“สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย” คาดประชุมกนง. 20 พ.ค.นี้ แบงก์ชาติหั่นดอกเบี้ยลงอีก 0.25% ฟันด์โฟลว์ไหลออกสุทธิ 1.24 แลนล้านบาท ชี้เริ่มเห็นสัญญาณตลาดหุ้นกู้ฟื้นตัว หลังต้นเดือน พ.ค.บริษัทยื่นเสนอขายวงเงิน 1 หมื่นล้านบาท และอีก 2-3 สัปดาห์เตรียมเสนอขายอีกวงเงินไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นล้านบาท
นางสาวอริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย กล่าวว่า ดัชนีคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยจากผลการสำรวจในรอบนี้อยู่ในโซนลดลง ซึ่งหมายความว่าผู้สำรวจคาดว่าในการประชุม กนง.วันที่ 20 พ.ค.63 คาดว่าการประชุม กนง.อาจจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25% จากระดับปัจจุบันอยู่ที่ 0.75% มาอยู่ที่ระดับ 0.50% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ จากปัจจัยหลักคืออัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มติดลบ แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยโลกที่ลดลง และการไหลออกสุทธิของเม็ดเงินต่างชาติ
ส่วนทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตร(บอนด์ยีลด์) 5 ปี ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 0.85% ซึ่งเป็นระดับที่ค่อนข้างจะต่ำเป็นประวัติการณ์ เช่นเดียวกันบอนด์ยีลด์ 10 ปี ที่อยู่ในโซนไม่เปลี่ยนแปลง ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 1.15% แต่เคยกระชากขึ้นไปในเดือน มี.ค.ที่ 1.18% แต่คาดว่าคงอยู่แถวๆ บริเวณนี้อีก 6 สัปดาห์ข้างหน้า ขณะที่ทิศทางฟันด์โฟลว์พบว่า เม็ดเงินไหลออกตลาดจากตราสารหนี้ในกลุ่ม EM อาทิ มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, ฟิลลิปปินส์, ไทย โดยพบว่าฟันด์โฟลว์ตลาดตราสารหนี้ไทยมีการไหลออกแทบทุกเดือน หนักๆ คือช่วงเดือน มี.ค.63 ประมาณ 8 หมื่นล้านบาท และเริ่มชะลอลงเมื่อเดือน เม.ย.63 ไหลออกเพียง 1.8 หมื่นล้านบาท โดย YTD ยอดสะสมอยู่ที่ 1.24 แสนล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติมีมูลค่าการถือครองพันธบัตรเฉลี่ยอายุ 9.51 ปี มูลค่ารวม 7.97 แสนล้านบาท โดยมีสัดส่วนการถือครองตราสารหนี้ต่างชาติ 6.03% ของมูลค่าคงค้าง
ส่วนสถานการณ์การขอออกตราสารหนี้ภาคเอกชน(หุ้นกู้) พบว่าเริ่มฟื้นตัวขึ้นตั้งแต่ในช่วงเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา มีผู้มาขอออกหุ้นกู้เกือบๆ 10 ราย และมีหุ้นกู้บางส่วนที่มีการขอยืดระยะเวลาชำระหนี้ออกไป แต่เป็นบริษัทรายเล็กๆ เนื่องจากไม่สามารถหากระแสเงินสดมาได้จึงยืดหนี้ออกไป ซึ่งถ้ามองบริษัทใหญ่ๆ สามารถไถ่ถอนครบกำหนดได้ทุกราย ทั้งนี้สถานการณ์ค่อยๆ กลับมาดีขึ้น ขณะนี้เริ่มมีบรรยากาศการกลับเข้ามาระดมทุนและลงทุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเห็นได้จากในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนพ.ค.63 ที่มีการเสนอขายหุ้นกู้ไปแล้ววงเงินประมาณ 10,000 ล้านบาท และในอีก 2-3 สัปดาห์ข้างหน้ามีหุ้นกู้ที่จะออกมาเสนอขายอีกวงเงินไม่ต่ำกว่า 50,000 ล้านบาท ดังนั้นจึงประเมินว่าสถานการณ์ขณะนี้บรรยากาศการลงทุนเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ ไม่น่ามีความกังวลเกิดขึ้นแล้ว