“ไทยประกันภัย” ปักธงโมเดล “ดิจิทัล” ลุยร่วมทุนบุกตลาด ตปท.

“ไทยประกันภัย” ปักธงโมเดล “ดิจิทัล” ลุยหาพันธมิตรร่วมทุนบุกตลาดประกันต่างประเทศ ตั้งเป้าภายใน 5 ปี บุกทั่วประเทศในภูมิภาคเอเชีย รุกสร้างประสบการณ์ลูกค้าด้วยนวัตกรรม ตั้งแต่ซื้อ-เคลม-จ่าย เสริมทัพอีโคซิสเต็มแก่นายหน้า-ตัวแทน-ธุรกิจคู่ค้า กางแผน 3 ปีผ่าน 3 กลยุทธ์สำคัญ

ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ TIC เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าภายใน 5 ปีจะนำโมเดลธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีดิจิทัลไปขยายตลาดประกันภัยในต่างประเทศ เนื่องจากเป็นระบบที่มีต้นทุนต่ำและเซตอัพระบบได้เร็ว ซึ่งเบื้องต้นกำลังหาพันธมิตรท้องถิ่นในแต่ละประเทศทั่วภูมิภาคเอเชีย

ทั้งนี้บริษัทได้นำเทคโนโลยีประกันภัยเพื่อยกระดับประสบการณ์แก่ลูกค้าทุกขั้นตอน พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัยเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป ให้คนไทยสามารถมีหลักประกันในการใช้ชีวิตตามนโยบาย “ประกันที่ทุกคนเข้าถึงได้” มอบความคุ้มครองที่คุ้มค่าโดยยึดผู้บริโภคเป็นหัวใจอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ยังทรานส์ฟอร์มประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นให้กับตัวแทน นายหน้า และคู่ค้าอีกด้วย ทรานส์ฟอร์มธุรกิจประกันภัยใหม่ โดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง โดยในเร็วๆ นี้จะผนึกพันธมิตร บมจ.แอสเสท เวิรด์ คอร์ป (AWC) นำเสนอบริการลูกค้าร่วมกัน ขณะที่บมจ.เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) หรือบิ๊กซี จะมีธุรกิจร่วมกัน

ดร.มหัทธนะ ได้กล่าวภายในงาน “Insurance Will Never be the Same” ว่า ปีที่ผ่านมาถือเป็นช่วงเวลาที่ท้าทาย แต่บริษัทได้พิสูจน์ความแข็งแกร่งในการทรานส์ฟอร์มธุรกิจด้วยดิจิทัล โดยเมื่อต้นปี 2563 ได้ก่อตั้ง  TIC Lab ห้องแล็บนวัตกรรมเพื่อศึกษา ประยุกต์เทคโนโลยีและพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อวงการประกันภัย โดยหนึ่งในผลงานแรกของ TIC Lab คือ “พี่ช้างออนไลน์” (PChang Online) ระบบ E-Commerce Platform เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อประกันได้ง่าย สะดวก และรวดเร็ว ทั้งบนคอมพิวเตอร์และมือถือ พร้อมรับกรมธรรม์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Policy) และรับความคุ้มครองทันที

ประกอบกับเป็นช่วงเริ่มต้นการระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งบริษัทวางขายประกันไวรัสโคโรนา 24/7 ตัวใหม่ ทางออนไลน์ได้อย่างรวดเร็วใน 48 ชั่วโมง ซึ่งนับเป็นเจ้าแรกๆ ของวงการประกันภัยไทยที่มอบผลิตภัณฑ์อย่างสอดคล้องกับยุค New Normal พร้อมประสบการณ์ซื้อผ่านช่องทางดิจิทัลตลอด 24 ชั่วโมง ชำระเงินแบบไร้สัมผัส และรับความคุ้มครองทันที

จากนั้นไม่นานบริษัทจึงได้ทำการปรับโฉมเว็บไซต์ Thaiins.com ใหม่หมด เพื่อให้ใช้งานง่ายขึ้นในทุกขั้นตอน และสอดรับกับ Customer Touch Point ของผู้ใช้งานจริง ทั้งการเช็คเบี้ย เปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ ค้นหาข้อมูล พร้อมนำ Machine Learning เข้ามาเรียนรู้พฤติกรรมลูกค้าเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์เฉพาะบุคคลยิ่งขึ้น ไม่เพียงเท่านี้ ยังมี TIC Chatbot บนเว็บไซต์เพื่อเป็นตัวช่วยแนะนำ คัดสรรประกันภัยแก่ลูกค้า และเรียกดูข้อมูลกรมธรรม์ส่วนบุคคลได้อย่างรวดเร็วตลอด 24 ชั่วโมง

ขณะเดียวกันบริษัทตอบโจทย์ความต้องการ (Pain Point) ของลูกค้าเรื่องการเคลมอุบัติเหตุทางรถยนต์ ด้วยแอปพลิเคชัน TIC The Surveyor บนสมาร์ตโฟน มอบประสบการณ์การเคลมบนท้องถนนที่รวดเร็ว พร้อมระบบติดตามตำแหน่งขณะที่พนักงานเคลมเดินทางมายังจุดเกิดเหตุ รวมถึงการสำรวจภัย จัดการเอกสารเคลมได้ทันที ณ จุดเกิดเหตุผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยในปัจจุบันแอปพลิเคชัน TIC The Surveyor สามารถใช้งานได้แล้วทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ

นอกจากนี้บริษัทยังมุ่งนำเสนอเทคโนโลยีประกันภัยอย่างต่อเนื่อง พลิกมุมมองธุรกิจประกันภัยที่ไม่ได้มีแค่คนขายและคนซื้อ แต่มีจุดมุ่งหมายคือการสร้างอีโคซิสเต็มที่ตอบโจทย์ พาร์ทเนอร์และตัวแทนขายไปพร้อมกัน เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์การเป็นศูนย์กลางของการพัฒนานวัตกรรมประกันภัย เริ่มจากพัฒนาเอเจนท์แพลตฟอร์ม (Agent Platform) แพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับตัวแทนและนายหน้า ที่จะช่วยให้การทำงานง่ายขึ้นกว่าเดิม สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์และโปรโมชันแก่ลูกค้า อำนวยความสะดวกในการคำนวณเบี้ย เคลมประกัน และให้บริการหลังการขาย ซึ่งจะช่วยยกระดับความเชื่อมั่นของลูกค้าต่อตัวแทน นายหน้า

นอกจากนี้บริษัทยังเป็นธุรกิจรายแรกในไทยที่บุกเบิกและผลักดันเทคโนโลยี Open API เพื่อเชื่อมต่อคู่ค้า พาร์ทเนอร์และโบรกเกอร์ต่างๆ เนื่องจาก API แบบเดิมจะใช้เวลาค่อนข้างนานในการเชื่อมต่อและพัฒนา แต่ Open API ของบริษัทจะร่นระยะเวลาการปรับใช้ให้สั้นลง และสามารถร่วมคิดค้นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการที่ทันสมัยให้กับวงการประกันภัยได้โดยอิสระ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคดิจิทัลอย่างรวดเร็ว ทั้งยังขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้นกว่าเดิม พร้อมก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดด้านการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ผ่านนวัตกรรมอีกด้วย


ดร.มหัทธนะ กล่าวต่อว่า บริษัทเตรียมแผนเติบโตตลอด 3 ปีข้างหน้าผ่าน 3 กลยุทธ์ คือ Transform-Innovate-Expand ซึ่งด้านแรกจะดำเนินการ Transform หรือพลิกโฉมองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งในการก้าวขึ้นเป็น Thailand’s No.1 Innovative Insurer

ด้านที่สองจะเน้น Innovate หรือ การเดินหน้าด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีอย่างเต็มตัว ที่ช่วยออกแบบแผนประกันและสร้างประสบการณ์เฉพาะบุคคลมากขึ้น

และด้านที่สามจะมุ่ง Expand หรือขยายความร่วมมือกับธุรกิจพันธมิตรต่างอุตสาหกรรม เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ธุรกิจประกันภัยนวัตกรรมรายแรกของไทย และสร้างความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าต่อแบรนด์ไทยประกันภัย

“ปี 2563 เป็นเพียงแค่ Chapter แรกของเรา ซึ่งเรายังมีนวัตกรรม เทคโนโลยี และผลิตภัณฑ์ที่น่าตื่นเต้นอีกมากมายสำหรับคนไทยทุกคนในตลอดปีหน้า สร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้าด้วยประกันที่ทุกคนเข้าถึงได้ ซึ่งไม่เพียงแค่สร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ที่รวดเร็วและสะดวกยิ่งขึ้นให้กับผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังยกระดับเทคโนโลยีให้แก่ตัวแทนและพันธมิตรของเรา เพื่อเปลี่ยนแปลงวงการประกันในเมืองไทย เพราะจากนี้ไป Insurance Will Never be the Same” ดร. มหัทธนะกล่าว

 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ