเสียทางการเงิน (financial loss) ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตของผู้คนในสังคมได้

หวังว่าการออกแบบประกันชีวิตที่ผ่าน ๆ มา จะเป็นการยกระดับสวัสดิการของสังคมให้สูงขึ้นได้ครับ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การเงิน ประกันชีวิต