เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เล็งพัฒนาตลาดนัดจตุจักร เป็นศูนย์รวมซอฟต์พาวเวอร์ จ่อรื้อระบบค่าเช่า

31 ต.ค. 2567 | 18:16น.

กทม. และคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ เล็งพัฒนาตลาดนัดจตุจักรเป็นศูนย์รวมซอฟต์พาวเวอร์ จ่อรื้อระบบเก็บค่าเช่าเกินจริง เดิม 1,800 บาทต่อเดือน แต่มีการเก็บทะลุหลักแสน หมอเลี้ยบโอดเงินไม่ถึง กทม.

นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองประธานคณะที่ปรึกษาด้านนโยบายของนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ครั้งที่ 1/2567 (ครั้งที่ 8)

โดยมีนายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ประเทศไทยทั้ง 12 ด้านเข้าร่วม ณ ห้องวิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ เขตราชเทวี

สำหรับการประชุมคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ครั้งที่ 1/2567 จัดขึ้นเพื่อชี้แจงความคืบหน้าในการดำเนินโครงการภายใต้นโยบาย One Family One Soft Power (OFOS) และความคืบหน้าการดำเนินการในโครงการต่าง ๆ อาทิ การจัดงาน Winter Festival งานเทศกาลไทยในต่างประเทศประจำปีงบประมาณ 2568 แนวทางการสร้าง Ecosystem เพื่อขับเคลื่อนนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ ความคืบหน้าการดำเนินการของหอศิลป์แห่งชาติ

ตลอดจนแผนดำเนินการในปีงบประมาณ 2568 การทำงานร่วมกันระหว่างคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์กับตลาดนัดจตุจักร (กรุงเทพมหานคร) การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม 12 ด้าน

ด้านนายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ตลาดนัดจตุจักรมีพื้นที่ทั้งหมด 68 ไร่ และมีผู้ค้าอยู่หลายหมื่นแผง โดยมีนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาตลาดนัดจตุจักรสูงสุด 300,000 คน และน้อยที่สุด 80,000 คนต่อวัน

จะเห็นได้ว่าสถานที่แห่งนี้มีศักยภาพสูงมากในแง่ของแหล่งท่องเที่ยว หากแต่มีข้อจำกัดในเรื่องของที่ดิน เนื่องจากที่ดินของตลาดนัดจตุจักรเป็นที่ดินของการรถไฟฯ โดยมีมติว่าให้กำหนดเก็บค่าแผงในราคา 1,800 บาทต่อเดือน

หากจะมีการปรับปรุง ลงทุนพัฒนา ต้องมีการขออนุญาตทางการรถไฟฯ ก่อน ส่งผลให้ความคล่องตัวและความสะดวกในการพัฒนานั้นมีน้อย ด้วยเหตุผลนี้จึงมีการปรึกษาหารือว่าควรที่จะมีซอฟต์พาวเวอร์แพลตฟอร์มที่รวบรวมซอฟต์พาวเวอร์ในทุกด้านให้มีพื้นที่ในการจัดแสดง

ซึ่งตลาดนัดจตุจักรเป็นพื้นที่ที่ประกอบไปด้วยซอฟต์พาวเวอร์ในหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น หนังสือ แฟชั่น ศิลปะ จึงเป็นพื้นที่แรกที่เลือกจะพัฒนา โดยมีการเสนอให้จัดตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพัฒนาศักยภาพ และศึกษาความเป็นไปได้ในอนาคตต่อไป

นายสุรพงษ์กล่าวเสริมว่า ประเด็นที่สำคัญเรื่องตลาดนัดจตุจักร จากมติ ครม. กำหนดให้เพดานค่าเช่าที่ทาง กทม.เรียกเก็บจากผู้เช่าได้จำนวน 1,800 บาทต่อเดือน แต่ในความเป็นจริงแล้วค่าเช่าอยู่ระดับหลายหมื่นถึงแสนบาท แต่ไม่ได้เป็นเงินที่ตกมาถึง กทม. ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการบริหารจัดการตลาดจตุจักร

เพราะฉะนั้น เรื่องของการบริหารจัดการให้มีการจัดระบบภายใน มีการทำให้เกิดความน่าประทับใจของตลาด สามารถที่จะสอดคล้องกับการเป็นจุดหมายระดับโลกที่นักท่องเที่ยวจะต้องมาเที่ยว เพราะฉะนั้น จึงเกิดการเสนอต่อคณะกรรมการว่า จะต้องมีการศึกษาแนวทางเพื่อการพัฒนาศักยภาพตลาดจตุจักรอย่างจริงจัง

ซึ่งทาง กทม.ก็ได้มีการศึกษาไว้เบื้องต้นแล้วอย่างเต็มรูปแบบ และมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทำหน้าที่เรื่องนี้ โดยมีผมเป็นประธาน และมีรองผู้ว่าฯ กทม. เป็นรองประธาน มีอนุกรรมการ เช่น ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย และผู้เชี่ยวชาญ

“คาดหมายว่าเราจะสามารถพัฒนาตลาดจตุจักรให้เสร็จภายใน 2 ปี กระบวนการทั้งหมดนี้จะเร่งดำเนินการเพื่อให้ตลาดนัดจตุจักรเป็นศูนย์กลางซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศไทย โดยยังไม่ได้พูดถึงงบประมาณ แต่ กทม.ได้ศึกษาพิมพ์เขียวไว้เบื้องต้นแล้ว และผมเห็นเป็นทิศทางที่น่าสนใจ น่าจะนำไปสู่การพัฒนาอย่างก้าวกระโดด โดยยังคงเสน่ห์ของเดิมที่ทำให้เป็นตลาดที่คนมาแล้วไม่เหมือนเดินตามห้างหรู ได้บรรยากาศผ่อนคลาย และรู้สึกมีอิสระในการเยี่ยมชมความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย”

นายแพทย์สุรพงษ์กล่าวอีกว่า สำหรับการเช่าของผู้เช่า ได้มีการปรึกษาหารือให้การเช่าของผู้เช่าเป็นไปตามสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ก็จะไปกระทบกับคนบางส่วนได้

เรื่องนี้จะมี 2 ส่วนคือ การนำเสนอ ครม. เพื่อนำไปสู่การขยายเพดานไปสู่สภาพความเป็นจริง โดยผู้เช่าสามารถเช่าได้โดยตรงกับ กทม. ส่วนที่สองคือเรื่องการทำสัญญาต่าง ๆ ก็พยายามทำให้คนที่เป็นคนกลางที่ได้รับผลประโยชน์ก็จะถูกแก้ไขออกไป หลังจากนี้จะมีความคืบหน้าชัดเจน เชื่อว่าจะได้ความร่วมมือจากหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง นายแพทย์สุรพงษ์กล่าว