THAI แจง แก้ส่วนผู้ถือหุ้นติดลบได้ปี 73 วางแนวทาง “เพิ่มทุน-แปลงหนี้เป็นทุน”
การบินไทย
“การบินไทย” แจงตลาดหลักทรัพย์ฯ แก้ไขส่วนผู้ถือหุ้นติดลบได้ประมาณปี 2573 วางแนวทางเบื้องต้น “เพิ่มทุน-แปลงหนี้เป็นทุน” วางแผนปฏิรูปธุรกิจช่วยทำให้กำไรสุทธิกลับมาเป็นบวก
นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร รักษาการแทน กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ กระทำการแทนและในนามผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) ถึงแนวทางการแก้ไขกรณีส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทมีค่าน้อยกว่าศูนย์ ซึ่งอาจส่งผลให้บริษัทเข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนตามข้อกำหนดตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยมีรายละเอียดดังนี้
1.การดำเนินการให้ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทมีค่ามากกว่าศูนย์ บริษัทมีแผนที่จะปรับโครงสร้างทุน และโครงสร้างหนี้เพื่อทำให้บริษัทสามารถกลับมาดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ในเบื้องต้นบริษัทคาดว่าจะมีการเพิ่มทุน รวมถึงมีการให้สิทธิการแปลงหนี้เป็นทุนแก่เจ้าหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการ เพื่อเพิ่มส่วนของผู้ถือหุ้นและลดภาระหนี้สิน อีกทั้งบริษัทได้ดำเนินการในด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาสภาพคล่องทางการเงิน
และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ซึ่งมีส่วนช่วยเพิ่มทั้งรายได้ และลดค่าใช้ง่ายอย่างมีนัยสำคัญให้กับบริษัทฯ นอกจากนี้บริษัทยังได้จัดทำเผนการปฏิรูปธุรกิจ โดยมีผู้นำบริหารการขับเคลื่อนการปฏิรูปธุรกิจ(Chief Transformation Officer – CIO) เป็นผู้ผลักดันให้พนักงานทั้งองค์กรทำงานอย่างเป็นระบบ
2. การดำเนินการให้บริษัทมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานตามปกติ ซึ่งเกิดจากธุรกิจหลัก แผนการปฏิรูปธุรกิจนั้นเกิดจากการศึกษาวิเคราะห์ธุรกิจ และการแสวงหาโอกาสพัฒนาธุรกิจโดยละเอียด โดยบริษัทได้ริเริ่มโครงการมากกว่า 600 โครงการ ซึ่งได้เริ่มดำเนินโครงการตามแผนแล้วและมีความคืบหน้าอย่างชัดเจน แผนการปฏิรูปธุรกิจที่สำคัญ ได้แก่
– การปรับลดขนาดฝูงบิน และปรับลดแบบเครื่องบินและแบบเครื่องยนต์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารกำลังลูกเรือ และลดต้นทุนในค้านการซ่อมบำรุง
– การปรับปรุงสัญญาเช่าเครื่องบินและการเจรจาต่อรองปรับลดค่าเช่าเครื่องบินอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว
– การปรับเปลี่ยนเส้นทางการบิน และยกเลิกเส้นทางที่ทับซ้อนและให้ผลตอบแทนต่ำ
– การปรับลดขนาคองค์กรและขั้นตอนการบังคับบัญชา รวมถึงปรับปรุงสวัสดิการของพนักงานให้มีความเหมาะสม เป็นต้น
หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มีแนวโน้มที่ดีขึ้น อาจทำให้มีการเปีดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติมีความชัดเจนมากขึ้น ซึ่งส่งผลในทางบวกแก่ธุรกิจท่องเที่ยว และธุรกิจการบินอย่างมีนัยสำคัญ โดยบริษัทเชื่อว่าการเปิดรับนักท่องเที่ยวและแผนการปฏิรูปธุรกิจของบริษัทนี้ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยทำให้กำไรสุทธิของบริษัทกลับมาเป็นบวกอีกครั้ง
3. กำหนดระยะเวลาการดำเนินการ เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2564 ผู้ทำแผนได้นำส่งแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยขั้นตอนต่อไปเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะจัดการประชุมเจ้าหนี้ของบริษัท เพื่อพิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการ ซึ่งคาดว่าจะจัดขึ้นในวันที่ 12 พฤษภาคม 2564 โดยหากแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ ได้รับมติเห็นชอบจากเจ้าหนี้แล้ว ศาลจะนัดพิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการ ซึ่งคาคว่าจะใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือนหลังจากการประชุมเจ้าหนี้ หรือในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฏาคม 2564
โดยหากศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการและตั้งผู้บริหารแผน บริษัทจะเร่งดำเนินการตามแผนที่ระบุในแผนฟื้นฟูกิจการอย่างเคร่งครัด
ตามประมาณการของบริษัทภายใต้แผนฟื้นฟูกิจการในเบื้องต้น บริษัทจะกลับมามีกำไรจากการดำเนินงานตามปกติจากธุรกิจหลักได้ในปี 2566 และส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ จะกลับมามีค่ามากกว่าศูนย์ได้ในปี 2573 ซึ่งหากพิจารณาประกอบกับข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ฯ เรื่อง การเพิกถอนหลักทรัพย์จดทะเบียน และแนวทางการดำเนินการของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ให้ระยะเวลาบริษัทในการแก้ไขเหตุเพิกถอนให้หมดไปภายใน 3 ปี นับแต่วันที่ 8 มีนาคม 2564
จะพบว่า เมื่อครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าว บริษัทอาจยังไม่สามารถแก้ไขเหตุเพิกถอนให้หมดไปได้ เนื่องจากส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ยังคงมีค่าน้อยกว่าศูนย์ กรณีนี้จึงอาจเข้าข่ายที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะเสนอคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อพิจารณาเพิกถอนหลักทรัพย์ของบริษัทต่อไป