หุ้นไทยแกว่งตัว 1,690-1,705 จุด โบรกฯแนะขายทำกำไร 3 ธีมหลัก
เล่นหุ้น ซื้อขายหุ้น
บล.ฟิลลิป ประเมินตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีแนวโน้มแกว่งตัวออกข้างในกรอบ 1,690-1,705 จุด โบรกฯแนะขายทำกำไร 3 ธีมหลัก “หุ้นท่องเที่ยวเปิดเมือง-หุ้นใหญ่รับฟันด์โฟลว์ต่างชาติ-หุ้นรับประโยชน์ข่าวการเลือกตั้ง” แนะนำซื้อหุ้นเด่นวันนี้ “CPALL-NER”
วันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ว่า คาดดัชนี SET Index กลับมาแกว่งตัวออกข้างในกรอบระหว่าง 1,690-1,705 จุด หลังตอบรับการประชุม กนง. ครั้งที่ 2 และปิดงวดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าซีรีส์ H22 ไปแล้ววานนี้ ขณะที่ภาพรวมยังไร้ปัจจัยหนุนใหม่ และยังต้องติดตามพัฒนาการของปัจจัยเดิม ๆ
ได้แก่ 1.ประเด็นรัสเซีย-ยูเครน วานนี้มีสัญญาณเชิงบวกออกมาถึงความคืบหน้าในการเจรจาของสองฝ่าย แต่ในเบื้องต้นยังต้องพิจารณาในประเด็นว่าผู้นำสองประเทศจะมีโอกาสได้พูดคุยกัน และมาตรการคว่ำบาตรของชาติพันธมิตรจะยังคงดำเนินต่อไปหรือไม่ แม้สงครามยุติได้
นอกจากนี้ยังเข้าใกล้กำหนดเส้นตายของรัสเซียที่ให้ชาติพันธมิตรชำระราคาพลังงานและสินค้าจากรัสเซียด้วยสกุลเงินรูเบิล จึงยังทำให้ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ยังมีสูง
2.ความผันผวนของราคาน้ำมัน หลังวานนี้ดีดกลับมากว่า 3% จากการเปิดเผยสต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐที่ลดลงมากกว่าคาด ขณะที่นักลงทุนยังรอจับตาการประชุม OPEC+ ในวันนี้ว่าจะมีการเพิ่มกำลังการผลิตเล็กน้อยเป็น 4.32 แสนบาร์เรลต่อวัน ในเดือน พ.ค. ตามข้อตกลงกันตั้งแต่ปีที่แล้วหรือไม่ และ
3.คืนนี้รอติดตามตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐวัดค่าจาก PCE และ Core PCE Price Index ที่คาดว่าจะยังปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในเดือน ก.พ. 2565
สำหรับผลประชุม กนง.วานนี้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.50% ตามที่ตลาดคาดการณ์ และปรับลดคาดการณ์ GDP ปี 65 ของไทยเหลือเติบโตเพียง 3.2% (เดิม 3.4%) จากผลกระทบสงครามรัสเซีย-ยูเครนและการระบาดของโอมิครอน ก่อนที่จะกลับมาขยายตัวถึง 4.4% ในปี 2566
ส่วนมุมมองเงินเฟ้อคาดว่าปีนี้จะอยู่ที่ 4.9% แต่ในช่วงไตรมาสที่ 2 และ 3 มีโอกาสที่เงินเฟ้อจะขยายตัวมากกว่า 5% อันเป็นผลกระทบมาจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นแรงทำให้ฝั่งเงินเฟ้ออุปทาน (Cost Push) สูงขึ้น ขณะที่ฝั่งอุปสงค์ (Demand Pull) ยังอยู่ในระดับต่ำก่อนจะกลับเข้าสู่กรอบปกติในปี 2566 และทาง กนง.พร้อมใช้เครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสมหากมีความจำเป็น
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำขายทำกำไรหุ้นที่รับประโยชน์ราคาน้ำมันลงและหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลที่ราคาปรับตัวขึ้นไปสูงแล้ว ส่วนธีมในวันนี้ ได้แก่
1.หุ้นท่องเที่ยวเปิดเมืองขานรับแนวทางยกเลิก Thailand Pass (AOT, ERW, CENTEL, MINT, CPALL)
2.หุ้นใหญ่รับฟันด์โฟลว์ต่างชาติไหลเข้าอีกครั้งหลังก่อนหน้านี้ Underperform (KBANK, BBL, GULF, MAKRO, HMPRO, BEM)
3.หุ้นรับประโยชน์ข่าวการเลือกตั้งที่จะเริ่มคึกคัก โดยวันนี้จะมีการเปิดรับสมัครและจับเบอร์ผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.จาก กกต. และมีจำนวนผู้มีสิทธิลงคะแนนถึง 4.5 ล้านคน (TKS)
หุ้นเด่นวันนี้แนะนำซื้อคือ CPALL ฟื้นตัวจากขั้นต่ำ และ SSSG ไตรมาส 1/65 ผู้บริหารคาดโต 1.3% จากขั้นต่ำในปีก่อน จากการระบาดของเดลต้า แม่ปีนี้มีการระบาดของโอมิครอน แต่อาการน้อยกว่าและมาตรการผ่อนคลายมากขึ้น คาดอัตรากำไรดีขึ้นจากสัดส่วนสินค้ามาร์จิ้นสูงเพิ่มขึ้น และปีนี้มีแผนเปิดสาขาอีก 700 แห่ง
และ NER คาดกำไรปี 65 ยังโตจากช่วงเดียวกันปีก่อน จะปริมาณและราคาขายเพิ่มขึ้น อีกทั้งคาดได้ประโยชน์จากโรคใบร่วงในอินโดนีเซียทำให้ได้ลูกค้าใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันกลับมาซื้อขายบน P/E ไม่ถึง 6 เท่า และยังมีเงินปันผลสำหรับงวดครึ่งหลังปี 2564 ที่จะขึ้นเครื่องหมาย XD 19 เม.ย. 2565 ที่ 0.36 บาทต่อหุ้น