เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
Automotive GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
Columns เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
Real Estate ‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
Finance หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
Politics ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
Business ‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
Politics นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
Finance คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
ดูทั้งหมด

ผบ.ตร. เอ่ยขอโทษผู้เสียหาย กรณีสาวไต้หวันถูกรีดเงิน ยันไม่ถึงขั้นย้าย ผบช.น.

31 ม.ค. 2566 | 14:24น.
พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์

ท่ามกลางกระแสถาโถมภาพลักษณ์ตำรวจ จากหลายเหตุการณ์จนถึงกรณีสาวไต้หวันถูกรีดเงิน ผบ.ตร.เอ่ยขอโทษผู้ได้รับความเสียหายแล้ว ส่วน บช.น.ส่งทีมไปต่างประเทศสอบปากคำสาวไต้หวันและแฟนหนุ่มชาวสิงคโปร์

วันที่ 31 มกราคม 2566 พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. กล่าวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถึงกรณีนักท่องเที่ยวชาวไต้หวันถูกตำรวจเรียกรับเงิน 27,000 บาท แลกกับการปล่อยจากด่านตรวจ พื้นที่สน.ห้วยขวาง ว่าขณะนี้รอรับฟังผลการสอบสวนของกองบัญชาการตำรวจนครบาลอยู่ เพื่อให้เกิดความชัดเจนทุกอย่าง และเมื่อวันที่ 30 ม.ค. 2566 ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลมีคำสั่งให้ ผกก.สน.ห้วยขวาง มาปฏิบัติราชการที่ ศปก.ไปแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งให้สอบสวนพยานต่าง ๆ ซึ่งคณะกรรมการสอบสวนของ บช.น.ก็ทำงานอยู่

“เรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีความบกพร่องอะไรไป ในฐานะหัวหน้าหน่วย ก็ต้องขอโทษผู้ที่ได้รับความเสียหายในเรื่องนี้ กับเรื่องที่เกิดขึ้น” พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวและว่า การสอบสวนกรณีนี้จะทำตรงไปตรงมา ตามพยานหลักฐานใครผิดก็ว่าไปตามผิด ทั้งอาญาและวินัย

สำหรับทางการปกครองเราก็จะดูว่าใครบกพร่องอะไรบ้าง การตั้งด่านในวันนั้นมีคนจำนวนมาก จะดูให้เกิดความชัดเจนในทุก ๆ คน ให้เกิดความเป็นธรรมว่า ใครผิด ใครบกพร่องอะไรบ้าง ขอเวลาอีกสักระยะ เพื่อให้เกิดความแน่ชัดทุกอย่างให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ยืนยันว่าจะทำอย่างตรงไปตรงมาแน่นอน คนผิดก็ต้องถูกลงโทษ

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวต่อว่า เรื่องตัวพยาน ทางตำรวจอยู่ระหว่างการประสานงานและยินดีจะให้มาสอบสวน ถ้าเขาไม่มาเพราะเกรงกลัวเรื่องความปลอดภัย ตำรวจก็จะเดินทางไปสอบสวนเพื่อให้รู้ความจริงทุกอย่างให้ได้ เพื่อให้ปรากฎให้ชัดเจนว่าใครผิดบ้าง ใครบกพร่องบ้าง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการแต่ขอเวลาสักระยะหนึ่ง โดยได้เข้ามาควบคุมกำกับดูแลด้วยตนเอง

ส่วนเรื่องของวินัยจะต้องดูว่าใครผิดบ้างมีความบกพร่อง ส่วนเรื่องอาญาก็เป็นอีกส่วนหนึ่งใครผิดบ้าง วินัยกับอาญา อาจไม่เท่ากัน เช่น อาญาจะโดนกี่คนที่เกี่ยวข้องจริง ๆ ส่วนวินัยคือความบกพร่องในการควบคุมดูแลตามสายงานต่าง ๆ จะต้องมีความรับผิดชอบด้วย

เมื่อถามถึงประเด็นการไม่ดำเนินคดีเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า จะเข้าข่ายความผิดกับชุดจับกุมวันนั้นหรือไม่ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า ทาง ผบช.น.พูดตอบประเด็นนี้ไปบ้างแล้ว ขอให้รอความชัดเจนไปในทิศทางเดียวกัน และรอผลจากคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมา ขณะนี้ได้มีการดำเนินคดีทางอาญาไปแล้ว และมีคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วย

เมื่อถามถึงประเด็นการย้าย ผกก.สน.ห้วยขวาง สะท้อนอะไรหรือไม่ในเรื่องข้อมูลข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า ส่วนหนึ่งแสดงว่ามีความบกพร่องเกิดขึ้น จึงได้มีคำสั่งให้มาช่วยราชการที่ ศปก.ก่อน หาก ผกก.ควบคุมไม่ดีแล้ว รอง ผกก.ป และ สวป. ก็จะต้องโดนด้วย

เมื่อถามว่ากรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ กดดันให้ย้าย ผบช.น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า ต้องว่าตามตามข้อเท็จจริง เพราะเรื่องการกระทำความผิดในกรณีการตั้งจุดตรวจคงจะเป็นระดับข้างล่าง แต่เมื่อคดีนี้เป็นคดีที่เกี่ยวพันกับเรื่องหลาย ๆ เรื่อง และเป็นเรื่องที่ได้มีการกำชับไว้แล้วในเรื่องการตั้งด่านตรวจหรือจุดตรวจ ต้องมีมาตรฐาน หัวหน้าสถานีก็หนีไม่พ้นความรับผิดชอบ จึงต้องเอาถึงหัวหน้าสถานี แต่ถึงผู้บัญชาการตำรวจนครบาลหรือไม่ มองว่าคงไม่ถึงขนาดนั้นต้องให้ความเป็นธรรมท่านด้วย

“ผมได้ให้นโยบายไปหมดแล้วว่า แม้กระทั่งพยานหรือผู้เสียหายต่าง ๆ หากอยู่ต่างประเทศแต่เนื่องจากเป็นเรื่องที่น่าสนใจเราก็ต้องเดินทางไป ซึ่งได้มุ่งไปที่พยาน หรือคนที่มีการจ่ายเงินก่อนที่ทราบว่าอยู่ที่สิงคโปร์ โดยผมได้ให้นโยบายว่า ต้องพยายามรีบหาความจริงให้ปรากฏให้เร็วที่สุด”

เมื่อถามถึงภาพลักษณ์ของตำรวจค่อนข้างจะมีภาพลบ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า เป็นโรคใหม่ โรคของยุคโซเชียลที่มีกล้องจำนวนมาก การกระทำความผิดมันก็ปกปิดได้ยาก จริง ๆ มันอาจจะมีมาแต่ไม่มีใครพบเห็น เราก็ต้องแก้กันไป เพื่อว่าในอนาคตมันจะดีขึ้นเรื่อย ๆ เชื่อมั่นว่าต้องดีขึ้นแน่นอน เพียงแต่อยากให้เห็นว่าตำรวจที่ดี ๆ ก็ยังมีที่เสี่ยงอันตรายช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในการจับกุมคนร้าย

ทราบดีว่าประชาชนต้องคาดหวังผู้บังคับใช้กฎหมายสูงอยู่แล้วเราจะต้องทำให้ดีที่สุด ตอนนี้ได้เตรียมการวางระบบเพิ่มเติมในการตั้งจุดตรวจให้มีมาตรฐานโปร่งใส ตรวจสอบได้ ซึ่งจะนำเรื่องนี้มาดูให้เกิดความรอบคอบในอนาคตต่อไป

“เราต้องพยายามใช้กล้องในการทำงานให้ได้เร็วที่สุด เพราะว่าตอนนี้เรามีกล้องอยู่จำนวนหนึ่งแล้ว กล้องอาจจะไม่ครบแต่เราได้ของบประมาณเพิ่มเติมแล้ว เพื่อให้ซื้อกล้องในการทำงานให้ครบ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสมากขึ้น จะได้ไม่มีรอยโหว่ในการทำงาน อยากให้ความเชื่อมั่นว่าในเรื่องต่าง ๆ เราในฐานะผู้รักษากฎหมาย ถ้าเกิดตำรวจผู้รักษากฎหมายทำผิด ก็ต้องลงโทษอย่างจริงจัง และก็ตำรวจดี ๆ ยังมีอีกเยอะ”

ผบ.ตร.กล่าวด้วยว่า ช่วงนี้เป็นช่วงการแต่งตั้งโยกย้าย หลังจากเข้าไปรับตำแหน่งใหม่แล้ว ก็คงจะมีการประชุมและกำชับอีกที มีมาตรการเข้มข้นขึ้น ควบคุมกำกับดูแลการปฎิบัติหน้าที่ของผู้ใต้บังคับบัญชา เอาให้จริงจังเราต้องโปร่งใสมากขึ้น

วันเดียวกัน มีรายงานว่า คณะกรรมการตรวจสอบการเอาผิดเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายปราบปราม สน.ห้วยขวาง ได้สรุปแจ้งดำเนินคดี ม.157 ตำรวจที่ตั้งด่านหน้าสถานทูตจีนทั้ง 7 นาย เนื่องจากพบพยานหลักฐานและกล้องวงจรปิดแน่ชัดว่า ไม่ดำเนินคดีกลุ่มนักท่องเที่ยวในความผิดครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า ทั้ง ๆ ที่มีการถ่ายรูปบุหรี่ไฟฟ้าเอาไว้ด้วย

ส่วนการตั้งคณะการการตรวจสอบเอาผิดคดีเรียกรับเงิน ม.149 พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. สั่งการให้บก.สส.บช.น. ส่งชุดสืบสวนบินข้ามประเทศไปสอบปากคำพยานสำคัญ 2 ปาก ได้แก่ เพื่อนชายชาวสิงคโปร์ของดาราสาวชาวไต้หวันที่มีข้อมูลว่า เป็นผู้จ่ายเงิน 27,000 บาท ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ห้วยขวาง ที่ตั้งด่านตรวจหน้าสถานทูตจีน

และชุดสืบสวนอีกทีมบินไปประสานงานกับทางการไต้หวันเพื่อสอบปากคำนักท่องเที่ยวสาวชาวไต้หวันที่โพสต์ลงในโลกออนไลน์แฉถูกตำรวจไทยรีดเงินจนตกเป็นข่าวฉาวดังครึกโครม ชุดสืบสวนทั้ง 2 ชุด เตรียมเดินทางไปสอบปากคำและขอข้อมูลพยานทั้ง 2 ราย วันที่ 1 ก.พ.นี้ เพื่อรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานดำเนินคดีในความผิด ม.149