เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจาะลึก ‘NIA Venture’ กลไกรัฐถือหุ้น-ร่วมทุน ‘สตาร์ตอัพ’
Tech เจาะลึก ‘NIA Venture’ กลไกรัฐถือหุ้น-ร่วมทุน ‘สตาร์ตอัพ’
‘อภิสิทธิ์’ มองสอบทุจริต สถ. ควรใช้คนนอก หวั่นสาวไม่ถึงผู้มีอำนาจ
Politics ‘อภิสิทธิ์’ มองสอบทุจริต สถ. ควรใช้คนนอก หวั่นสาวไม่ถึงผู้มีอำนาจ
ศุภชัย ศรีศุภอักษร ผู้ต้องขังในคดีฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ เสียชีวิต
Biz Movement ศุภชัย ศรีศุภอักษร ผู้ต้องขังในคดีฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ เสียชีวิต
เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
Columns เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
“นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
Biz Movement “นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
Economic รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
Politics ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
Real Estate กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
SD ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
Automotive ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
ดูทั้งหมด

แบงก์ใหญ่ BBL ราคาหุ้นแสนถูก 3 โบรกฯ แนะนำซื้อเป้าหมาย 127 บาท

27 ต.ค. 2563 | 16:00น.
ธนาคารกรุงเทพ BBL

3 โบรกฯ ประสานเสียงเชียร์ซื้อหุ้น BBL ชี้แนวโน้มธุรกิจสุดแกร่ง! เมื่อเทียบกับกลุ่มแบงก์ทั้งหมด เหตุลูกหนี้เข้าร่วมโครงการพักชำระเพียง 5% จากพอร์ตสินเชื่อทั้งหมด แถมราคาหุ้นปรับฐานกว่า 41.41% ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน แนะนำสะสมที่ราคาเป้าหมาย 115-127 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นของ ธนาคารกรุงเทพ หรือ BBL ในช่วงตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (YTD ณ 26 ต.ค.63) ปรับตัวลง -66.25 จุด หรือปรับตัวลง -41.41% จาก 163.50 บาท มาอยู่ที่ 93.75 บาท โดยปรับตัวลงทำจุดต่ำสุดที่ 88.00 บาท ในช่วงเดือน มี.ค.63 ขณะที่ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา พบว่า ราคาหุ้นปรับตัวลง -2.25 หรือปรับลง -2.34% โดยมีจุดต่ำสุดที่ 90.25 บาท ในวันที่ 19 ต.ค.

ด้านนักวิเคราะห์ นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ฝ่ายวิจัยชื่นชอบ BBL มาที่สุดในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ เนื่องจากมองว่ามีความปลอดภัย (Defensive) มากที่สุดจากพอร์ตสินเชื่อที่มีคุณภาพสูง แม้ว่าล่าสุดผู้บริหาร BBL จะชี้แจงว่าค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX)  ประมาณ 4,000 ล้านบาท จากการรวมสาขาในอินโดนีเซีย แต่รายการดังกล่าวเป็นรายจ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียว

ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยปรับลดคาดการณ์กำไรปี 2563-2564 ลง 7-21% หลังจากปรับเพิ่ม OPEX (เพื่อสะท้อน OPEX ในไตรมาส 3/63) และต้นทุนสินเชื่อ (จาก 2.8 หมื่นล้านบาท เป็น 3 หมื่นล้านบาทในปีนี้)

อย่างไรก็ดี ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” แต่ปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 120 บาท คิดเป็นกำไรต่อมูลค่าทางบัญชี (P/BV เทียบเท่ากับค่า P/E ของหุ้นกลุ่มอื่น) ปี 2564 ที่ 0.5 เท่า และอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) 7.4%

“หลังจากประเมินมูลค่าล่วงหน้าไปปี 2564 เราชอบ BBL ที่มีผลกระทบเชิงลบจากวิกฤตน้อยกว่าเทียบกับแบงก์อื่น เนื่องจากมุ่งเน้นที่กลุ่มองค์กรขนาดใหญ่ ความเสี่ยงหลักคือ ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่อ่อนแอกว่าที่คาดการณ์ไว้และการเสื่อมคุณภาพของสินทรัพย์” นายวิจิตร กล่าว

นายวิจิตร กล่าวอีกว่า BBL ยังคงเผชิญกับปัญหารายได้ โดยสินเชื่อของ BBL (ไม่รวมธนาคาร Permata) เติบโต 4.3% YTD ในไตรมาส 3/63 ได้รับแรงหนุนจากสินเชื่อลูกค้ารายใหญ่ตามกิจกรรมในตลาดตราสารหนี้ที่ลดลง นอกจากนี้ ยังหนุนรายได้ค่าธรรมเนียมสูงขึ้นเมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส (QoQ) จากค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับเงินกู้ในไตรมาส 3/63

ส่วนไตรมาส 4/63 คาดว่าสินเชื่อจะเพิ่มขึ้นจากความต้องการเงินทุนหมุนเวียน แต่อย่างไรก็ดีคาดว่า NIM จะลดลงจากการลดอัตราดอกเบี้ย โดย BBL ยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่ค่าธรรมเนียมธนาคารจะเติบโต เนื่องจากค่าธรรมเนียมอ่อนแอจากกิจกรรมกองทุนรวมและการเงินการค้า โดยธนาคารยังคงเป้าหมายการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมไว้ที่ -15% ในปีนี้

แต่ทั้งนี้ คุณภาพสินทรัพย์และรายได้ของ BBL ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่าธนาคารแห่งอื่นๆ โดยผู้บริหารระบุว่า หนี้ที่พักชำระคิดเป็นสัดส่วนน้อยกว่า 5% ของสินเชื่อทั้งหมด เนื่องจากสัดส่วนสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และสินเชื่อรายย่อย (ส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัย) มีเพียง 20% ของสินเชื่อทั้งหมด

ยิ่งไปกว่านั้น BBL มีสินเชื่อในภาคการท่องเที่ยวและบริการน้อยกว่า 10% (ส่วนใหญ่เป็นบัญชีนิติบุคคลที่มีงบดุลแข็งแกร่ง) ดังนั้น ฝ่ายวิจัยจึงเชื่อว่า BBL จะมีคุณภาพเครดิตและผลประกอบการที่ดีกว่าคู่แข่ง เนื่องจากธนาคารรายงานรายได้ดอกเบี้ยแบบเงินสดที่สูงกว่าในไตรมาส 3/63 เทียบกับธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ที่มีรายได้ดอกเบี้ยแบบเงินสดต่ำกว่า

ในส่วนของคะแนนความยั่งยืนของธุรกิจ (ESG) หลัง BBL เข้าซื้อกิจการธนาคาร Permata ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 12 ในอินโดนีเซียเพื่อตอกย้ำความเป็นธนาคารชั้นนำในอาเซียนที่มีความหลากหลายแล้ว ธนาคารยังสนับสนุนลูกค้าลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน กำลังการผลิตรวม 238 เมกะวัตต์และเงินกู้ 4.82 พันล้านบาทในปี 2562 เพื่อรองรับการเดินทางในกรุงเทพฯ ลดปริมาณการจราจรและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดย BBL ได้อนุมัติวงเงินสินเชื่อ 2.11 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 33% ของเงินกู้ร่วมแก่โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลือง

ด้าน นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า ฝ่ายวิจัยแนะนำ “ซื้อ” BBL เช่นกัน ที่ราคาเหมาะสมปี 2564 ที่ 127 บาท หลังการประชุมนักวิเคราะห์ พบว่า ภาพรวมคุณภาพสินทรัพย์น่ากังวลน้อยกว่ากลุ่ม โดยคงเป้าอัตราส่วนนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio) ที่ 4-4.5% ขณะที่สิ้นงวดไตรมาส 3/63 อยู่ที่ 4.1% นอกจากนี้ สัดส่วนลูกหนี้ที่เข้าร่วมมาตรการพักหนี้ยังมีไม่ถึง 5% ของพอร์ตสินเชื่อทั้งหมด และมีสัดส่วนลูกค้าที่อิงกับภาคท่องเที่ยวไม่สูง

ในส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ปี 2563 อยู่ที่ 3.3 หมื่นล้านบาท และปี 2564 ที่ 2.5 หมื่นล้านบาท ฟื้นตัวจากแนวโน้มการตั้งสำรองที่ลดลง และไม่มมีค่าใช้จ่ายพิเศษจากการรวมสาขาธนาคารในประเทศอินโดนีเซียประมาณ 4,000 ล้านบาทในงบการเงินงวดไตรมาส 3/63 นี้

ขณะที่ นายอดิสรณ์ มุ่งพาลชล รองผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า BBL มีลูกค้าส่วนน้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ประมาณ 5% ของพอร์ตสินเชื่อ เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่เป็นลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ โดยธนาคารจะใช้วิธีเลื่อนการชำระหนี้ออกไป อีกทั้งประเมินว่าธนาคารจะไม่จำเป็นต้องตั้งสำรองพิเศษเพิ่มเติม หลังจากที่ตั้งสำรองพิเศษไปแล้วในไตรมาส 2/63 ส่งผลให้แนวโน้มผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังจะมีแนวโน้มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก

“ทางฝ่ายยังคงประมาณการกำไรปี 2563 ไว้ที่ 21.5 พันล้านบาท ลดลง 39.9% YoY แต่จะเพิ่มขึ้น 79.9% YoY ในปี 2564 เป็น 38.7 พันล้านบาท เนื่องจากรายได้จะกลับมาหลังโควิด-19 คลี่คลาย และได้รายได้จาก Permata มาช่วยเสริม จึงคงคำแนะนำ ‘ซื้อ’ ที่ราคา 115 บาท” นายอดิสรณ์ กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธนาคารกรุงเทพ (BBL)