BRT รถเมล์ด่วน 2,000 ล้าน กับ 4 ผู้ว่าฯ กทม. ควรไปต่อหรือพอแค่นี้

BRT
ภาพจากสำนักข่าวมติชน

ย้อนอดีต BRT ก่อนดูปัจจุบันที่อนาคตรถโดยสารด่วนพิเศษ BRT ยังตั้งอยู่บนความไม่แน่นอน 

วันที่ 23 มีนาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 31 สิงหาคม 2566 หรือประมาณอีก 5 เดือนนับจากวันนี้ สัญญารถโดยสารด่วนพิเศษหรือ BRT กำลังจะหมดลง หลังจากให้บริการมากว่า 13 ปี โดยปฏิกิริยาจากนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนปัจจุบัน แสดงความเห็นไว้ว่า การให้บริการ BRT ตอนนี้ประสบปัญหาจากจำนวนผู้โดยสารที่ลดจำนวนลงเหลือประมาณวันละ 1 หมื่นคนต่อวัน และสัญญาเดิมกำลังจะหมดลง จะต้องทบทวนการเดินรถว่าจะต้องทำอย่างไรให้คุ้มค่า

ย้อนอดีต 13 ปี

โครงการ BRT เริ่มต้นจากการเป็นงานนโยบายของนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในช่วงแรกของนโยบายตั้งเป้าที่จะเดินรถใน 2 เส้นทาง คือ

  1. เส้นทางนวมินทร์-เกษตร-หมอชิต
  2. เส้นทางช่องนนทรี-สะพานกรุงเทพ

ก่อนในเวลาต่อมาจะมีการแก้ไขโครงการเหลือเพียงเส้นทางช่องนนทรี-สะพานกรุงเทพ โดยขยายเป็นเส้นทางช่องนนทรี-ราชพฤกษ์ โดยมีจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียวซึ่งอยู่ในการกำกับของกรุงเทพมหานคร 2 จุดคือ สถานีช่องนนทรี และสถานีตลาดพลู โดยมีการตั้งงบประมาณสำหรับโครงการ BRT ระหว่างปี 2549-2560 ไว้ทั้งสิ้น 2,078,470,000 บาท

Advertisment

แม้ BRT เริ่มตั้งไข่ในช่วงผู้ว่าฯอภิรักษ์ แต่ BRT เปิดให้บริการวันแรกในยุคของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัฒน์ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดให้บริการในวันที่ 29 พฤษภาคม 2553 เป็นวันแรก โดยเปิดเดินรถฟรี 3 เดือน ก่อนจะปรับอัตราค่าโดยสารเป็น 10 บาทตลอดสาย และมีแนวคิดที่จะกำหนดอัตราค่าโดยสารตามระยะทาง ซึ่งสุดท้ายแล้วไม่เกิดขึ้นจริง

การดำเนินงานในช่วงแรกนั้น กรุงเทพมหานครได้จ้างบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด หรือ KT วิสาหกิจของกรุงเทพมหานครให้ทำการเดินรถ ก่อนที่ KT จะดำเนินการจ้างบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC ไปทำการเดินรถ โดยสิ้นสุดสัญญาจ้างเดินรถครั้งนี้ในวันที่ 29 พฤษภาคม 2560 ซึ่งกรุงเทพมหานครจะเป็นเจ้าของรายได้จากค่าโดยสารทั้งหมด

ต้นปี 2560 ช่วงท้ายก่อนหมดสัญญาการเดินรถ ผู้บริหารกรุงเทพมหานครในขณะนั้น นำโดย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ออกมาประสานเสียงว่าจะยกเลิก BRT เนื่องจากประสบปัญหาขาดทุนกว่าเดือนละ 15 ล้านบาท

ก่อนที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ออกมาเบรกการยกเลิก BRT เนื่องจากยังมีประชาชนต้องการให้มีการเดินรถอยู่เป็นจำนวนมาก

Advertisment

ทำให้บรรดาผู้บริหารกรุงเทพมหานครกลับลำ เดินรถ BRT ต่อ แต่เปลี่ยนวิธีการ โดยครั้งนี้ได้มอบหมายงานให้ KT ดำเนินกิจการ BRT จากสัญญารอบแรกเป็นการจ้างเดินรถ

และ KT ได้ให้สัมปทานแก่ BTSC โดย BTSC ได้รับรายได้จาก ค่าโดยสารและรายได้อื่น ๆ เช่น พื้นที่เชิงพาณิชย์ ป้ายโฆษณา พร้อมทั้งปรับอัตราค่าโดยสารเป็น 15 บาทตลอดสาย โดยสัญญารอบนี้จะหมดสัญญาในวันที่ 31 สิงหาคม 2566 ที่กำลังจะมาถึง

อนาคต BRT บนความไม่แน่นอน

แหล่งข่าวจากกรุงเทพมหานครเปิดเผยว่า โครงการนี้ กทม.มีความตั้งใจที่จะดำเนินการต่ออย่างแน่นอน โดยลำดับแรกอยากให้เป็นสัมปทานโดยแลกกับสิทธิในค่าโดยสารและรายได้อื่น ๆ เช่น ค่าโฆษณา และพื้นที่เชิงพาณิชย์ เพื่อลดภาระงบประมาณของกรุงเทพมหานคร

แต่จากการรับฟังความคิดเห็นของเอกชนหลายบริษัท เอกชนมีความเห็นตรงกันว่าต้องการให้กรุงเทพมหานครดำเนินการแบบจ้างเดินรถ โดยเฉพาะ BTSC ผู้รับสัมปทานรายปัจจุบัน ที่ขาดทุนจากการดำเนินการ BRT กว่าเดือนละ 12 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี หากจะดำเนินการต่อในรูปแบบการจ้างเดินรถ กรุงเทพมหานครจะต้องเตรียมความพร้อมเรื่องงบประมาณเพื่อจัดหารถโดยสารใหม่ และพิจารณาปรับการคิดอัตราค่าโดยสารเป็นแบบตามระยะทางจากเดิมที่อัตราค่าโดยสารเป็นแบบคงที่ 15 บาทตลอดสายประกอบด้วย

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ปัจจุบัน BRT ในวันจันทร์ถึงศุกร์จะมีผู้โดยสารเฉลี่ย 10,000 คนต่อวัน ขณะที่วันหยุดจะมีผู้โดยสารเฉลี่ย 4,000 คนต่อวัน ซึ่งกรุงเทพมหานครได้ให้ที่ปรึกษาศึกษาโครงการ พบว่าจากสมมุติฐานข้างต้น จะมีรายได้จากค่าโดยสารประมาณ 3.6 ล้านบาทต่อเดือน และมีรายจ่ายที่ไม่รวมการจัดหารถโดยสารใหม่กว่าเดือนละ 8 ล้านบาท

และในการดำเนินการโครงการต่อกรุงเทพมหานครจะต้องปรับปรุงโครงการ ดังต่อไปนี้

  1. จัดหารถโดยสารชานต่ำออกแบบตามหลัก Universal Design และใช้พลังงานไฟฟ้า เนื่องจากรถโดยสาร BRT ปัจจุบันครบอายุการใช้งานคือ 13 ปีแล้ว
  2. เพิ่ม 2 สถานีโดยสาร คือ สถานีแยกถนนจันทร์ และสถานีแยกรัชดา-นราธิวาส
  3. ในระยะยาวจะต้องขยายเส้นทางการเดินรถสู่สถานี MRT ลุมพินีเป็นอย่างน้อยเพื่ออำนวยความสะดวกผู้โดยสาร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันรถโดยสารด่วนพิเศษ หรือ BRT มีระยะทางให้บริการ 15.7 กิโลเมตร โดยเป็นช่องทางเฉพาะของ BRT 3.5 กิโลเมตร และเป็นช่องทางร่วมกับรถประเภทอื่น 12.2 กิโลเมตร และมีรถโดยสาร 25 คัน มีสถานี 12 สถานี คือ

  1. สถานีสาทร
  2. สถานีอาคารสงเคราะห์
  3. สถานีเทคนิคกรุงเทพ
  4. สถานีถนนจันทน์
  5. สถานีนราราม 3
  6. สถานีวัดด่าน
  7. สถานีวัดปริวาส
  8. สถานีวัดดอกไม้
  9. สถานีสะพานพระราม 9
  10. สถานีเจริญราษฎร์
  11. สถานีสะพานพระราม 3
  12. สถานีราชพฤษ์