นายกสมาคมทองฯ ยืนยันไม่ได้เสนอภาครัฐให้ปิดร้านทองช่วยเหลือสภาพคล่องผู้ประกอบการ พร้อมเปิดทำการเต็มรูปแบบทุกสาขาลดความแออัดประชาชนแห่ขายทอง ยอมรับลูกค้าเทขายกระทบการบริหารสภาพคล่อง แต่เร่งปรับตัวเจรจาลูกค้า-ออกเช็คล่วงหน้าเป็นรายกรณี
นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า วานนี้ (14 เม.ย.63) มีการนำเสนอข่าวว่าสมาคมค้าทองคำเสนอให้รัฐบาลประกาศปิดร้านทองคำเพื่อช่วยเหลือด้านสภาพคล่อง เนื่องจากมีประชาชนมาต่อแถวซื้อขายทองคำค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตาม สมาคมฯ ยืนยันว่าไม่ได้มีการเสนอข้อเสนอในลักษณะดังกล่าว
นอกจากนี้ จากความกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ร้านค้าทองคำจึงเปิดทำการเต็มรูปแบบทุกสาขาตั้งแต่เวลา 10.00 – 17.00 น. เพื่อลดความแออัดและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน จากเดิมที่เปิดทำการเพียงครึ่งหนึ่ง หรือเปิดทำการบางสาขาเท่านั้น โดยสถานการณ์วันนี้ประชาชนยังคงต่อแถวซื้อขายทองคำกันหนาแน่น
“พฤติกรรมการแห่ขายทองคำที่เกิดขึ้นมาจาก 2 สาเหตุหลัก ได้แก่ 1.เศรษฐกิจซบเซา ประชาชนเมื่อไม่มีรายรับก็จำเป็นต้องนำทองคำมาขายเพื่อเอาเงินไปจับจ่ายใช้สอย และ 2.นักลงทุนที่ซื้อทองคำแท่งไว้เพื่อการลงทุน เมื่อมีกำไรพอสมควรก็นำทองคำออกมาขายทำกำไร โดยตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันราคาทองคำในประเทศปรับขึ้นราว 6,000 บาท/บาททองคำ” นายจิตติ กล่าว
นายจิตติ ยอมรับว่า การที่ประชาชนแห่เทขายทองคำส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของร้านค้าทองคำ เนื่องจากประเด็นการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้การส่งออกทองคำไปต่างประเทศเพื่อบริหารสภาพคล่องทำได้ลำบากมาก อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันธุรกิจร้านค้าทองคำมีการปรับตัวและพูดคุยกับลูกค้า หากเป็นลูกค้ารายย่อยที่ขายในปริมาณค่อนข้างน้อยก็สามารถรับเงินสดได้ทันที แต่กรณีลูกค้ารายใหญ่ เช่น นำทองคำแท่งออกขายระดับ 10 ล้านบาท จะมีการพูดคุยเจรจากันกับลูกค้า หรือจ่ายเงินเป็นเช็คระบุวันที่ล่วงหน้า เป็นต้นแล้วแต่กรณี
“ถ้าเกิดทุกคนเอาทองคำมาขายพร้อมกันหลายหมื่นล้านบาท ร้านทองก็รับไม่ไหว เมื่อเงินหมดการขายเงินก็จะล่าช้า อย่างเมื่อวันที่ 14 เม.ย.ที่คนออกมาแห่ขายทองคำก็ยังอยู่ที่ระดับหลายพันล้าน แต่เพราะปริมาณทองคำที่ลูกค้านำออกมาขายยังกระจายๆ กันไปเลยไม่มีปัญหา นอกจากนี้ ร้านทองยังสามารถตกลงกับลูกค้าได้ยังไม่มีปัญหา ถ้ามีปัญหาเราคงไม่กล้าเปิดบริการเต็มรูปแบบแบบนี้” นายจิตติ กล่าว