กนง. มอนิเตอร์ 4 ปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจไทย
กนง. จับตา 4 ปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจระยะถัดไปขึ้นกับ “การกระจายวัคซีน-นักท่องเที่ยวต่างชาติ-แรงสนับสนุนจากภาครัฐที่พอเพียงและต่อเนื่อง-ผลกระทบการจ้างงาน”
นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กนง. วันที่ 3 ก.พ. ประเมินว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยจากการระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19 ไม่รุนแรงเท่ากับการระบาดระลอกแรก จากมาตรการควบคุมการระบาดที่ไม่เข้มงวดเท่าครั้งก่อน
“เศรษฐกิจยังได้รับแรงกระตุ้นจากมาตรการของภาครัฐที่ออกมาได้เร็วและตรงจุดและการส่งออกที่ฟื้นตัวดีขึ้น และส่งผลให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ แต่ต่ำกว่าประมาณการเดิมบ้าง โดยเรายังประมาณการว่าเศรษฐกิจจะยังฟื้นตัวได้ต่อเนื่องในระยะต่อไป” นายทิตนันทิ์กล่าว

อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยในระยะสั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่
ขณะที่ระยะถัดไปขึ้นกับการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งคาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติอาจจะกลับมาน้อยกว่าที่คาดไว้เดิม ยังมีเรื่องประสิทธิผลและการกระจายวัคซีนป้องกันโควิด-19 แรงสนับสนุนจากภาครัฐที่เพียงพอและต่อเนื่อง และตลาดแรงงานที่เปราะบางมากขึ้นจากการระบาดระลอกใหม่ ทำให้จำนวนผู้ว่างงานและเสมือนว่างงานมีแนวโน้มสูงขึ้นในระยะสั้น นอกจากนี้ การฟื้นตัวของแต่ละภาคเศรษฐกิจที่แตกต่างกันมากขึ้น จะส่งผลต่อความยั่งยืนของการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป
ด้านระบบการเงินมีเสถียรภาพ แต่เปราะบางมากขึ้นในบางจุด จากผลกระทบของการระบาดระลอกใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้น้อยและธุรกิจเอสเอ็มอี
สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไป จะกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายในช่วงกลางปี 2564 และจะอยู่ใกล้เคียงกับกรอบล่างของกรอบเป้าหมายตลอดช่วงประมาณการ
ส่วนสภาพคล่องโดยรวมอยู่ในระดับสูง และต้นทุนทางการเงินอยู่ในระดับต่ำ แต่การกระจายตัวของสภาพคล่องยังไม่ทั่วถึงจากความเสี่ยงด้านเครดิตที่เพิ่มขึ้นตามฐานะการเงินที่เปราะบาง โดยเฉพาะธุรกิจที่ฟื้นตัวช้า และครัวเรือนที่ถูกกระทบเพิ่มเติมจากการระบาดระลอกใหม่
ด้านอัตราแลกเปลี่ยน เงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ เคลื่อนไหวสอดคล้องกับเงินสกุลของภูมิภาค โดยคณะกรรมการฯ เห็นว่าควรติดตามสถานการณ์ค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด และพิจารณาความจำเป็นของการดำเนินมาตรการที่เหมาะสมเพิ่มเติม รวมถึงผลักดันการสร้างระบบนิเวศใหม่ของอัตราแลกเปลี่ยน อย่างต่อเนื่อง
คณะกรรมการฯ เห็นว่า ความต่อเนื่องของมาตรการภาครัฐและการประสานงานระหว่างหน่วยงานมีความสำคัญต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะต่อไป โดยนโยบายการเงินต้องผ่อนคลายต่อเนื่อง มาตรการทางการเงินและสินเชื่อควรเร่งกระจายสภาพคล่องไปสู่ผู้ได้รับผลกระทบให้ตรงจุดและทางการ อาทิ มาตรการค้ำประกันสินเชื่อเพื่อลดความเสี่ยงด้านเครดิต การผลักดันให้สถาบันการเงินเร่งรัดปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้เกิดผลในวงกว้าง รวมทั้งพิจารณามาตรการอื่น ๆเพิ่มเติม เพื่อเสริมประสิทธิภาพการกระจายสภาพคล่องและรองรับเศรษฐกิจช่วงฟื้นฟูในอนาคต
ขณะที่มาตรการทางด้านการคลัง ต้องพยุงเศรษฐกิจโดยไม่ขาดช่วง โดยเฉพาะการเร่งเบิกจ่ายภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ หลังสามารถควบคุมการระบาดระลอกใหม่ได้ ควบคู่กับการดำเนินนโยบายด้านอุปทานเพื่อปรับปรุงรูปแบบธุรกิจและยกระดับทักษะฝีมือแรงงาน ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างยั่งยืน
“ภายใต้กรอบการดำเนินนโยบายการเงินที่มีเป้าหมาย เพื่อรักษาเสถียรภาพราคา ควบคู่กับการดูแลเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน และเต็มศักยภาพ และการรักษาเสถียรภาพระบบการเงิน คณะกรรมการฯ ยังคงให้น้ำหนักกับการสนับสนุนการฟื้นตัวเศรษฐกิจเป็นสำคัญ รวมถึงติดตามความเพียงพอของมาตรการภาครัฐและปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆโดยเฉพาะสถานการณ์การระบาดทั้งในและต่างประเทศ ในการดำเนินนโยบายการเงินในระยะข้างหน้า พร้อมใช้เครื่องมือนโยบายการเงินเพิ่มเติมตามความเหมาะสมและจำเป็น” นายทิตนันทิ์กล่าว