SCB เปิด 4 กลยุทธ์ดันสินทรัพย์ AUM แตะ 2 ล้านล้าน รุกคนรวยรุ่นใหม่

SCB

ธนาคารไทยพาณิชย์ เดินหน้าแผน 3 ปี ภายใต้ 4 กลยุทธ์ ดันสินทรัพย์ภายใต้บริหารแตะ 2 ล้านล้านบาท ชู ทีมงานที่ปรึกษา-โปรดักต์ครอบคลุม-ช่องทางดิจิทัล รุกกลุ่มลูกค้าคนรวยรุ่นใหม่ลงทุนผ่านดิจิทัลตั้งเป้า 1.3 ล้านราย

วันที่ 22 มิถุนายน 2565 ดร.ยรรยง ไทยเจริญ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ Wealth ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า แม้ปัจจุบันตลาดการลงทุนเผชิญความท้าทายและผันผวนสูงจากปัจจัยสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ส่งผลให้เกิดปัญหาซัพพลายชะงักงัน (Supply Disruption) อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง ทำให้ธนาคารกลางประเทศหลักดำเนินนโยบายการเงินตึงตัว ส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัว และเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession)

ดร.ยรรยง ไทยเจริญ
ดร.ยรรยง ไทยเจริญ

อย่างไรก็ดี ธนาคารมองว่าภายใต้วิกฤตมีโอกาสเสมอ โดยยังคงเดินหน้าธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) ตามแผนกลยุทธ์ 3 ปี นับตั้งแต่ปี 65-67 ที่ต้องการเพิ่มสินทรัพย์ภายใต้บริหารจัดการ (AUM) ไปแตะที่ระดับ 2 ล้านล้านบาท จากต้นปีนี้อยู่ที่ 1.6 ล้านล้านบาท ซึ่งธนาคารตั้งเป้าเติบโต AUM ปีนี้อยู่ที่ 5%



สำหรับกลยุทธ์ 3 ปี จะประกอบด้วย 4 ด้านที่ดำเนินการต่อเนื่อง ได้แก่ 1.คุณภาพของเจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์ (Relationship Management: RM) ที่มีกว่า 900 คน ซึ่งในจำนวนดังกล่าวประมาณ 80% จะมีใบอนุญาต (License) ทำให้ธนาคารสามารถเสนอผลิตภัณฑ์ทางด้านการลงทุนได้รอบด้าน และสามารถจัดสรรพอร์ตการลงทุนได้ในภาวะแตกต่างกันได้ดียิ่งขึ้น

2.ผลิตภัณฑ์ ธนาคารมีแพลตฟอร์มที่สามารถเสนอโปรดักต์ได้หลากหลายไม่เฉพาะแต่ของธนาคารเท่านั้น แต่ยังมีความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้ แม้ว่าภาวะตลาดจะอยู่ในช่วง Sideway ก็ตาม เช่น ตราสารหนี้ (Structure Product) หรือ Private Asset สินทรัพย์นอกตลาด รวมถึงการลงทุนรูปแบบอื่น อาทิ Property Black Loan ที่มีการนำสินทรัพย์ที่ดินเปล่ามาลงทุน ซึ่งคิดดอกเบี้ยเฉลี่ยอยู่ที่ 2.5-4% แต่สร้างผลตอบแทนอยู่ที่ 4.5-5% ซึ่งมีส่วนต่างของผลตอบแทน เป็นต้น

ขณะที่ 3.Digitla Platform โดยมีการเชื่อมโยงการลงทุนตามไลฟ์สไตล์ของลูกค้าภายใต้บริษัทในเครือของธนาคาร โดยเฉพาะกลุ่มคนรวยรุ่นใหม่ (young affluent หรือ Digital Investor) ที่มีอัตราการเติบโตค่อนข้างดี แม้ตลาดมีความผันผวน แต่ได้รับผลกระทบจากการลงทุนน้อยกว่ากลุ่มอื่น ซึ่งเป็นกลุ่มที่ธนาคารจะให้ความสำคัญมากขึ้น โดยตั้งเป้าจำนวนลูกค้ากลุ่มนี้ภายในสิ้นปีนี้อยู่ที่ 6.2 แสนราย และภายในปี 2567 จะเพิ่มเป็น 1.3 ล้านราย

และ 4.คุณภาพทีมงานที่ปรึกษาการลงทุน (Advisory) ซึ่งจะเป็นคลังสมองในการแนะนำทางด้านการลงทุน โดยจะมีการผนึกกำลังทั้งจากบริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ (SCBS) และบริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนไทยพาณิชย์ (SCBAM) ซึ่งจะตอบโจทย์การลงทุนของลูกค้า


“ปัจจุบันเหตุการณ์ไม่ปกติ เราเผชิญความผันผวน แต่เรายังเชื่อว่าวิกฤตยังมีโอกาส ซึ่งต้นปีเรามี AUM อยู่ที่ 1.6 ล้านล้านบาท ซึ่งขยายมาจากการขยายตัวของฐานลูกค้า เพราะโดยปกติธุรกิจเวลท์เราจะมีอัตราการเติบโตอยู่แล้วเฉลี่ย 10-12% แต่ปีนี้เราจะเน้นทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญ และโปรดักต์ที่ครอบคลุม และช่องทางดิจิทัลสนับสนุนเป้าหมายการเติบโต”

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ