ศบค. คลายล็อกดาวน์ทุกพื้นที่ นั่งกินในร้านได้ถึง 5 ทุ่ม ยังห้าม “ผับ-บาร์”

ลุ้นเคาะเปิดร้านอาหารเต็มรูปแบบ
REUTERS/Athit Perawongmetha

เปิดรายละเอียด ศบค.คลายล็อกดาวน์ทุกพื้นที่ เปิดนั่งกินในร้านอาหารได้ถึง 5 ทุ่ม แต่ยังต้องสวมหน้ากาก และห้ามขายหรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้าน ห้างฯเปิดได้ตามปกติ  สนามกีฬากลางแจ้งเปิดได้ถึง 3 ทุ่ม  ส่วน “สถานบันเทิง” ยังไม่อนุญาตให้เปิด ส่วน 53 จังหวัดสีเหลืองเปิดได้ตามปกติ มีผล 21 มิ.ย. นี้

วันที่ 18 มิถุนายน 2564 นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เปิดเผยว่า วันนี้ ศบค.ชุดใหญ่ได้ปรับและผ่อนคลายมาตรการตามระดับของพื้นทีของสถานการณ์ในพื้นที่ทั่วราชอาณาจักร ดังนี้

1.พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) ซึ่งปรับลดเหลือ 4 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ โดยตัดจังหวัดสมุทรสาคร ออกไปอยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) โดยร้านอาหารในพื้นที่ควบคุมสูงสุดนี้ สามารถบริโภคในร้านได้ และเปิดให้บริการได้ไม่เกิน 23.00 น. ส่วนกรณีที่ร้านมีเครื่องปรับอากาศ ให้นั่งได้ไม่เกิน 50% ของพื้นที่ และห้ามจัดกิจกรรมที่มีคนมากกว่า 50 คน

ส่วนศูนย์การค้าเปิดได้ตามปกติไม่เกิน 21.00 น. จำกัด จำนวนคนเข้าใช้บริการ แต่งดจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย

2.พื้นที่ควบคุม (สีแดง) 11 จังหวัด ได้แก่ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ตรัง นครปฐม ปัตตานี เพชรบุรี สงขลา สมุทรสาคร สระบุรี ยะลา และนราธิวาส สามารถบริโภคในร้านได้ และเปิดให้บริการได้ไม่เกิน 23.00 น. ห้ามจัดกิจกรรมมากกว่า 100 คน ศูนย์การค้าเปิดบริการได้ตามปกติ

3.พื้นที่ควบคุม (สีส้ม) 9 จังหวัด ได้แก่จันทบุรี นครศรีธรรมราช ประจวบคีรีขันธ์ พระนครศรีอยุธยา ระนอง ระยอง ราชบุรี สระแก้ว สมทุรสงคราม สามารถจัดกิจกรรมที่มีคนมากกว่า 150 คนได้ บริโภคในร้านได้ เปิดได้ตามปกติ ศูนย์การค้าเปิดได้ตามปกติ

ทั้งนี้ใน 3 พื้นที่(1-3) ยังไม่สามารถให้นั่งดื่มแอลกอฮอล์ในร้านได้ และต้องสวมหน้ากากอนามัย หน้ากากผ้า ตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด

ส่วน 4.พื้นที่เฝ้าระวังสูง (สีเหลือง) รวม  53 จังหวัด(ตารางด้านล่าง)  ร้านอาหารเปิดได้ตามปกติ ไม่ห้ามการจำหน่ายและบริโภคแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร แต่ยังห้ามจัดกิจกรรมที่มีคนมากกว่า 200 คน ศูนย์การค้าเปิดได้ตามปกติ  สนามกีฬาเปิดได้ทุกประเภท  แต่จะต้องปฏิบัติตามมาตรการที่ราชการกำหนด

“พื้นที่สีเหลืองมี 53 จังหวัด ซึ่งท่านจะสามารถใช้ชีวิตได้แบบเดิมแล้ว นี่คือสิ่งที่ศบค.ได้อนุมัติแล้ว จะเริ่มในวันที่ 21 มิถุนายนนี้ คือหลังเที่ยงคืนของวันอาทิตย์นี้ สามารถดำเนินการได้ และจะมีข้อกำหนดที่จะประกาศออกมาในราชกิจจานุเบกษา ขอให้ทุกท่านได้ติดตามอีกที” นายแพทย์ทวีศิลป์กล่าว  และว่า

เรารับฟังหลายด้านทั้งผู้ประกอบการ พนักงานที่มีการทำงานกันเป็นกะ เป็นช่วงเวลาต่างๆ ซึ่งต้องสอดคล้องกับความเป็นอยู่และวิถีของประชาชนด้วย

นายแพทย์ทวีศิลป์กล่าวว่า สำหรับสถานที่เล่นกีฬาหรือแข่งขันกีฬา สนามกีฬากลางแจ้ง ถ้าเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) เปิดได้แล้ว ไม่เกิน 21.00 น. ยกเว้นพื้นที่ปิด ยังไม่อนุญาต และจัดการแข่งขันได้โดยไม่มีผู้ชม ส่วนพื้นที่ควบคุมสูงสุด(สีแดง) เปิดบริการได้ทุกประเภท ไม่เกิน 21.00 น. จัดการแข่งขันโดยจำกัดจำนวนผู้ชม ส่วนพื้นที่ควบคุม(สีส้ม) เปิดบริการได้ทุกประเภท แต่การแข่งขันยังจำกัดจำนวนผู้ชม

ส่วนอาคารสถานที่ในสถาบันการศึกษา พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดยังห้ามใช้ ส่วนพื้นที่ควบคุมสูงสุดและพื้นที่ควบคุมหากจะใช้ต้องขออนุญาตและปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนด

กองถ่าย–เกมโชว์ กลับมาถ่ายทำได้

ที่ประชุมเห็นชอบแนวปฏิบัติในการถ่ายรายการโทรทัศน์ ละคร ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ โดยช่วงเวลาก่อนทำการถ่ายทำรายการ จะต้องขออนุญาตใช้พื้นที่ถ่ายทำโดยปฏิบัติตามมาตรการของแต่ละระดับเขตพื้นที่การแพร่ระบาด มีมาตรการคัดกรอง การซักประวัติ การจัดไทม์ไลน์ก่อนวันเข้าร่วมถ่ายทำไม่น้อยกว่า 7 วัน และควรมีการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ด้วยวิธี RT – PCR ในระยะเวลา 72 ชั่วโมง

ส่วนแนวปฏิบัติในการถ่ายรายการโทรทัศน์ ละคร ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ จำนวนผู้เข้าร่วมปฏิบัติทั้งหมดไม่เกิน 50 คน ต้องปฏิบัติตามมาตรการ DMHTT และผู้ปฏิบัติงานและผู้ร่วมรายการทุกคนสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา

โดยให้ยกเว้นเฉพาะรายการละคร นักแสดงที่เข้าฉาก รายการประกวดร้องเพลง เฉพาะผู้เข้าร่วมประกวดที่มีการจัดพื้นที่ไว้เฉพาะรายการเกมโชว์ เฉพาะผู้ร่วมรายการสามารถถอดหน้ากากได้คราวละ 1 คน ส่วนผู้ประกาศข่าวจะต้องจัดให้มีฉากกั้น และเว้นระยะห่างอย่างน้อย 2 เมตร หรือตามความเหมาะสม กรณีในพื้นที่สาธารณะให้ผู้ปฏิบัติงานและผู้ร่วมรายการทุกคนสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาทุกกรณี


ขณะที่ช่วงระหว่างการถ่ายทำรายการจะต้องไม่เป็นการสัมผัสใกล้ชิดและเข้าถึงตัว ต้องจัดให้มีระบบระบายอากาศ ระบบดูดอากาศและระบบฟอกอากาศ รวมถึงจัดให้มีอุปกรณ์เฉพาะบุคคลแยกกัน เช่น ไมโครโฟน เครื่องแต่งกาย และเครื่องแต่งหน้า

ผู้ประกาศ-นักแสดง ไม่ต้องใส่แมสก์

ที่ประชุมได้พิจารณาข้อเสนอการผ่อนคลายมาตรการดำเนินการถ่ายทำภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ 3 ข้อ ดังนี้

  1. ถ่ายทำได้แต่ต้องมีผู้เข้าร่วมไม่เกิน 50 คน ต้องพิจารณาถึงความหนาแน่นของพื้นที่ในขณะถ่ายทำ อย่างน้อย 4 ตารางเมตรต่อคน
  2. ให้ยกเว้นผู้ที่ไม่ต้องสวมหน้ากากบางช่วงเวลา เช่น รายการละคร เฉพาะนักแสดงที่เข้าฉาก,รายการประกวดร้องเพลง เฉพาะผู้ที่เข้าร่วมการประกวดที่มีการจัดพื้นที่ไว้เฉพาะ, รายการเกมโชว์ เฉพาะผู้ที่ร่วมรายการคราวละ 1 คน,ผู้ประกาศข่าว โดยจะต้องจัดให้มีฉากกั้น และเว้นระยะห่างอย่างน้อย 2 เมตร หรือตามความเหมาะสม
  3. แนวปฎิบัติในการถ่ายรายการโทรทัศน์ ละคร ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ โดยมีการแบ่งออกเป็นช่วงเวลาของการถ่ายทำ เช่นช่วงเวลาก่อนถ่ายทำรายการ, ช่วงเวลาระหว่างการถ่ายทำรายการ, ช่วงเวลาพักการถ่ายทำรายการ, มาตรการหลังการถ่ายทำ

แผนกระจายวัคซีน

ที่ประชุมได้พิจารณาเกณฑ์การจัดสรรวัคซีนแต่ละจังหวัด โดยมีเป้าหมายฉีดให้ได้ 10 ล้านโดส ในเดือนกรกฎาคม 2564 โดยมีการพิจารณา 3 เกณฑ์ คือ

  1. พิจารณาจัดสรรวัคซีนให้ผู้ที่จองล่วงหน้าในระบบหมอพร้อม คือ ผู้สูงอายุ และผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรังให้ได้รับการฉีดก่อน
  2. พิจารณาให้กรุงเทพมหานคร ได้รับการจัดสรรวัคซีนอย่างน้อย 5 ล้านโดส ภายในเดือนกรกฎาคม 2564
  3. พิจารณาให้ จ.ภูเก็ต ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 อย่างน้อยร้อยละ 70 ภายในเดือนกรกฎาคม 2564

ทั้งนี้ ได้พิจารณาการจัดสรรวัคซีนแบ่งตามจังหวัด ให้ได้รับการฉัดวัคซีนก่อน แบ่งเป็น 3 ระดับสี คือ สีแดง สีส้มและสีเขียว ซึ่งสีแดงมีจำนวนทั้งสิ้น 5 จังหวัด กรุงเทพมหานคร (รวม ทปอ.และประกันสังคม) จะได้รับวัคซีน 2.5 ล้านโดส, สมุทรปราการ นนทบุรี และปทุมธานี จะได้รับวัคซีน 6 แสนโดส และภูเก็ตได้รับวัคซีน 2 แสนโดส

สีส้ม 23 จังหวัด จังหวัดที่มีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ตาก หนองคาย สระแก้ว ระนอง นราธิวาส ยะลา ปัตตานี สงขลา ตรัง ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี นครปฐม พระนครศรีอยุธยา ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี บุรีรัมย์ สุราษฎร์ธานี (อ.เกาะสมุย) พังงา และกระบี่ทั้ง 23 จังหวัดดังกล่าว จะได้รับวัคซีน รวมทั้งสิ้น 2.5 ล้านโดส เฉลี่ยจังหวัดละ 1 แสนโดส

และสีเขียว 49 จังหวัด จังหวัดที่เหลือของประเทศไทย จะได้รับวัคซีนรวม 3.5 ล้านโดส เฉลี่ยจังหวัดละ 7 หมื่นโดส

ยกเลิกกักตัวฟรี “บินเข้า-ออก” ต้องจ่ายเอง

นอกจากนี้ นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ยังได้เปิดเผยถึงการดำเนินการตาม มาตรการจัดสถานที่กักกันโรคว่า เนื่องจาก 1 ปีที่ผ่านมา มีคนไทยและชาวต่างชาติเข้ารับการกักตัว พบว่ามีการใช้บริการด้านนี้เพิ่มมากขึ้น และมีประชาชนหลายรายเดินทางไปต่างประเทศและกลับเข้ามา และใช้สิทธิตรงนี้ ทำให้รัฐมีค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น เพราะฉนั้นจากนี้จะกลับไปสู่นิวนอร์มอล โดยจะมีการลดสถานกักกันโรคของรัฐในรูปแบบ State quarantine : SQ

ทั้งนี้จะมีการปรับและให้เพิ่มในส่วนของสถานกักกันโรคทางเลือก (Alternative quarantine: AQ) หมายถึง สถานกักกันโรคของรัฐ (SQ) ยังมีอยู่ แต่จะให้สำหรับกลุ่มเปราะบาง ข้าราชการที่เดินทางกลับเข้ามา แต่คนปกติทั่วไป ทั้งคนไทยและต่างชาติต้องใช้สถานกักกันทางเลือก (AQ) แต่สำหรับคนไทย รัฐจะช่วยในเรื่องการตรวจหาเชื้อ แต่ในส่วนของค่าที่พัก ค่าโรงแรม ผู้เดินทางต้องจ่ายเอง โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ก.ค.2564 เป็นต้นไป

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ