เปิดคำสั่งลงโทษ “ไล่ออกจากราชการ” อดีตตำรวจกราดยิงหนองบัวลำภู

คำสั่งไล่ออกจากราชการอดีตตำรวจมือกราดยิงง

เปิดคำสั่งผู้บังคับการตํารวจภูธรจังหวัดหนองบัวลําภู ลงโทษไล่ออกจากราชการ สิบตํารวจเอกปัญญา คําราบ อดีตตำรวจมือกราดยิงหนองบัวลำภู หลังโดนคดีอาญาข้อหา “มียาเสพติดไว้ในครอบครอง” ผบ.ตร.เผยผู้ก่อเหตุจะต้องไปขึ้นศาล เชื่ออาจมีอาการเครียด และคงไม่เลิกพฤติกรรมเรื่องยาเสพติด 

วันที่ 6 ตุลาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีเหตุกราดยิงศูนย์เด็กเล็ก ตำบลอุทัยสวรรค์ อำเภอนากลาง จ.หนองบัวลำภู ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 36 ราย และมีผู้บาดเจ็บจำนวนมากนั้น มีข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ระบุสาเหตุจากการก่อเหตุว่า น่าจะมาจากการที่มือกราดยิงคือ สิบตํารวจเอกปัญญา คําราบ ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการก่อนหน้านี้

ล่าสุดมีการเปิดเผยคําสั่ง “ตํารวจภูธรจังหวัดหนองบัวลําภู” ซึ่งเป็นคำสั่งลงโทษไล่ออกจากราชการ หลังมีคดีอาญา ข้อหา “มียาเสพติดไว้ในครอบครอง” โดยเนื้อหาคำสั่งระบุไว้ดังนี้

คําสั่ง ตํารวจภูธรจังหวัดหนองบัวลําภู ที่ 392/2565 เรื่อง ลงโทษไล่ออกจากราชการ

ด้วยสิบตํารวจเอกปัญญา คําราบ ตําแหน่งผู้บังคับหมู่ (งานป้องกันและปราบปราม) สถานีตํารวจภูธรนาวัง มีกรณี ถูกกล่าวหาว่ากระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง ตามคําสั่งตํารวจภูธรจังหวัดหนองบัวลําภู ลงวันที่ 20 มกราคม 2565 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน และคําสั่ง ตํารวจภูธรจังหวัด หนองบัวลําภู ลงวันที่ 20 มกราคม 2565 เรื่อง ให้ข้าราชการตํารวจออกจากราชการไว้ก่อน

ผลการสอบสวนรับฟังได้ว่า สิบตํารวจเอกปัญญา คําราบ กระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง กรณีต้องหาคดีอาญา ข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” กระทํา การอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง และกระทําหรือละเว้นการกระทําใด ๆ รวมทั้งการกระทําผิดตาม มาตรา ๗๔ (๑) อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ตามความในมาตรา ๗๙ (๕) และ (๖) แห่งพระราชบัญญัติตํารวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ ประกอบกับระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการป้องกัน เจ้าหน้าที่ของรัฐมิให้เกี่ยวข้องยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยมีพฤติการณ์กระทําความผิด ดังนี้

ชี้มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องยาเสพติด

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2565 เวลาประมาณ 13.35 น. สถานที่เกิดเหตุ บ้านพักข้าราชการตํารวจเลขที่ 219/17 หมู่ที่ 13 ตําบลนาเหล่า อําเภอนาวัง จังหวัดหนองบัวลําภู เจ้าหน้าที่ตํารวจกองกํากับการสืบสวน ตํารวจภูธรจังหวัดหนองบัวลําภู ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีข้าราชการตํารวจชื่อปัญญา หรือแมน เป็นข้าราชการตํารวจสังกัดสถานีตํารวจภูธรนาวัง จังหวัดหนองบัวลําภู มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและมีพฤติกรรมการดื่มสุราแล้วก่อความเดือดร้อนรําคาญให้กับบุคคลอื่น

จากนั้นได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ซึ่งร้อยตํารวจเอกประจวบ ศรีชัยโย รองสารวัตร กองกํากับการสืบสวน ตํารวจภูธรจังหวัดหนองบัวลําภู พร้อมชุดจับกุม ได้เดินทางมาตรวจสอบบุคคลดังกล่าว ทราบชื่อสิบตํารวจเอกปัญญา คําราบ อายุ 33 ปี ตําแหน่งผู้บังคับหมู่ (งานป้องกันและปราบปราม) สถานีตํารวจภูธรนาวัง ที่อยู่ 115/1 หมู่ที่ 6 ตําบลท่าอุทัย อําเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลําภู

เมื่อเดินทางมาถึงสถานีตํารวจภูธรนาวัง จึงได้เชิญตัวสิบตํารวจเอกปัญญา หรือแมน มาสอบถาม สิบตํารวจเอกปัญญา ยอมรับว่าตนเองเคยเสพยาเสพติดจริง (ยาบ้าและยาไอซ์) เพราะมีเหตุอันควรสงสัยตามสมควรว่า จะมียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ภายในบริเวณบ้านพักของ สิบตํารวจเอกปัญญา เจ้าพนักงานจึงได้ขอตรวจค้น บ้านพักของสิบตํารวจเอกปัญญา ก่อนการตรวจค้นเจ้าพนักงานได้แสดงความบริสุทธิ์ใจให้สิบตํารวจเอกปัญญา ดูจนเป็นที่พอใจแล้ว และยินยอมให้ตรวจค้น

ผลการตรวจค้นบริเวณห้องพักพบยาบ้า ลักษณะรูปทรง กลม แบน ด้านหนึ่งเรียบ เม็ดสีแดงจํานวน 1 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในกล่องพลาสติกใสวางอยู่บนตู้กับข้าวในห้องพักของสิบตํารวจเอกปัญญา เจ้าพนักงานตํารวจจึงสอบถาม สิบตํารวจเอกปัญญา ว่ายาบ้าดังกล่าว เป็นของใคร สิบตํารวจเอกปัญญา ให้การว่า เป็นของตนจริง

Advertisement

ถูกจับกุมมี “ยาบ้า” ไว้ในครอบครอง

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตํารวจจึงได้จับกุมและได้แจ้ง สิทธิ และข้อกล่าวหาให้สิบตํารวจเอกปัญญา ทราบว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” จากนั้น ได้ควบคุมตัวสิบตํารวจเอกปัญญา ไปที่ห้องปฏิบัติการ สืบสวนสถานีตํารวจภูธรนาวัง เพื่อตรวจสอบหาสารเมทแอมเฟตามีน เบื้องต้นมีผลเป็นลบ

เจ้าพนักงานตํารวจชุดจับกุมจึงควบคุมตัวสิบตํารวจเอกปัญญา พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดําเนินคดีตามกฎหมาย คดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลจังหวัดหนองบัวลําภู และคณะกรรมการสอบสวน มีมติเป็นเอกฉันท์ ว่า พฤติการณ์ของสิบตํารวจเอกปัญญา คําราบ ผู้ถูกกล่าวหา มีมูลเป็นการกระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง กระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง กรณีต้องหาคดีอาญาข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” กระทําการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง และกระทํา หรือละเว้นการกระทําใด ๆ

รวมทั้งการกระทําผิดตามมาตรา ๗๔ (๑) อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่าง ร้ายแรง ตามความในมาตรา ๗๕ (๕) และ (๖) แห่งพระราชบัญญัติตํารวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ ประกอบกับ ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการป้องกันเจ้าหน้าที่ของรัฐมิให้เกี่ยวข้องยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๔๒ กรณีผู้บังคับบัญชาสืบสวนพบหรือตรวจพบว่ากระทําความผิดฐานมียาเสพติดไว้ในครอบครองและถูกจับกุมตัว คณะกรรมการสอบสวน จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ ว่าการกระทําของผู้ถูกกล่าวหาเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ตามแนวทางการลงโทษวินัยอย่างร้ายแรง เห็นควรลงโทษ “ไล่ออก” สิบตํารวจเอกปัญญา คําราบ

สั่งลงโทษไล่ออกจากราชการ

คณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองการพิจารณาสั่งลงโทษ ตํารวจภูธรจังหวัดหนองบัวลําภู ในการประชุม ครั้งที่ ๑/๒๕๖๕ เมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๖๕ คณะกรรมการฯ มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า สิบตํารวจเอกปัญญา คําราบ กระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง จึงเห็นชอบตามผลการพิจารณาของคณะกรรมการ สอบสวน ลงโทษ ไล่สิบตํารวจเอกปัญญา คําราบ ออกจากราชการ โดยไม่มีเหตุอันควรลดหย่อนโทษให้

ฉะนั้น อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๗๒ และมาตรา ๙๐ แห่งพระราชบัญญัติตํารวจ แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ จึงให้ลงโทษไล่สิบตํารวจเอกปัญญา คําราบ ออกจากราชการ ทั้งนี้ ให้มีผลย้อนหลัง ไปตั้งแต่วันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๕ วันที่ถูกสั่งให้ออกจากราชการมีผลบังคับ ตามระเบียบ ก.ตร.ว่าด้วยวันออก จากราชการของข้าราชการตํารวจ พ.ศ. ๒๕๔๗ ลงวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ข้อ 5 (5)

อนึ่ง หากผู้ถูกลงโทษประสงค์จะอุทธรณ์คําสั่งนี้ ให้ยื่นอุทธรณ์ต่อ ก.ตร. ภายใน 30 วัน นับแต่วันรับทราบคําสั่ง และหากประสงค์จะฟ้องโต้แย้งคําสั่งหรือคําวินิจฉัยอุทธรณ์นี้ ให้ทําคําฟ้องเป็นหนังสือ ยื่นต่อศาลปกครองหรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนไปยังศาลปกครองภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งหรือ รับทราบคําวินิจฉัยอุทธรณ์ หรือภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งหรือหรือรับทราบคําวินิจฉัยอุทธรณ์ หรือภายใน 90 วัน นับแต่วันพ้นกําหนด 90 วัน นับแต่วันที่ผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือร้องขอทราบผลการวินิจฉัย อุทธรณ์

สั่ง ณ วันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2565 คำสั่งลงนามโดยพลตํารวจตรีกิตติศักดิ์ จํารัสประเสริฐ ผู้บังคับการตํารวจภูธรจังหวัดหนองบัวลําภู

ผบ.ตร.แถลงสรุปสถานการณ์

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 18.00 น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) แถลงสรุปการก่อเหตุกราดยิงในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต.เขตอำเภอ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู ตอนหนึ่งว่า ส.ต.อ.ปัญญา คำราบ อดีตตำรวจ สภ.นาวัง ได้อยู่ที่ สภ.ยานนาวา ในปี 2556 และย้ายมาที่บ้านเกิดในปัจจุบันเมื่อปี 2562

จากนั้นถูกจับกุมดำเนินคดีในข้อหาครอบครองยาเสพติด พร้อมทั้งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตั้งแต่เดือนมกราคม 2565 และให้ออกจากราชการเมื่อเดือนมิถุนายน ซึ่งผู้ก่อเหตุทำหน้าที่สิบเวร โดยในวันที่ 7 ตุลาคม 2565 ผู้ก่อเหตุจะต้องไปขึ้นศาล อาจจะมีอาการเครียด และคงไม่เลิกพฤติกรรมเรื่องยาเสพติด จึงก่อเหตุที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและไปก่อเหตุที่บ้านตนเอง

“เบื้องต้นตำรวจขอตรวจสอบอีกครั้งแต่ประวัติยาเสพติดไม่มีก่อนเข้ารับราชการเป็นตำรวจ ส่วนมูลเหตุจูงใจ นั้นเรายังไม่รู้ข้อมูลละเอียด คนที่เป็นพยานยังอยู่ในอาการตกใจ เสียใจ ก็ยังไม่อยากไปถามอะไรมาก แต่ดูจากพฤติกรรมผู้ก่อเหตุไปที่ไหนใกล้เขาก็ฆ่าหมด จนถึงบ้านเขา” พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าว

คำสั่งไล่ออกจากราชการมือกราดยิง

คำสั่งไล่ออกจากราชการมือกราดยิง

คำสั่งไล่ออกจากราชการมือกราดยิง