FSMART เลื่อนประชุมผู้ถือหุ้น-จ่ายปันผล 9 เม.ย. ย้ำทำความสะอาดตู้บุญเติมลดเสี่ยงโควิด-19

บมจ.ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส มีมติเลื่อนประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 เหตุเลี่ยงโควิด-19 ก่อนกำหนดใหม่หลังสถานการณ์คลี่คลาย ชี้เลื่อนประชุมไม่กระทบการดำเนินงาน พร้อมเลื่อนจ่ายปันผลอัตราเดิมในอัตราหุ้นละ 0.34 บาทเร็วขึ้นเป็น 9 เม.ย. จากเดิม 28 เม.ย. แต่คง Record Date วันที่ 6 มี.ค.2563 เช่นเดิม ผู้บริหารขอความร่วมมือตัวแทนทั่วประเทศทำความสะอาดตู้บุญเติมสม่ำเสมอลดความเสี่ยงและเพิ่มความสบายใจให้ผู้ใช้งาน

นายณรงค์ศักดิ์ เลิศทรัพย์ทวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด(มหาชน) “FSMART” ผู้นำเครือข่ายช่องทางบริการอัตโนมัติและการเงินครบวงจร ใช้งานง่าย สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 3/2563 วันที่ 26 มีนาคม 2563 ได้พิจารณาเลื่อนการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นออกไปไม่มีกำหนด โดยยกเลิกกำหนดวันประชุมและวาระการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 จากกำหนดเดิมวันที่ 17 เมษายน 2563 เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) ในประเทศไทยที่แพร่ระบาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและเริ่มกระจายในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม การเลื่อนประชุมสามัญผู้ถือหุ้นดังกล่าวจะไม่กระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ รวมทั้งสิทธิของผู้ถือหุ้นในการรับเงินปันผล ซึ่งเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย และมีความเหมาะสมบริษัทฯ จะพิจารณากำหนดวาระการประชุมและวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้นขึ้นใหม่และจะแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบต่อไป

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังมีมติการเลื่อนจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากกำไรของบริษัท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 เป็นวันที่ 9 เมษายน จากกำหนดเดิม 28 เมษายน ในอัตราหุ้นละ 0.34 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 265.2 ล้านบาท โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผลในวันที่ 6 มีนาคม 2563 (Record Date) ซึ่งเป็นกำหนดวันเดิมที่เคยแจ้งผู้ถือหุ้นไว้แล้วก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ เมื่อรวมกับการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลงวดครึ่งปีแรกที่จ่ายไปในอัตราหุ้นละ 0.32 บาท ทำให้ปี 2562 บริษัทฯ มีการจ่ายเงินปันผลรวมหุ้นละ 0.66 บาท

ขณะที่บริษัทฯได้ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด และดำเนินงานตามที่ทางรัฐบาลได้ขอความร่วมมือ และมีความห่วงใยในสุขอนามัยและความปลอดภัยของทีมงานทุกฝ่าย โดยให้พนักงานบางส่วนทำงานที่บ้าน(Work from Home) รวมถึงมีการดูแลอย่างเข้มงวด สำหรับพนักงานที่จำเป็นต้องทำงานที่สำนักงาน ได้จัดให้มีการควบคุมตามที่กรมควบคุมโรคกำหนด ส่วนการบริหารงานของตู้บุญเติมนั้น ยังคงดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และขอความร่วมมือตัวแทนทุกจังหวัดทั่วประเทศทำความสะอาดตู้บุญเติมด้วยแอลกอฮอล์อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งพนักงานจะมีอุปกรณ์ป้องกัน เช่น ถุงมือ แอลกอฮอล์ล้างมือ สเปรย์แอลกอฮอล์ หรือน้ำยาฆ่าเชื้อในการทำความสะอาด และพยายามให้สวมหน้ากากทุกครั้ง เพื่อลดเสี่ยง เชื่อว่าจะเพิ่มความสบายใจให้กับผู้ใช้งาน และเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มความสะดวกสบายช่วงเวลาวิกฤตได้อีกทางหนึ่ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ