มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค จี้ ขสมก. ตอบคำถามสังคม รถต่างสี ทำไมราคาต่างกัน

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค จี้ ขสมก. ตอบคำถามสังคม รถต่างสี ทำไมราคาต่างกัน

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค จี้ ขสมก. ต้องตอบคำถามสังคม รถต่างสี ทำไมราคาต้องต่างกัน นโยบาย “ปฎิรูปรถเมล์” ของกรมการขนส่งฯ ควรคำนึงถึงผู้ใช้บริการ

วันที่ 16 มกราคม 2567 รายงานข่าวจาก มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ระบุว่า จากกระแสร้อนแรงเวลานี้ รถยูโรทู “สายปฏิรูป” นอกจากเปลี่ยนเลขสายใหม่ ซึ่งถูกกำหนดโดย “กรมการขนส่งทางบก” และสั่งการให้ผู้เดินรถต่าง ๆ ที่ได้สัมปทานโครงการปฏิรูป เอาเลขสายใหม่ไปใช้

ล่าสุด ยังเก็บค่ารถเพิ่มอีก 1 บาท ซึ่งแพงกว่าตอนเป็นสายเดิม เพราะเก็บตามราคา “อัตราขั้นสูง” ตามที่ กรมการขนส่งทางบก กำหนดไว้ ในตารางค่าโดยสาร ซึ่งหากยึดตามนี้ ทำให้การลดอัตราค่าโดยสารทำได้ไม่เกินร้อยละ 20 ของ “อัตราขั้นสูง” ถือเป็นการเปิดช่องให้ผู้เดินรถ เลือกเก็บค่าโดยสารตามอัตราขั้นสูง หรือหากจะลดราคาก็ให้ไม่เกิน 20 เปอร์เซ็นต์

ที่สำคัญ ขสมก.ไม่ยอมประกาศแจ้งให้ผู้โดยสารรับรู้ล่วงหน้า ซึ่งการขึ้นราคาครั้งนี้ ก็ไม่ผิดกฎหมายซะด้วย เพราะเป็นราคาที่ กรมการขนส่งทางบก กำหนดไว้ในตารางตั้งแต่ทีแรก แถมราคาที่ระบุนี้ ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมขึ้นทางด่วนอีก 2 บาท และค่าธรรมเนียมเข้า-ออกพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิอีก 10 บาท

จากเสียงของผู้ใช้บริการ ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันเชิงตำหนิ ขสมก. เช่น 

“รถก็คันเดิม วิ่งเส้นทางเดิน พนักงานขับรถคนเดิม พนักงานเก็บค่าโดยสารคนเดิม เก็บราคาเพิ่มขึ้น ทำแบบนี้เหมือนกำหนดราคามาเอื้อเอกชน”

“การปรับค่าโดยสารเป็นเรื่องที่กระทบคนหมู่มาก ควรแจ้งล่วงหน้า ไม่ใช่นึกอยากจะปรับก็ปรับ แม้จะมีสิทธิเก็บเต็มเพดานก็ตาม สมัยก่อนเวลาจะปรับค่าโดยสารต้องแจ้งล่วงหน้ากันเป็นเดือน”

“ทำไม ขสมก. ไม่เก็บเป็นมาตรฐานเดียวกันไปเลยทั้งหมด ? ถ้าจะอยากใช้ตามเพดานขั้นสูง 14-26 บาท ก็ขึ้นราคาไปให้หมดทุกสาย แต่ถ้าอยากใช้ราคาเดิม 13-25 บาท สายปฏิรูปก็ควรลดราคาลงมาด้วย”

สิ่งที่เกิดขึ้นล่าสุดนี้ ทำให้ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ต้องตั้งคำถามไปถึง ขสมก. ในฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจ ประเภทกิจการสาธารณูปโภค สังกัดกระทรวงคมนาคม การดำเนินกิจการเดินรถโดยสารประจำทาง จึงถือเป็นสาธารณูปโภคชนิดหนึ่งที่ต้องตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในด้านการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้มีรายได้น้อย โดยไม่หวังผลกำไร

ดังนั้น การจัดเก็บค่าโดยสาร จึงอยู่ในอัตราต่ำกว่าต้นทุน ตามที่รัฐบาลเป็นผู้กำหนดนโยบายการให้บริการของ ขสมก. มุ่งในด้านความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินรถของผู้โดยสารเป็นหลัก

นางนฤมล เมฆบริสุทธิ์ รองผู้อำนวยการ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค บอกว่า ขอเป็นตัวแทนผู้บริโภค เพี่อตั้งคำถามไปถึง ขสมก. ต้องตอบให้ชัดว่า “รถต่างสี ทำไมต้องเก็บราคาค่าโดยสารต่างกัน” และการเปลี่ยนเลขหมายรถนั้น มีเหตุผลอย่างไร ที่เป็นเหตุต้องปรับขึ้นราคาค่ารถ โดยไม่แจ้งผู้โดยสารล่วงหน้า


โดยขอให้กรมการขนส่งทางบก ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล ตรวจสอบและแก้ไขปัญหากรณีดังกล่าว เพราะนโยบายการ “ปฎิรูปรถเมล์” ของกรมการขนส่งฯ ควรคำนึงถึงผู้ใช้บริการ ให้มีรถเมล์บริการอย่างทั่วถึงและลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยเฉพาะ ขสมก. ที่เป็นรัฐวิสาหกิจที่ต้องให้บริการรถที่มีคุณภาพ และคิดค่าบริการที่ราคาเป็นธรรม