เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
กทม.จับคู่ ‘บ้าน-คนกรุง’ ช่วยอสังหาฯระบายสต๊อก 
Real Estate กทม.จับคู่ ‘บ้าน-คนกรุง’ ช่วยอสังหาฯระบายสต๊อก 
“บางจาก” ยันผลทดสอบ ‘ท่อส่งน้ำมัน’ ถนนเชื้อเพลิงไม่พบรอยรั่ว
Economic “บางจาก” ยันผลทดสอบ ‘ท่อส่งน้ำมัน’ ถนนเชื้อเพลิงไม่พบรอยรั่ว
ดูทั้งหมด

เปิดมุมมองนักสถิติ ถอดแบบจำลองแพร่เชื้อโควิดต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร

09 ส.ค. 2564 | 18:43น.
นายพิเชฐ เจียรมณีทวีสิน (อาจารย์ทอมมี่) กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอคชัวเรียล บิสซิเนส โซลูชั่น (ABS) และอดีตนายกสมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัย 3 สมัย

แบบจำลองของการแพร่เชื้อต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร

ทุกคนเข้าใจกันแล้วว่าคนที่ฉีดวัคซีนแล้วจะลดอัตราการตายลงอย่างมาก และจะลดอัตราการติดไปด้วย แต่จากข้อสังเกตของผมก็คือมันไม่ได้ทำให้ลดอัตราการแพร่เชื้อลงเลยครับ
ผมสังเกตเห็นว่า อัตราการแพร่เชื้อของประเทศที่ฉีดวัคซีนไปซักระยะแล้วจะเพิ่มสูงขึ้น นั่นคงเป็นเพราะสายพันธุ์เดลต้านั้นไม่แสดงอาการอยู่แล้ว
คนที่ฉีดวัคซีนเข้าไปแล้วและยิ่งเจอกับสายพันธุ์เดลต้าเข้าไปด้วย เราจะเห็นจากสถิติตอนนี้ก็คือ 80% ของคนที่ติดเชื้อนั้น จะไม่แสดงอาการเลย และจะเหมือนคนปกติทุกอย่าง ไม่ไอ ดมกลิ่นได้ปกติ อาจจะมีรู้สึกเจ็บคอบ้าง เหมือนคนปกติทั่วไป แต่คนกลุ่มนี้ก็ยังมีโอกาสไปแพร่ต่อให้คนอื่นต่อไปได้อีก ซึ่งถ้าไปแพร่โดนคนที่ฉีดวัคซีนแล้วก็กลายเป็นการกระจายเชื้อต่อไป แต่ถ้าแพร่ไปยังคนที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนก็จะทำให้เกิดคนกลุ่มหลังเกิดอาการรุนแรงได้ ซึ่งทุกคนก็รู้กันดี
ประเด็นน่าจะอยู่ที่ความเข้าใจของคนที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน ซึ่งส่วนใหญ่มักคิดว่าคนที่ฉีดวัคซีนแล้วปลอดภัย เข้าใกล้ได้ หายห่วง และยิ่งถ้าคนกลุ่มนั้นไม่ได้แสดงอาการอะไรจากการติดเชื้อมาเพราะฉีดวัคซีนมาแล้วด้วย จึงทำให้วางใจ และต่างคนต่างประมาท ทำให้ติดเชื้อจากกลุ่มคนพวกนี้ได้ง่าย โดยเฉพาะคนที่ฉีดวัคซีนไปแล้วด้วยกันเองก็จะติดกันเอง (แบบที่ไม่แสดงอาการ) ได้ง่ายขึ้น
ในอเมริกาและอังกฤษก็จะเห็นว่าการแพร่เชื้อก็ยังคงมีให้เห็นตลอด ยิ่งฉีดวัคซีนมากขึ้นเท่าไร คนที่ฉีดวัคซีนแล้ว (โดยเฉพาะยังไม่ครบ 2 โดส + 1 เดือนรอภูมิขึ้น) ก็จะยิ่งมีโอกาสในการแพร่เชื้อกันมากขึ้น
ผมนึกถึงเรื่องที่เคยเขียนเกี่ยวกับประเด็นนี้ เมื่อ เม.ย.63 และ ม.ค.64 ว่าให้ลองนึกตามกันดูครับว่า มันจะเป็นอย่างไร ถ้าผ่านไปอีก 1-2 ปี ที่เชื้อโควิดแพร่กันไปกันมาจนเกือบครบหมดทุกคน และปรากฎการณ์ที่ความรุนแรงของเชื้อมันจะเจือจางลงเหมือนแค่ไข้หวัดธรรมดา ผมเคยเขียนสิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นนี้ไว้ว่ามันเป็นสมมติฐานที่เป็นไปได้มาก เพราะไข้หวัดใหญ่วันนี้มันก็เกิดจากการกลายพันธุ์มาเรื่อยๆ เหมือนกัน ดังนั้น ประกันแบบ เจอ จ่าย จบ นั้นจะคงจะทำให้บริษัทประกันจบแบบจ่ายกันหนักพอสมควรไปเรื่อยๆ อีกระยะหนึ่ง
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การตรวจเชิงรุกของคนที่ไม่แสดงอาการนั้นสามารถทำได้โดยการซื้อชุดตรวจมาตรวจเอง ก่อนที่จะไปตรวจละเอียดจริงในภายหลัง
และยิ่งคนที่ฉีดวัคซีนเริ่มมีมากขึ้นในประเทศเท่าไร คนที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนก็จะมีความเสี่ยงจากการติดเชื้อมากทวีคูณขึ้นเท่านั้น เพราะตอบยากว่าคนรอบข้างใกล้ตัวนั้นติดโควิดมาหรือไม่
โดยเฉพาะคนที่ฉีดวัคซีนไปแล้ว เท่าที่เห็นก็จะมีออกเดินทางไปทำงานหรือไปประชุมที่ออฟฟิตบ้างสัปดาห์ละครั้ง หรือเห็นออกไปจ่ายตลาดก็มี
จากข้อสันนิษฐานส่วนตัวในแบบจำลองของผมก็คือ คนที่ฉีดวัคซีนแล้วก็เหมือนมีเกราะป้องกันตัวไว้ระดับหนึ่ง (กันตายได้มาก กันติดได้นิดหน่อย) แต่สุดท้ายแล้วคนที่ฉีดวัคซีนไปแล้ว (โดยเฉพาะเพียงแค่ 1 เข็ม) ก็เป็นเหมือนที่พักให้กับเชื้อไวรัสให้มาสิงรอไว้อยู่ดี และเมื่อไปเจอกับคนอื่นไม่ว่าจะเป็นในที่ทำงานหรือกับคนในบ้านแล้ว เชื้อไวรัสก็มีโอกาสจะแพร่ไปสู่คนรอบข้างได้ และการแพร่เชื้อระหว่างคนที่ฉีดวัคซีนไปแล้วด้วยกันเองจะเกิดได้ง่ายขึ้นกว่ามาก ถ้าโชคไม่ดีเมื่อไร คนที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนก็จะโดนแพร่เชื้อเข้ามาโดยไม่รู้ตัว
มันก็คงเป็นปรากฎการณ์เดียวกับตอนที่มีการแพร่กระจายของไวรัสตับอับเสบบี ที่คนที่เป็นไวรัสตับอักเสบบีแบบชนิดที่เป็นพาหะ (คือไม่แสดงอาการ) แต่สามารถติดต่อผ่านไปที่คนอื่นต่อได้
ดังนั้น ตัวเลขการแพร่เชื้อที่ผ่านมาจึงเป็นการแพร่เชื้อกันแบบเงียบๆ หลังจากที่มีคนทยอยได้รับวัคซีนกันแล้ว
ยิ่งประเทศไหนที่ “ยืดเวลาในการทยอยการฉีดวัคซีน” นานมากขึ้นเท่าไร ประเทศนั้นยิ่งจะมีตัวเลขอัตราการแพร่เชื้อที่วิ่งสูงขึ้นมากเท่านั้น และคนที่ยังไม่ได้รับวัคซีนก็จะมีความเสี่ยงมากยิ่งขึ้นเมื่อสัดส่วนของคนที่ฉีดวัคซีนเริ่มมีสูงขึ้น
จากกรอบความคิดแบบนี้ จะเห็นว่าในมุมมองของแบบจำลองอัตราการติดเชื้อนี้ ถ้าจะให้ได้ผลจริงๆ ก็คือการที่ต้องฉีดวัคซีนกันตูมเดียวไปเลย การที่ยืดเยื้อทยอยฉีดนั้น จะทำให้คนที่ฉีดวัคซีนไปแล้ว สามารถมีโอกาสแพร่เชื้อต่อไปให้กับคนอื่นได้ โดยเฉพาะการที่ไม่แสดงอาการใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งทำให้ระมัดระวังได้ยากมากในการไปจำกัดการแพร่เชื้อในวงกว้าง
ผมเป็นห่วงสถานการณ์การแพร่เชื้อในตอนนี้ ซึ่งถ้าคนที่่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วเห็นด้วยกับแนวคิดของกรอบความคิดแบบนี้นั้น น่ากลัวว่ายอดการติดเชื้อต่อวัน (ประกาศอย่างเป็นทางการกัน) คงต้องพุ่งขึ้นถึง 3 หมื่นคนต่อวันเป็นแน่ และตัวเลขจริงคงจะสูงกว่านั้น
เพราะฉะนั้น คนที่ฉีดวัคซีนแล้วก็ยังมีโอกาสสามารถแพร่เชื้อต่อให้ผู้อื่นได้อีก คนที่ฉีดวัคซีนแล้วจึงต้องยิ่งระมัดระวังตัวมากกว่าคนที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนเสียด้วยซ้ำ เพราะคนที่ฉีดวัคซีนแล้วแทบจะไม่แสดงอาการอะไรเมื่อติดเชื้อเลย ทำให้คนที่ฉีดวัคซีนไปแล้วมีโอกาสแพร่เชื้อให้กับคนรอบข้างโดยไม่รู้ตัวมากกว่าคนที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนครับ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประกันโควิด-19