เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ครึ่งปีแรกอสังหาฯหยุดขาย 6 โครงการ เหตุ “ไม่ผ่าน EIA-ขายไม่ออก-แบงก์ไม่ปล่อยสินเชื่อ” สต๊อกค้างกว่า 2 แสนยูนิต
Real Estate ครึ่งปีแรกอสังหาฯหยุดขาย 6 โครงการ เหตุ “ไม่ผ่าน EIA-ขายไม่ออก-แบงก์ไม่ปล่อยสินเชื่อ” สต๊อกค้างกว่า 2 แสนยูนิต
ราคาทองวันนี้ (24 ก.ค. 69) ร่วงลง 850 บาท ทองรูปพรรณ 65,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (24 ก.ค. 69) ร่วงลง 850 บาท ทองรูปพรรณ 65,450 บาท
ปิดฉาก 3 วัน Thailand Content Market 2026 ผู้เข้าชม 6,731 ราย จาก 69 ประเทศ
Economic ปิดฉาก 3 วัน Thailand Content Market 2026 ผู้เข้าชม 6,731 ราย จาก 69 ประเทศ
ไทยเร่งหาทางออกใหม่ กระจายตลาด-เพิ่มอำนาจต่อรอง รับมือ ‘ภาษีสหรัฐ-โลกผันผวน’
Uncategorized ไทยเร่งหาทางออกใหม่ กระจายตลาด-เพิ่มอำนาจต่อรอง รับมือ ‘ภาษีสหรัฐ-โลกผันผวน’
ออมสิน เปิดตัว “เงินฝากมหาเฮง” ดอกเบี้ย 0.50% เปลี่ยนยอดขายเป็นเงินออมอัตโนมัติ
Finance ออมสิน เปิดตัว “เงินฝากมหาเฮง” ดอกเบี้ย 0.50% เปลี่ยนยอดขายเป็นเงินออมอัตโนมัติ
เอกชนขานรับ คตท. เดินหน้า 6 ยุทธศาสตร์ Zero Corruption ยกระดับไทยสู่ OECD
Economic เอกชนขานรับ คตท. เดินหน้า 6 ยุทธศาสตร์ Zero Corruption ยกระดับไทยสู่ OECD
ส.อ.ท. หั่นเป้าผลิตรถยนต์ปี’69 เหลือ 1.45 ล้านคัน พิษส่งออกสะดุด BEV ยังโตแรงหนุนตลาดในประเทศ
Economic ส.อ.ท. หั่นเป้าผลิตรถยนต์ปี’69 เหลือ 1.45 ล้านคัน พิษส่งออกสะดุด BEV ยังโตแรงหนุนตลาดในประเทศ
สนค.ชี้ส่งออกครึ่งปีหลังชะลอ รับแรงเร่งซื้อก่อนภาษีสหรัฐแผ่ว แต่มั่นใจอิเล็กทรอนิกส์ยังหนุนทั้งปี
Economic สนค.ชี้ส่งออกครึ่งปีหลังชะลอ รับแรงเร่งซื้อก่อนภาษีสหรัฐแผ่ว แต่มั่นใจอิเล็กทรอนิกส์ยังหนุนทั้งปี
AWC ลงนามสินเชื่อแบงก์สิงคโปร์ OCBC 6.6 พันล้านบาทลงทุนโครงการคุณภาพหนุนการเติบโตระยะยาว
Business AWC ลงนามสินเชื่อแบงก์สิงคโปร์ OCBC 6.6 พันล้านบาทลงทุนโครงการคุณภาพหนุนการเติบโตระยะยาว
จับตา ‘ฮูตี’ อนุญาตเรือจีนผ่าน ‘ทะเลแดง’ ตัวแปรสำคัญราคาน้ำมันโลก
World จับตา ‘ฮูตี’ อนุญาตเรือจีนผ่าน ‘ทะเลแดง’ ตัวแปรสำคัญราคาน้ำมันโลก
ดูทั้งหมด

ประกันสุขภาพและประกันชีวิตมีความจำเป็นแค่ไหน ?

31 มี.ค. 2563 | 22:59น.
ประกันสุขภาพ,ประกันชีวิต

จริงหรือที่การซื้อประกันสุขภาพและประกันชีวิต คือการ ‘โอนย้ายความเสี่ยง’ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตออกไปด้วยการจ่ายน้อย เพื่อซื้อความสบายใจขนาดใหญ่ เพราะเราไม่สามารถคาดการณ์ได้เลยว่าในอนาคตข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นกับเราบ้าง และในเมื่อไม่มีใครรู้อนาคต และเป็นที่รู้กันดีว่าโอกาสที่เราทุกคนนั้นสามารถเจ็บป่วยได้ เพราะไม่มีใครสุขภาพแข็งแรงดีได้ตลอดไป หรือโอกาสที่เราอาจเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงเวลาอยู่แล้ว ไม่มีใครรู้อนาคตที่จะเกิดขึ้น แต่ประกันไม่ว่าจะรูปแบบใดๆ ก็ตาม คือสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราสามารถกำหนดและวางแผนอนาคตของตัวเองได้

วางแผนรับมือ ในวันที่อนาคตคาดเดาได้ยาก
ไม่ว่าตอนนี้ผู้อ่านกำลังจะ
• ไม่มีประกันตัวใดเลย ทั้งประกันสุขภาพ หรือประกันสังคม
• มีประกันอย่างใดอย่างหนึ่งอยู่แล้ว
และมีความสงสัยว่าประกันสุขภาพกับประกันสังคมนั้น เราควรมีแบบใดแบบหนึ่งก็เพียงพอ หรือว่าจำเป็นที่จะต้องมีทั้ง 2 รูปแบบ ต้องวางแผนการซื้อ ต้องดูเรื่องอะไรเป็นปัจจัยหลักบ้าง
ประกันทั้ง 2 รูปแบบ เหมาะกับใครบ้าง

ประกันสังคม ประกันสุขภาพ
เป็นสวัสดิการขั้นพื้นฐานตามกฎหมายแรงงาน เช่น

• พนักงานประจำ
• ข้าราชการ

จะช่วยลดปัญหาค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของผู้ประกันตนและช่วยเหลือเมื่อว่างงานได้เป็นอย่างดี

เป็นความคุ้มครองเกี่ยวกับสุขภาพที่สามารถทำเพิ่มเติมได้ โดยเลือกประเภทของความคุ้มครอง จำนวนเงิน และประโยชน์ที่ต้องการได้ แบ่งออกเป็น

• เน้นคุ้มครองกลุ่มโรคร้ายแรง
• คุ้มครองการเจ็บป่วยทั่วไป
• บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ
• ประกันชดเชยรายได้

โดยรวมแล้วประกันสุขภาพจะมีความคุ้มครองที่ครอบคลุมและยืดหยุ่นมากกว่า

ประกันสังคม ประกันสุขภาพ คือการให้ความคุ้มครองที่แตกต่างกัน

เราจะเห็นได้ว่าประกันทั้ง 2 รูปแบบนี้มีจุดมุ่งหมายในการให้ความคุ้มครองที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนอยู่แล้ว ดังนั้นผู้อ่านกำลังเกิดคำถามว่าระหว่างประกันทั้ง 2 รูปแบบนี้ เราควรมีเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือว่าทั้ง 2 รูปแบบเลย ทั้งนั้นจึงขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้ชีวิต Lifestyle ของตัวผู้อ่าน หรืออาจจะเรียกได้ว่า ‘ผู้เอาประกันตน’ เอง

แต่ทั้งนี้ เพื่อความชัดเจนในการตัดสินใจ เราอยากชวนผู้อ่านได้ทดลองใช้ Confident check เพื่อทำการตกผลึกการตัดสินใจ หลังจากได้เปรียบเทียบข้อมูลการเลือกทำประกันแต่ละรูปแบบ หรือแต่ละบริษัทประกัน เพื่อให้ตัวผู้อ่านเองได้แน่ใจว่า รูปแบบและการวางแผนการทำประกันต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นประกันสังคม ประกันสุขภาพต่างๆ ที่กำลังสนใจและวางแผนซื้อนั้นได้ทำการคิดมาอย่างรอบคอบแล้ว

การอ่าน Confident Check

แกนตั้งด้านบน : สิทธิประโยชน์ ความคุ้มค่าดีมาก (Great)

แกนตั้งด้านล่าง : สิทธิประโยชน์ ความคุ้มค่าน่าพึงพอใจ (Great)

แกนนอน : วงเงินคุ้มครองต่างๆ เหมาะสมกับเงื่อนไข ซึ่งเราจะไล่จากด้ายซ้ายไปขวาตามลำดับจากน้อยไปหามาก

วิธีการใช้ Confident Check

ในส่วนนี้ผู้อ่านสามารถนำกราฟ Confident Check นี้มาใช้ หลังจากได้ทำการอ่านเงื่อนไขและเปรียบเทียบประกันต่างๆ ด้วยตัวเองเรียบร้อยแล้ว สามารถเขียนจุดลงบนตารางได้เลยดังตัวอย่าง ซึ่งจากตัวอย่างจะเห็นได้ว่า หากจุดในช่องฝั่งขวาด้านบน แสดงประกันนั้นๆ น่าสนใจและมีความคุ้มค่ามาก แต่ถ้าหากผู้อ่านได้ทำการจดลงที่ช่องล่างซ้าย จะหมายถึงประกันนั้นๆ ยังไม่น่าสนใจหรือไม่เหมาะสมกับผู้อ่าน ซึ่งกำลังเป็นผู้คัดเลือกประกันแบบต่างๆ ที่เหมาะสมกับตนเอง

ประโยชน์ของการใช้ Confident Check คือ

หลังจากได้ทำการศึกษาประกันรูปแบบต่างๆ รวมถึงเงื่อนไข รายละเอียดปลีกย่อยแล้ว การได้จุดกราฟลงไป จะทำให้ผู้อ่านมองเห็น หรือตกผลึกทางความคิดของตัวเองได้อย่างชัดเจน และสามารถแสดงผลการเปรียบเทียบประกันรูปแบบต่างๆ ด้วยการตัดสินใจของตัวเองได้อย่างเป็นรูปธรรม จับต้องได้ ซึ่งช่วยให้การเลือกซื้อ การวางแผนและตัดสินใจต่างๆ ในการซื้อประกันชัดเจนและรอบคอบมากขึ้น

เปรียบเทียบสิทธิประโยชน์ระหว่างประกันสังคมและประกันสุขภาพ

สถานการณ์

กรณีไม่มีประกัน

ประกันสังคม

ประกันสุขภาพ

เจ็บป่วย หรือเกิดอุบัติเหตุ ต้องเข้าโรงพยาบาลรักษาตัว ใช้เงินที่มีในปัจจุบันเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษา ซึ่งอาจเป็นวงเงินที่สูง หากไม่มีเงินเก็บอยู่ก่อนอาจจะทำให้ขาดสภาพคล่องทางการเงินได้ คุ้มครองกรณีเจ็บป่วยทั่วไป หรือเมื่อประสบอุบัติเหตุ โดผู้ประกันตนจะได้รับการรักษาฟรีไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ เมื่อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่ได้เลือกไว้ตั้งแต่ตอนสมัคร คุ้มครองเมื่อต้องเข้ารับการรักษา ณ โรงพยาบาล ที่เกิดจากการเจ็บป่วย หรืออุบัติเหตุ โดยมีการชดเชยค่าใช้จ่ายทั้งหมด 7 อย่างดังนี้

1. ค่าห้องพักในโรงพยาบาล ค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาล ค่าบริการต่างๆ รวมถึงค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉิน จากการเกิดอุบัติเหตุ

2. ค่าใช้จ่ายจากการผ่าตัด และค่าที่ปรึกษาทางการแพทย์

3. ค่าใช้จ่ายที่ได้รับการดูแลจากแพทย์ค่าใช้จ่ายในการรักษาฟัน

4. ค่าใช้จ่ายกรณีคลอดบุตร

5. ค่าใช้จ่ายเมื่อรับรักษาที่คลินิก หน่วยพยาบาล หรือส่วนของผู้ป่วยนอก

6. ค่าบริการเมื่อให้แพทย์และพยาบาลพิเศษมาดูแล 7. ค่าชดเชยระหว่างต้องนอนโรงพยาบาล (กรณีเสียรายได้)

เจ็บป่วยฉุกเฉิน ต้องสำรองจ่ายค่ารักษาไปก่อน แล้วจึงค่อยเบิกคืนกับทางประกันสังคมภายหลัง สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้เท่าจำนวนเงินที่จ่ายจริงตามความจำเป็น
อุบัติเหตุอันตรายร้ายแรง หากเข้ารับการรักษาเร่งด่วนจากโรงพยาบาลนอกสิทธิจะต้องรีบแจ้งโรงพยาบาลในสิทธิประกันสังคมภายใน 72 ชั่วโมง เพื่อให้ทางประกันสังคมรับผิดชอบในค่าใช้จ่ายให้ เป็นการจ่ายตามจริง โดยมีค่าบริการทางการแพทย์ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพิ่มเติมตามการรักษา ค่าห้อง ค่าอาหาร วงเงินค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับประกันที่ได้ซื้อไว้
การทำทันตกรรม ให้ความคุ้มครอง
ถอนฟัน อุดฟัน และขูดหินปูน สามารถเบิกคืนได้ไม่เกิน 300 บาทต่อครั้ง และปีละไม่เกิน 600 บาทใส่รากฟันเทียม เฉพาะผู้ที่ประสบอุบัติเหตุสูญเสียฟันทั้งปาก ประกันสังคมจะจ่ายให้ไม่เกิน 16,000 บาทต่อราก และไม่เกินรายละ 2 ราก
รับสิทธิประโยชน์ทางทันตกรรม เช่น ดูแลทางด้านการรักษา, การส่งเสริมดูแลโรคในช่องปาก
การคลอดบุตร สามารถเบิกเงินค่าใช้จ่ายในกรณีคลอดบุตรได้ แต่ต้องมีการจ่ายเงินสมทบประกันสังคมมาแล้วอย่างน้อย 7 เดือน และก่อนคลอดบุตรอย่างน้อย 15 เดือน ให้ความคุ้มครองอุบัติสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอระหว่างตั้งครรภ์ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุทั่วไป ฆาตกรรมหรือถูกทำร้ายร่างกาย ตลอดจนการวางแผนคลอดบุตร และค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อเข้ารับการคลอดบุตรทั้งแบบผุ้ป่วยนอก และผู้ป่วยใน
กรณีทุพพลภาพ ได้รับเงินชดเชยจากประกันสังคม แต่มีเงื่อนไขว่า จะต้องเป็นผู้ที่จ่ายเงินสมทบมาแล้วอย่างน้อย 3 เดือน และภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนเดือนที่ทางประกันสังคมกำหนดให้เป็นผู้ทุพพลภาพ ให้ความคุ้มครองกรณีที่ผู้เอาประกันภัยตกเป็นบุคคลทุพพลภาพ เช่น

ตาบอดสนิท 2 ข้าง และไม่มีทางรักษาให้หายได้

สูญเสียมือ 2 ข้าง หรือเท้า 2 ข้าง

สูญเสียมือ 1 ข้าง กับเท้า 1 ข้าง

กรณีเสียชีวิต หากเสียชีวิตจากสาเหตุอื่นไม่เกี่ยวกับการทำงาน จะได้รับค่าทำศพแต่ต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้ว 1 เดือน ภายในระยะเวลา 6 เดือนก่อนเดือนที่เสียชีวิต คุ้มครองในส่วนของสุขภาพร่างกายของเราที่อาจจะต้องได้รับการรักษา แต่ไม่ได้คุ้มครองหากเราเสียชีวิตจากการเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ รวมถึงการรักษาจากอุบัติเหตุ
กรณีว่างงาน จะได้รับเงินทดแทนแต่ต้องมีการจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนการว่างงาน โดยจะต้องไปขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานภายใน 30 วัน และรายงานตัวทุกๆ เดือนละ 1 ครั้ง

สรุป ประกันสุขภาพ-ประกันสังคม เราควรมีเพียงอย่างเดียว หรือมีทั้ง 2 อย่าง

เราได้ทราบกันไปแล้วว่าประกันสุขภาพ และประกันสังคมนั้นมีจุดมุ่งหมายในการคุ้มครองที่แตกต่างกัน แม้ว่าจะมีบางการคุ้มครองที่ทับซ้อนกัน เช่นกรณีเจ็บป่วย เกิดอุบัติเหตุ เข้าโรงพยาบาล และรายละเอียดปลีกย่อยในการคุ้มครองนั้นแตกต่างกันอยู่มาก ทั้งนี้ไม่ว่าคุณจะเลือกทำประกันในรูปแบบใด สิ่งที่ควรคำนึงถึงมากที่สุดในการซื้อประกันคือ

– วัตถุประสงค์ของรูปแบบประกัน สอดคล้องกับการใช้ชีวิตของเราหรือไม่
– วัตถุประสงค์ส่วนตัวในการซื้อประกันนั้นๆ เช่น เพื่อต้องการนำไปลดหย่อนภาษี ฯลฯ
– ศักยภาพในการจ่ายเบี้ยประกันของเราเอง

และหากใครมีแผนที่กำลังจะซื้อประกันแล้วนั้นก็ควรต้องศึกษาเงื่อนไขของประกันประเภทต่างๆ ซึ่งเราก็มีวิธีง่ายๆ เทคนิครู้ทันตัวแทนก่อนซื้อประกัน มาให้ติกตามศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์นี้