เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
กทม.จับคู่ ‘บ้าน-คนกรุง’ ช่วยอสังหาฯระบายสต๊อก 
Real Estate กทม.จับคู่ ‘บ้าน-คนกรุง’ ช่วยอสังหาฯระบายสต๊อก 
“บางจาก” ยันผลทดสอบ ‘ท่อส่งน้ำมัน’ ถนนเชื้อเพลิงไม่พบรอยรั่ว
Economic “บางจาก” ยันผลทดสอบ ‘ท่อส่งน้ำมัน’ ถนนเชื้อเพลิงไม่พบรอยรั่ว
ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
Columns ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
คุยกับเศรษฐา : แก้วิกฤตข้อมูลน้ำได้ ก็แก้ปัญหาน้ำได้
Columns คุยกับเศรษฐา : แก้วิกฤตข้อมูลน้ำได้ ก็แก้ปัญหาน้ำได้
แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
Finance แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
ดูทั้งหมด

TMB คว้ากำไร 10,112 ล้านบาท โตสวนตลาด 40% จากการควบรวมธนชาต

20 ม.ค. 2564 | 14:58น.

ทีเอ็มบี รายงานกำไรสุทธิ ปี 2563 ที่ 10,112 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% จากปีก่อน หนุนโดยการรับรู้ผลประโยชน์จากการรวมกิจการกับธนชาต สำหรับไตรมาส 4 ยกระดับสำรองฯ ขึ้นแม้หนี้เสียยังอยู่ในระดับต่ำที่ 2.5% เพื่อเตรียมรับมือกับแนวโน้มเศรษฐกิจในปี 2564 ด้านการรวมธนาคารเสร็จสิ้นได้ตามแผนภายในเดือน ก.ค.นี้

นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย (TMB) เปิดเผยว่า ทีเอ็มบี หรือ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย แจ้งผลประกอบการไตรมาส 4 และ 12 เดือน ปี 2563 โดยรวมแล้วผลการดำเนินงานในไตรมาส 4 ทั้งด้านรายได้และการบริหารค่าใช้จ่ายปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องจากไตรมาส 3 ทำให้มีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักสำรองฯ (PPOP) 9,805 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% จากไตรมาสที่แล้ว รวมทั้งปี PPOP อยู่ที่ 37,266 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90% จากปีก่อนหน้า สะท้อนถึงการรับรู้ผลประโยชน์จากการรวมกิจการ ซึ่งทำได้ตามแผนตลอดทั้งปี

จากการดำเนินงานที่ดีขึ้นนี้ ธนาคารจึงตั้งสำรองฯ เพิ่มขึ้นแม้ว่าสัดส่วนหนี้เสียยังอยู่ในระดับต่ำที่ 2.5% โดยในไตรมาส 4 ตั้งสำรองฯ อีก 8,237 ล้านบาท รวมทั้งปีเป็นจำนวน 24,831 ล้านบาท ถือเป็นการเสริมความแข็งแกร่งด้านการเงินเพื่อรับมือกับแนวโน้มเศรษฐกิจและผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ในปี 2564 หลังหักสำรองฯ และภาษี กำไรสุทธิ ปี 2563 อยู่ที่ 10,112 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% จากปี 2562

สำหรับทีเอ็มบีและธนชาต เป้าหมายหลักในปี 2563 เป็นเรื่องของการดำเนินการตามแผนรวมกิจการเพื่อให้เกิดการรับรู้ผลประโยชน์ด้านงบดุล (Balance Sheet Synergy) และด้านต้นทุน (Cost Synergy) และเพื่อให้การรวมธนาคาร (Integration) เสร็จสิ้นภายในเดือน ก.ค.นี้ แต่เมื่อเกิดวิกฤตโควิด-19 สิ่งที่ธนาคารให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ได้แก่การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ลูกค้าทุกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ ควบคู่ไปกับการเสริมความแข็งแกร่งด้านการเงินและบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ และกลายมาเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญในปีที่ผ่านมา

ในด้านผลประกอบการ แน่นอนว่ามีแรงกดดันด้านรายได้จากเศรษฐกิจที่หดตัวและการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงหลายครั้ง อย่างไรก็ดี ทีเอ็มบีและธนชาตสามารถดำเนินการตามแผนรวมกิจการได้ตามเป้าหมาย จึงทำให้เกิด Balance Sheet Synergy จากการปรับโครงสร้างเงินฝากและสินเชื่อ ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนรายได้ดอกเบี้ย ขณะที่ Cost Synergy ซึ่งเกิดจากการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดค่าใช้จ่ายที่ทับซ้อนกันระหว่าง 2 ธนาคาร ช่วยให้ธนาคารสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้อย่างดี ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานยังคงแข็งแกร่ง

ในด้านการบริหารความเสี่ยง แม้ว่าสัดส่วนหนี้เสียในปัจจุบันยังอยู่ในระดับต่ำที่ 2.50% ใกล้เคียงกับ 2.35% ในปีก่อนหน้า และลูกค้าส่วนใหญ่ที่ออกจากโปรแกรมพักชำระหนี้สามารถกลับมาชำระหนี้ตามปกติ แต่ธนาคารประเมินว่าสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่จะกลับมาสร้างแรงกดดันต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าในช่วงถัดไป ดังนั้น จึงตัดสินใจตั้งสำรองฯ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากผลการดำเนินงานที่ยังคงดีอยู่

ผลลัพธ์คือสัดส่วนเงินสำรองฯ ต่อหนี้เสียซึ่งเปรียบเสมือนกันชนรับความเสี่ยงปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 134% เทียบกับ 120% ในปี 2562 ถือเป็นการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบและเตรียมการล่วงหน้าเพื่อรองรับแนวโน้มหนี้เสียในอนาคตภายหลังสิ้นสุดมาตรการพักชำระหนี้ ทั้งนี้ ณ สิ้นปี 2563 สินเชื่อภายใต้โปรแกรมพักชำระหนี้ของธนาคารลดลงจากระดับประมาณ 40% ในช่วงเริ่มต้นโปรแกรม มาอยู่ที่ประมาณ 15% ของสินเชื่อรวม ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าที่เข้ามาขอรับความช่วยเหลือเพิ่มเติมหลังจากที่โปรแกรมแรกจบลง

สำหรับรายละเอียดผลการดำเนินรอบ 12 เดือน ปี 2563 มีดังนี้ เงินฝากอยู่ที่ 1.37 ล้านล้านบาท ลดลง 1.8% จากสิ้นปี 2562 การลดลงดังกล่าวเป็นไปตามแผนการบริหารการเติบโตของเงินฝากให้สอดคล้องกับภาวะสินเชื่อ และการปรับโครงสร้างเงินฝากหลังการรวมกิจการ โดยการปรับลดสัดส่วนเงินฝากประจำและแทนที่ด้วยเงินฝากที่เป็นผลิตภัณฑ์หลัก เช่น เงินฝาก All Free และเงินฝาก No Fixed ซึ่งยังคงเติบโตได้ดี

เงินให้สินเชื่ออยู่ที่ 1.39 ล้านล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อน ตามการชะลอตัวของสินเชื่อใหม่ และการปรับโครงสร้างเพื่อเสริมคุณภาพพอร์ตสินเชื่อ โดยการลดสัดส่วนสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันลง ทั้งนี้ เมื่อรวมพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อของธนาคารธนชาตเข้ามา ส่งผลให้สินเชื่อที่มีหลักประกันมีสัดส่วนสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพอร์ตสินเชื่อรายย่อย ซึ่งประมาณ 90% ของพอร์ตเป็นสินเชื่อที่มีหลักประกัน

ด้าน รายได้ ธนาคารมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจำนวน 53,805 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 100.3% จากปีก่อนหน้า (YoY) หนุนโดยส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ย หรือ NIM ที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3.00% จาก 2.81% ในปีก่อนหน้า เป็นผลจากการรับรู้ Balance sheet synergy และการบริหารการใช้เงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอยู่ที่ 14,986 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.7% YoY การเติบโตที่น้อยกว่าด้านรายได้ดอกเบี้ย สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ต่อรายได้ค่าธรรมเนียม ทั้งนี้ รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิอยู่ที่ 10,575 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.6% YoY จากการชะลอตัวของรายได้จากการขายประกันและกองทุนรวมโดยเฉพาะในไตรมาส 2 ส่งผลให้รายได้จากการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 68,791 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 72.8% YoY

ในส่วนของ ค่าใช้จ่าย นั้น แม้ว่าในปีนี้ธนาคารมีการทำ Integration แต่จากการรับรู้ประโยชน์ด้าน Cost synergy ก็ทำให้สามารถบริหารค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างดี ทำให้อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 46% จาก 51% ในปีที่แล้ว และส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักสำรองฯ ทรงตัวในระดับแข็งแกร่งที่ 37,266 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 89.6% จากปี 2562 และเอื้อให้ธนาคารสามารถตั้งสำรองฯ เพิ่มขึ้นเป็น 24,831 ล้านบาท หลังหักสำรองฯ และภาษี ธนาคารรายงานกำไรสุทธิปี 2563 อยู่ที่ 10,112 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.0% จากปี 2562

ด้านสภาพคล่องและเงินกองทุนยังคงแข็งแกร่ง โดยอัตราส่วน LCR ซึ่งบ่งบอกถึงสินทรัพย์สภาพคล่องที่ใช้รองรับความผันผวนในภาวะวิกฤต ในปีผ่านมาอยู่ในช่วง 170%-220% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ 100% มาโดยตลอด สำหรับความเพียงพอของเงินกองทุนยังอยู่ในระดับสูงเป็นลำดับต้นๆ ของอุตสาหกรรมธนาคารไทย โดย ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2563 อัตราส่วน CAR และ Tier I (เบื้องต้น) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 19.5% และ 15.4% จาก 18.9% และ 14.6% ในปีก่อนหน้า และสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ 11.0% และ 8.5% ตามลำดับ

“ด้วยการเตรียมการและเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินในปี 2563 ที่ผ่านมา ธนาคารมีความพร้อมในการรับมือกับปี 2564 และพร้อมให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดในครั้งใหม่ ด้านการรวมธนาคารคาดว่าเสร็จสิ้นได้ตามแผนภายในเดือน ก.ค.นี้” นายปิติ กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธนาคารทหารไทย (TMB)