Skip to content

เปิดช่องทางเพิ่มรายได้ กทม. รวมกว่า 3 พันล้าน/ปี

28 ก.พ. 2566 | 11:58น.
เปิดช่องทางเพิ่มรายได้ กทม. รวมกว่า 3 พันล้าน/ปี

ชัชชาติเผยตั้งคณะทำงานเพิ่มรายได้ กทม. คาดเพิ่มรายได้กว่า 3 พันล้านบาทต่อปี ภาษีโรงแรม-บุหรี่-น้ำมัน แก้กฎหมายรอมาตามนัด 2 ค่าธรรมเนียมคาดเริ่มจัดเก็บในปีนี้

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า สำหรับเรื่องรายได้ของกรุงเทพมหานครนั้น ที่มีการประมาณการรายรับทั้งหมดที่ 79,000 ล้านบาทต่อปีนั้น ปัจจุบันได้มีการจัดตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อศึกษาหาแนวทางการเพิ่มรายได้ของกรุงเทพมหานคร โดยแบ่งการศึกษาออกใน 2 รูปแบบ คือ การจัดเก็บรายได้ในช่องทางที่ยังไม่เคยมีการจัดเก็บ และการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้

เปิดรายได้ใหม่ กทม.

ในขณะนี้อยู่ระหว่างการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ซึ่งจะมีการเพิ่มรายได้ 3 ประเภทใหม่ คือ ภาษีน้ำมัน ภาษียาสูบ และค่าธรรมเนียมโรงแรม ซึ่งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น ๆ ได้มีการจัดเก็บไปนานแล้ว โดยกรุงเทพมหานครจะมีการแก้ไขกฎหมายให้มีอำนาจในการจัดเก็บ

นอกจากนี้สิ่งหนี่งที่ต้องมีการพิจารณาศึกษา คือ การนำหลักการ Polluter Pays Principle หรือหลักการคนก่อมลพิษเป็นผู้จ่ายมาปรับใช้ด้วย ซึ่งหลายประเทศอำนาจของท้องถิ่นของเมืองครอบคลุมส่วนนี้ ยกตัวอย่าง จากการเดินทางไปยังลอนดอน จะมีการกำหนดเขต Law Emission Zone เพื่อให้มีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมแก่ผู้ที่ใช้รถที่ปล่อยมลพิษมาก ซึ่งส่วนนี้อยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสมต่อไป

เพิ่มประสิทธิภาพแหล่งรายได้เดิม

สำหรับส่วนรายได้เดิมของกรุงเทพมหานครที่มีรายได้หลักมาจากภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้น ปัจจุบันมีการสำรวจเพื่อจัดทำฐานข้อมูลไปได้กว่า 96% แล้ว แต่อย่างไรก็ดี ด้วยมาตรการของรัฐบาลที่ปรับลดอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างลง 15% จะทำให้รายได้ของ กทม.หายไปบ้าง แต่คาดว่ายังจะสามารถจัดเก็บได้ไม่น้อยไปกว่าปี 2565

อีกหนึ่งปัญหาของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง คือ การนำที่ดินไปใช้ประโยชน์ไม่ตรงประเภทเพื่อหลีกเลี่ยงการชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จากกิจกรรมผู้ว่าฯสัญจร ทำให้ตนได้เห็นที่ดินเกษตรกลางเมือง 7 ไร่ที่จัดเก็ยภาษีได้เพียง 3 แสนบาท จากที่จะจัดเก็บได้กว่า 4 ล้านบาท จึงได้สั่งการให้ฝ่ายรายได้ลงพื้นที่ไปสำรวจแปลงที่ดินที่ทำการเกษตรเพื่อหลบเลี่ยงภาษีแล้ว

หลังจากที่กรุงเทพมหานครได้รับข้อมูลทั้งหมดแล้ว จะนำส่งข้อมูลไปยังกระทรวงมหาดไทยเพื่อเรียนให้ทราบถึงปัญหาเบื้องต้นของการจัดเก็บรายได้จากภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างต่อไป

อีกกรณีคือภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์ ซึ่งกรมการขนส่งทางบกเป็นผู้จัดเก็บแทนกรุงเทพมหานคร โดยรายได้ส่วนนี้มีประมาณการไว้กว่า 13,000 หมื่นล้านบาท แต่ปัญหาที่พบคือมีผู้ที่มีหน้าที่ชำระภาษีและค่าธรรมเนียมละเลยการชำระ ซึ่งได้มีการประสานงานกับทางกรมการขนส่งทางบกเพื่อจัดทำบันทึกข้อตกลงเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลของผู้ชำระภาษี ซึ่งจะทำให้กรุงเทพมหานครสามารถติดตามให้ผู้มีหน้าที่ต้องเสียภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์มาชำระภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์

สำหรับค่าธรรมเนียมในส่วนของการจัดเก็บและทำลายขยะนั้น ตนคาดว่าจะสามารถเริ่มได้ในช่วงปีนี้ โดยจะมีการเพิ่มเงื่อนไขเพื่อจูงใจให้เกิดการลดและแยกขยะ และขอเรียนไปยังพี่น้องประชาชนว่าการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการจัดเก็บขยะและกำจัดขยะนั้น ไม่ได้มุ่งหวังให้สามารถครอบคลุมต้นทุนในการกำจัดขยะทั้งหมด แต่เป็นหนึ่งในเครื่องมือในการจูงใจประชาชน

สำหรับค่าธรรมเนียมการบำบัดน้ำเสียนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมเพื่อรองรับการจัดเก็บใน 2 ส่วนหลัก ๆ คือ การร่วมทำบันทึกข้อตกลงกับการประปานครหลวงเพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลการใช้น้ำ และการเตรียมความพร้อมในเรื่องระบบการจัดเก็บ และขอเรียนว่าการจัดเก็บค่าธรรมเนียมส่วนนี้ไม่ใช่การรีดค่าธรรมเนียมแต่อย่างใด

สำหรับการจัดเก็บค่าที่จอดรถในถนน ปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีอำนาจในการจัดเก็บอยู่ทั้งสิ้น 66 ถนน แต่ปัญหาของการจัดเก็บค่าที่จอดรถในปัจจุบันคือการใช้คนในการจัดเก็บ ซึ่งค่อนข้างไม่คุ้มค่า ดังนั้นจะต้องมีการปรับปรุงระบบในการจัดเก็บโดยใช้เทคโนโลยี การจัดเก็บค่าจอดรถนั้นในมุมมองหนึ่งคือการกระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจจากที่ไม่มีรถมาจอดแช่

ประมาณการรายได้กว่า 3 พันล้านบาท

ด้านนายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สำหรับประมาณการของรายได้ของกรุงเทพมหานครมีการประมาณการดังต่อไปนี้

1.ภาษียาสูบ แต่เดิมกรุงเทพมหานครไม่เคยจัดเก็บ จะขอแก้ไขให้มีการจัดเก็บมวนละ 20 สตางค์ ประมาณการรายได้ 500 ล้านบาทต่อปี

2.ค่าธรรมเนียมที่พักในโรงแรม จากเดิมไม่เคยจัดเก็บ จะขอจัดเก็บในอัตราร้อยละ 2 ของค่าเช่าโรงแรมที่พักประมาณการรายได้ 1,000 ล้านบาท

3.ภาษีน้ำมัน จากเดิมจัดเก็บลิตรละ 5 สตางค์ ปรับเป็นจัดเก็บลิตรละ 10 สตางค์ ประมาณการรายได้ 400 ล้านบาทต่อปี

สำหรับค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสียและค่าธรรมเนียมการเก็บขนกำจัดมูลฝอยและกำจัดสิ่งปฏิกูลนั้น มีการปรับในหลายอัตรา คาดการณ์รายได้รวม 1,270 ล้านบาทต่อปี

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์