เปิดกลยุทธ์ “โกลัค” ตั้งเป้าเป็น TOP 3 ขยาย Subway 500 สาขาใน 10 ปี

Subway GoLuck ซับเวย์ โกลัค

โกลัค ผู้ได้รับสิทธิมาสเตอร์แฟรนไชส์ ร้านแซนด์วิช Subway เปิดกลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจ แพลนขยายสาขาเพิ่มกว่า 500 สาขา ใน 10 ปี เพิ่มความหลากหลายเซตเมนู พร้อมคอนเซ็ปต์การออกแบบใหม่ “Fresh Forward 2.0” ตั้งเป้าเป็น TOP 3 ธุรกิจฟาสต์ฟู้ด

วันที่ 25 เมษายน 2567 หลังจากเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา บริษัท โกลัค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ถือหุ้นผ่านบริษัทย่อยของ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ได้รับสิทธิ มาสเตอร์ แฟรนไชส์ ซับเวย์ ในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว นั้น

ล่าสุด PTG และโกลัค จัดงานแถลงกลยุทธ์การขับเคลื่อน บริษัท โกลัค จำกัด และทิศทางในการดำเนินธุรกิจร้านแซนด์วิช “ซับเวย์ (Subway)” ตลอดการได้รับสิทธิบริหารมาสเตอร์แฟรนไชส์ในประเทศไทย เพื่อนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ในธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน (QSR)

เพิ่มชุด Combo-เพิ่มความหลากหลาย สู่ “Fresh Forward 2.0”

นางสาวเพชรัตน์ อุทัยสาง กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลัค จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทยังคงมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและมีคุณภาพ เป็นทางเลือกที่ดีกว่า สำหรับคนรักสุขภาพในธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน (QSR) และคงไว้ซึ่งแบรนด์ที่อยู่ในใจของคนรุ่นใหม่ ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างลงตัวที่สุด และมีจุดยืนในเรื่องของการเป็น Healthy Choice ให้ลูกค้าได้ทานอาหารที่อร่อย เสิร์ฟ สด ใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Eat Fresh, Feel Good”

ซึ่งร้านซับเวย์เป็น QSR เดียว ที่อบขนมปัง สด ใหม่ ในร้านทุกวัน โดยนำเข้าจากต่างประเทศ มีให้เลือกมากถึง 5 ชนิด รวมถึงขนมปังโฮลวีต มีเนื้อสัตว์หลากหลาย เช่น ทูน่า ไก่ เนื้อ ที่ไม่ผ่านการแปรรูป พร้อมผักสดหลากหลายชนิด มีซอสให้เลือกมากถึง 12 แบบ โดยลูกค้าสามารถเลือกทานได้ทั้งในรูปแบบ แซนด์วิช แรป หรือสลัด พร้อมคุกกี้ 4 รสชาติ

Advertisment

นางสาวเพชรัตน์ระบุอีกว่า จากการวิจัยพบว่า การสั่งซับเวย์ค่อนข้างซับซ้อน และใช้เวลาค่อนข้างนานทำให้ผู้บริโภคไม่กล้าสั่ง เราจึงเน้นให้ลูกค้าสั่งเมนูยอดนิยม อร่อยตามสูตรของซับเวย์โดยไม่ต้องเลือก เช่น แซนด์วิชทูน่า, ไก่เทอริยากิ, สเต๊ก แอนด์ ชีส และอื่น ๆ อย่างไรก็ตามลูกค้าที่ต้องการ DIY ยังสามารถเลือกเมนูได้ตามใจชอบเช่นเดิม

นอกจากนี้ทางเราจะมุ่งเน้นในเรื่อง Value Campaign เพื่อขยายฐานลูกค้า และเพิ่มการกลับมาซื้อซ้ำ โดยมีการนำเสนอขาย combo เป็นชุด รวมทั้งโปรโมชั่นต่าง ๆ เพิ่มความหลากหลายของเมนู Snack และ Finger Food

ทั้งนี้ ภายใต้การบริหารของ “โกลัค” สาขาที่เปิดใหม่จะถูกตกแต่งด้วยแนวคิดการออกแบบ “Fresh Forward 2.0” ของซับเวย์ ซึ่งประเทศไทยถือเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ตกแต่งด้วยแนวคิดดังกล่าว รวมทั้งการนำวัฒนธรรมไทย มาผสมผสานในการออกแบบให้ลงตัวมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ยังได้นำรูปแบบ “ไดรฟ์ทรู” มาใช้ด้วยเช่นกัน โดยทางบริษัทจะเปิดไดรฟ์ทรูสาขาแรกในประเทศไทย ภายในสถานีบริการน้ำมันเรือธงของ PT ที่นครชัยศรี ภายในปีนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคในปัจจุบัน และยังคงมุ่งเน้นทำเลที่สะดวกเข้าถึงง่าย และมองเห็นเด่นชัด

Advertisment

ติดสปีดเพิ่ม 500 สาขา ใน 10 ปี

นางสาวเพชรัตน์กล่าวว่า ทางบริษัทมีแผนขยายสาขาอีกมากกว่า 500 สาขาภายใน 10 ปี ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล แหล่งท่องเที่ยว รวมไปถึงหัวเมืองหลักทั่วประเทศ จากปัจจุบันซับเวย์มีสาขาทั้งหมด 148 สาขา โดยเน้นที่ห้างสรรพสินค้า คอมมิวนิตี้มอลล์ ออฟฟิศ สนามบิน โรงพยาบาล รวมไปถึงรูปแบบ Stand Alone เพื่อเป็นการขยายฐานลูกค้า และสร้างการเข้าถึงร้านซับเวย์ โดยกลุ่มเป้าหมายหลัก คือ วัยรุ่น คนทำงาน และกลุ่มครอบครัว

เรามีความมุ่งมั่นในการเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าผ่านการขยายสาขา เพิ่มช่องทาง Online, Mobile Application, Self-Ordering Kiosk, QR Ordering, Order and Pick Up, E Wallet และ CRM ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความสะดวกรวดเร็วแก่ลูกค้าที่มาใช้บริการ โดยการใช้ Max World Ecosystem ที่แข็งแกร่งของ PTG ในเรื่องจำนวนสาขา และจำนวนสมาชิก ถือเป็นกำลังหลักในการทำให้เราได้รู้จักลูกค้ามากขึ้น รวดเร็วขึ้น ผ่านระบบ CRM จากฐานลูกค้าผ่านสมาชิกบัตร PT Max Card ที่มีมากกว่า 21 ล้านสมาชิก

“เรายังคงมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและมีคุณภาพ เป็นทางเลือกที่ดีกว่า สำหรับคนรักสุขภาพ ในธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน (QSR) ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Eat Fresh, Feel Good” และเป็นแบรนด์ที่อยู่ในใจของคนรุ่นใหม่ ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างลงตัวที่สุด สอดคล้องกับ lifestyle ของผู้บริโภคในปัจจุบันและอนาคต

โดยเราให้คำมั่นในการนำเสนออาหารที่มีคุณภาพ สด ใหม่ อร่อย และมีคุณค่าทางโภชนาการในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น  เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในทุกช่วงวัย” นางสาวเพชรัตน์กล่าว

มีข้อมูลเพิ่มเติมว่า บริษัทตั้งเป้าขึ้นเป็น TOP 3 ในตลาดธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน (QSR) ของไทย ภายใน 3 ปี จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณลำดับที่ 5-6 โดยการขยายสาขานั้น ใช้งบฯลงทุนราว 2,500 ล้านบาท คิดเป็นงบฯลงทุนแต่ละสาขาอยู่ที่ 4-5 ล้านบาทต่อแห่ง คาดว่าแต่ละสาขาจะสามารถสร้างรายได้ 10 ล้านต่อปี

ขณะที่สาขาแรกภายใต้บริษัท โกลัค จำกัด นั้น คาดว่าจะเริ่มต้นในเดือนมิถุนายนนี้ และในช่วงที่เหลือของปี 2567 คาดว่าจะเพิ่มสาขาได้ราว 20-30 สาขา อีกทั้งยังมองหาแบรนด์ใหม่ ๆ เข้ามาเสริมพอร์ตธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มให้มากขึ้น ทั้งแบรนด์ต่างประเทศและแบรนด์ท้องถิ่น

(ซ้าย) นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) | (ขวา) นางสาวเพชรัตน์ อุทัยสาง กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลัค จำกัด

ตั้งเป้า “โกลัค” เป็นทัพหน้าแห่งธุรกิจอาหาร

นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เปิดเผยว่า ธุรกิจ F&B เป็น 1 ใน 8 ธุรกิจหลักที่ PTG ตั้งเป้าที่จะเข้าลงทุนตามแผน Diversify Portfolio เพื่อขยายกลุ่มธุรกิจ Non-Oil ให้เติบโตมากขึ้น

ซึ่งในอนาคตบริษัท โกลัค จำกัด จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของบริษัท รวมถึงต่อยอดและขยายธุรกิจกลุ่ม F&B ของ PTG ที่มีอยู่เดิมให้เติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อเสริม Max World ให้แข็งแกร่งมากขึ้น และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกคนให้ได้มีโอกาสเข้าถึงชีวิตที่ “อยู่ดี มีสุข” ในทุกด้านของช่วงชีวิต

ทั้งนี้ เชื่อว่าแบรนด์อาหารระดับโลกอย่างซับเวย์ จะเข้ามาเติมเต็มธุรกิจ F&B ของบริษัท สร้างความอยู่ดีมีสุขให้กับลูกค้าทั้งภายในและภายนอกสถานีบริการ รวมถึงกลุ่มสมาชิก PT Max Card กว่า 21 ล้านสมาชิกให้สามารถเข้าถึงชีวิตที่อยู่ดีมีสุขในทุกช่วงของชีวิต ซึ่งเป็นการต่อยอดประสิทธิภาพของระบบนิเวศทางธุรกิจของ PTG (Max World Ecosystem) และแบรนด์ PTG ได้เป็นอย่างดี

นายพิทักษ์กล่าวอีกว่า เรามองเห็นถึงความต้องการของตลาดที่เพิ่มมากขึ้นต่อซับเวย์ในประเทศไทย ซึ่งเป็นแบรนด์ที่อยู่ในใจของคนรุ่นใหม่ที่กำลังมองหาทางเลือกด้านสุขภาพ สามารถตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างลงตัวที่สุด โดยเชื่อว่า Subway จะเข้ามาเติมเต็มธุรกิจ F&B ของบริษัท และสามารถสร้างการเติบโตร่วมกันในประเทศไทยได้อย่างแน่นอน