หุ้นไทยรับแรงหนุนรายงานเฟด แต่เอฟเฟ็กต์ราคาน้ำมันดิ่ง

หุ้น-ดอลลาร์-ขนส่ง-น้ำมัน

“ฟิลลิป” ประเมินตลาดหุ้นไทยเช้านี้ ดัชนี SET Index ไม่น่าไปไหนไกล คาดแกว่งตัวในกรอบ 1,530-1,555 จุด จากตัวเลขทางเศรษฐกิจสหรัฐออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด-รายงานการประชุมเฟดไม่ได้กดดันภาพการลงทุนเพิ่ม แต่มีแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบ WTI ขยับตัวลงต่อเนื่องต่ำกว่าระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล เป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน

วันที่ 7 กรกฎาคม 2565 บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ว่า ดัชนี SET Index ไม่น่าไปไหนไกล เช้านี้คาดแกว่งตัวออกข้างในกรอบ 1,530-1,555 จุด หลัง Sentiment การลงทุนจากภายนอกเริ่มดีขึ้นบ้าง จากตัวเลขทางเศรษฐกิจสหรัฐออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด

รวมถึงรายงานการประชุมเฟดไม่ได้กดดันภาพการลงทุนเพิ่มเติม แต่ตลาดหุ้นไทยอาจจะยังมีแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ขยับตัวลงต่อเนื่องต่ำกว่าระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล เป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน มาอยู่ที่ 98.53 ดอลลาร์/บาร์เรล ท่ามกลางความกังวลต่อเศรษฐกิจถดถอย

จึงคาดวันนี้กลุ่มพลังงานและโรงกลั่นอาจปรับตัวลงกดดันตลาดต่ออีกวัน ขณะที่ปัจจัยทางบวกจะมาจากภาคการท่องเที่ยวที่ยังเป็นภาพนักท่องเที่ยวไหลเข้าไทย โดยในวันที่ 8 ก.ค.นี้ คาดอาจเห็นการพิจารณาประกาศโรค COVID-19 ให้เป็นโรคประจำถิ่น หนุนภาพการกลับมาใช้ชีวิตปกติมากขึ้น ดีต่อกลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรม ค้าปลีก รวมถึงกลุ่มสื่อและโฆษณา



สำหรับกลยุทธ์การลงทุน เน้นหุ้นในกลุ่ม 1.ท่องเที่ยวเปิดเมือง เช่น CENTEL, MINT, MAJOR, CPALL 2.กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง เช่น BGRIM, SCC 3.กลุ่มรับประโยชน์จากบาทอ่อน ซึ่งล่าสุดเช้านี้ขยับมาที่ 36.26 บาท/ดอลลาร์ แล้ว เช่น GFPT, CPF, CBG, SAPPE

ล่าสุดวานนี้ ททท. เผยตัวเลขนักท่องเที่ยวเข้าไทยช่วงวันที่ 1-3 ก.ค. หลังยกเลิกไทยแลนด์พาสต์มีเข้ามากว่า 1 แสนคน เฉลี่ยวันละ 30,890 คน มากกว่าเป้าที่ ททท. ตั้งไว้ที่ราว 3 หมื่นคนต่อวัน ทั้งนี้ ในช่วง Green Season เดือน ก.ค. ถึงเดือน ก.ย. คาดจะมีนักท่องเที่ยวเข้าไทยกว่า 2.7 ล้านคน ขณะที่วันศุกร์นี้คาดที่ประชุม ศบค. จะพิจารณาการประกาศโรค COVID-19 ให้เป็นโรคประจำถิ่น ร่วมกันหนุน Sentiment เชิงบวกให้หุ้นในกลุ่มเปิดเมือง เปิดประเทศ กลุ่มค้าปลีก กลุ่มสื่อและโฆษณา กลับมาคึกคักขึ้น

ด้านตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมาดีเบา ๆ แต่ยังต้องจับตาเฟดต่อ โดยวานนี้ตลาดหุ้นสหรัฐปิดในแดนบวกแต่แกว่งตัวได้แคบ ๆ หลังตัวเลข ISM non-manufacturing PMI, Services PMI และ JOLTs Job opening ล้วนออกมาในทิศทางที่ดีกว่าที่ตลาดคาด แต่ยังไม่ถึงขั้นโดดเด่น สะท้อนการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งมาก

ด้านรายงานการประชุมเฟดออกมาในทิศทางที่ชัดเจนว่าเฟดคงปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในรอบการประชุมถัดไปที่ราว 0.50-0.75% ซึ่งตลาดค่อนข้างซึมซับในประเด็นดังกล่าวไปมากแล้ว ทำให้ไม่ได้กดดันภาพรวมการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มเติม


ขณะที่ทิศทางของ Bond Yields สหรัฐกลับมาดีดตัวขึ้นสั้น ๆ สะท้อนความกังวลที่ลดลงและหันไปลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น จึงมอง Sentiment บวกบางส่วนจะส่งผ่านมายังตลาดไทยด้วยเช่นกัน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ