เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
PTTEP บอร์ดเคาะจ่ายปันผลระหว่างกาล หุ้นละ 4.50 บาท ขึ้น XD 14 ส.ค.นี้
Finance PTTEP บอร์ดเคาะจ่ายปันผลระหว่างกาล หุ้นละ 4.50 บาท ขึ้น XD 14 ส.ค.นี้
ไอคอนสยาม น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระพันปีหลวง จัดกิจกรรมตลอดเดือนแห่งวันแม่
Biz Movement ไอคอนสยาม น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระพันปีหลวง จัดกิจกรรมตลอดเดือนแห่งวันแม่
SET ฟื้นแรง-ปิดตลาดสุดสัปดาห์บวก 25 จุด ดัชนีกลับมายืนเหนือ 1,600 จุด DELTA หนุน
Finance SET ฟื้นแรง-ปิดตลาดสุดสัปดาห์บวก 25 จุด ดัชนีกลับมายืนเหนือ 1,600 จุด DELTA หนุน
จับตาปี 2040 รถไร้คนขับ ‘ระดับ 4’ จะกลายเป็นเรื่องปกติ ?
Automotive จับตาปี 2040 รถไร้คนขับ ‘ระดับ 4’ จะกลายเป็นเรื่องปกติ ?
เสนาฯ รุกตลาดต่างประเทศ โรดโชว์คอนโด 5 ทำเล เจาะนักลงทุน-เอเจนต์ไต้หวัน
Real Estate เสนาฯ รุกตลาดต่างประเทศ โรดโชว์คอนโด 5 ทำเล เจาะนักลงทุน-เอเจนต์ไต้หวัน
แจงปม “คีย์ทิพย์” แจ้งข้อมูลเท็จสุขภาพประชาชน แสดงผลบนแอปทางรัฐ
Politics แจงปม “คีย์ทิพย์” แจ้งข้อมูลเท็จสุขภาพประชาชน แสดงผลบนแอปทางรัฐ
กรอ. เคาะ 5 ยุทธศาสตร์ยกเครื่องเศรษฐกิจไทย ‘เอกนิติ’ ตั้งเป้าดันลงทุนแตะ 30% ของ GDP
Economic กรอ. เคาะ 5 ยุทธศาสตร์ยกเครื่องเศรษฐกิจไทย ‘เอกนิติ’ ตั้งเป้าดันลงทุนแตะ 30% ของ GDP
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล 50 วัน พระศพเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล 50 วัน พระศพเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
นายกฯ ย้ำเจอ ‘มิน อ่อง ลาย’ คุยทุกมิติ พบ ‘สภาธุรกิจไทย-เมียนมา’ ลุยจับคู่การค้า
Politics นายกฯ ย้ำเจอ ‘มิน อ่อง ลาย’ คุยทุกมิติ พบ ‘สภาธุรกิจไทย-เมียนมา’ ลุยจับคู่การค้า
ราคาทองวันนี้ (31 ก.ค. 69) ร่วงลง 600 บาท รูปพรรณบาทละ 64,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (31 ก.ค. 69) ร่วงลง 600 บาท รูปพรรณบาทละ 64,950 บาท
ดูทั้งหมด

ฟิทช์ เรทติ้งส์ กระเทาะเปลือกธุรกิจโทรคมนาคมไทย ทุ่ม 5G กระแสเงินสดติดลบ

29 พ.ค. 2564 | 10:00น.
โทรศัพท์

“ฟิทช์ เรทติ้งส์” กระเทาะเปลือกธุรกิจโทรคมนาคมไทย ชี้การแพร่ระบาดของโควิดยังคงเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัว คาดกระแสเงินสดสุทธิของอุตสาหกรรมจะยังคงเป็นลบในปี 2564 เหตุเร่งลงทุน 5G

วันที่ 29 พฤษภาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประเมินว่า รายได้ของผู้ประกอบการโทรคมนาคมไทยน่าจะมีการฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดไว้ เนื่องจากความไม่แน่นอนของสภาวะเศรษฐกิจ หลังจากการระบาดของโคโรน่าไวรัสระลอกที่ 3 ในประเทศไทย โดยฟิทช์คาดว่า สภาวะอุตสาหกรรมโทรคมนาคมที่ไม่มีการขยายตัวและการลงทุนในการก่อสร้างโครงข่าย 5G ที่อยู่ในระดับสูง น่าจะกดดันสถานะทางการเงินของผู้ประกอบการโทรคมนาคมไทย

ทั้งนี้ ฟิทช์คาดว่ารายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศไทยในปี 2564 จะอยู่ในระดับเดียวกับในปี 2563 ซึ่งอ่อนแอกว่าที่ฟิทช์เคยคาดการณ์ไว้ว่าจะเติบโตในอัตราร้อยละ 1-2 (ปี 2563: ลดลงร้อยละ 2.9) รายได้ของอุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่ เริ่มคงที่ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2564 หลังจากที่หดตัวอย่างต่อเนื่องในช่วง 4 ไตรมาสที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม การระบาดระลอกใหม่ของโคโรน่าไวรัสซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ในช่วงเดือนเมษายน 2564 เป็นต้นมา อาจทำให้อุตสาหกรรมกลับมาหดตัวอีกครั้งในไตรมาสที่ 2 ของปี 2564 เนื่องจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการบริโภคภายในประเทศที่ลดลง ซึ่งฟิทช์เชื่อว่าผู้ประกอบการโทรคมนาคมจะชะลอการปรับเพิ่มค่าบริการจนกระทั่งสภาวะทางเศรฐกิจจะกลับมาฟื้นตัว เพื่อเลี่ยงการสูญเสียลูกค้า

ขณะที่การฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2564 ขึ้นอยู่กับความเร็วและประสิทธิภาพในการกระจายการฉีดวัคซีน โดยการฟื้นตัวของเศรฐกิจไทยในช่วงปี 2564 และ 2565 หลังจากการแพร่ระบาดของโครไรน่าไวรัส น่าจะอยู่ในระดับต่ำกว่าประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ฟิทช์ประมาณการการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ เพียงร้อยละ 2.9 ในปี 2564 และร้อยละ 4.5 ในปี 2565 หลังจากที่หดตัวร้อยละ 6.1 ในปี 2563 เศรฐกิจไทยยังคงได้รับผลกระทบจากการที่ประเทศมีการพึ่งพิงภาคการท่องเที่ยวในระดับสูง ซึ่งต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว ปัจจัยดังกล่าวจะทำให้สภาวะในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการโทรคมนาคมไทยมีความท้าทายในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า

ฟิทช์คาดว่ากระแสเงินสดสุทธิของอุตสาหกรรม จะยังคงเป็นลบในปี 2564 ซึ่งสะท้อนแนวโน้มอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของฟิทช์ที่เป็นลบในปีนี้ ค่าใช้จ่ายด้านการลงทุน (รวมการชำระค่าคลื่นความถี่) ของผู้ประกอบการโทรคมนาคมไทย น่าจะยังคงอยู่ในระดับสูงที่ประมาณร้อยละ 45 ของรายได้ในปี 2564 (ปี 2563: ร้อยละ 45) ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ในการขยายโครงข่าย 5G อย่างไรก็ตามการใช้ประโยชน์จากบริการ 5G ไม่ได้มีความแตกต่างมากนักกับบริการ 4G ซึ่งอาจทำให้บริการ 5G ไม่สามารถทำให้รายได้ของผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในระยะสั้นได้

กำไรที่มีแนวโน้มที่จะคงที่ ประกอบกับค่าใช้จ่ายด้านการลงทุนและค่าใช้จ่ายในการชำระค่าคลื่นความถี่ที่อยู่ในระดับสูง น่าจะทำให้อัตราส่วนหนี้สินของผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่สุดของไทย ซึ่งได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จากัด (มหาชน) หรือ AIS (อันดับเครดิตที่ AA+(tha) แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ) และผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่อันดับที่สาม ซึ่งได้แก่ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จากัด (มหาชน) หรือ DTAC (อันดับเครดิตที่ AA(tha) แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ) ปรับตัวสูงขึ้นในปี 2564

ฟิทช์คาดว่าผู้ประกอบการ ยังจะต้องมีจัดหาคลื่นความถี่เพิ่มเติม โดยเฉพาะคลื่น mid-band 3.5GHz เพื่อรองรับการขยายเครือข่าย 5G ถึงแม้ว่าการจัดสรรคลื่นความถี่ดังกล่าวยังคงมีความไม่แน่นอน เนื่องจากคลื่นดังกล่าวยังคงใช้ในกิจการสื่อสารผ่านดาวเทียม อย่างไรก็ตามฟิทช์คาดว่าผู้ประกอบการน่าจะมีความสามารถในการบริหารจัดการอัตราส่วนหนี้สินของบริษัทได้ โดยการปรับลดค่าใช้จ่ายด้านการลงทุนในระบบ 5G หรือปรับลดการจ่ายเงินปันผล หากความต้องการใช้งานต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้

ฟิทช์คาดว่าอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อกระแสเงินสดจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงของเงินทุนหมุนเวียน (FFO Net Leverage) ของ AIS และ DTAC จะปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ระดับ 1.3 และ 2.2 เท่า ตามลำดับ ในปี 2564 จาก 1 เท่า และ 2.1 เท่าในไตรมาสที่ 1 ของปี 2564 อย่างไรก็ตาม AIS มีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิอยู่ในระดับต่ำทำให้บริษัทมีความสามารถในการรองรับการลงทุนที่เพิ่มขึ้นได้

ในขณะที่ Rating Headroom ที่ลดลงของ DTAC เมื่อเทียบกับระดับอัตราส่วนหนี้สินที่ฟิทช์อาจพิจารณาปรับลดอันดับเครดิตที่ 2.3 เท่า และกระแสเงินสดสุทธิก่อนเงินปันผลที่ติดลบ อาจทำให้ DTAC มีความคล่องตัวทางการเงินที่ลดลง สำหรับการลงทุนในคลื่นความถี่ใหม่ ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ฟิทช์เชื่อว่าการดำเนินนโยบายเพื่อการรักษาสถานะทางการเงิน ซึ่งรวมถึงการจ่ายเงินปันผลที่มีการปรับเปลี่ยนได้ตามสถานะการณ์ จะทำให้สถานะทางการเงินของบริษัทมีความแข็งแกร่ง เพียงพอในการรองรับการลงทุนที่เพิ่มขึ้นสำหรับคลื่นความถี่ใหม่ในอนาคต หากมีความจำเป็น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

5G ฟิทช์ เรทติ้งส์