สธ.แจงปม ครู วัย 39 ปี เสียชีวิตหลังฉีดวัคซีนสูตรผสมเพียง 1 วัน

นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค
นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค

กระทรวงสาธารณสุข แจงกรณีพบครูสาววัย 39 ปี เสียชีวิตหลังฉีดวัคซีนสูตรผสม ชี้พบอัตรา 1 ในแสน ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด รอผลชันสูตร 

วันที่ 21 กรกฎาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีพบครูสอนพิเศษ เพศหญิง อายุ 39 ปี เสียชีวิตขณะอยู่ในห้องนอน โดยสามีของผู้เสียชีวิตเล่าว่า ก่อนหน้านี้ 1 วัน ภรรยาได้เข้ารับการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า เป็นวัคซีนเข็มที่ 2 หลังจากเคยได้รับการฉีดวัคซีนซิโนแวคเป็นเข็มแรกไปแล้ว

ล่าสุด นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีพบผู้เสียชีวิตภายหลังรับวัคซีนโควิดสลับชนิดในเข็มที่ 2 ว่า เหตุการณ์ที่รายงานนี้ เป็นผู้หญิงอายุ 39 ปี อยู่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มที่ 2 และเสียชีวิตเมื่อวานนี้ (20 ก.ค.) ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว

ทั้งนี้ ตั้งแต่เริ่มฉีดวัคซีนโควิดตั้งแต่ มี.ค. จนถึงขณะนี้รวม 14.8 ล้านโดส มีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับผู้รับวัคซีน และต่อมามีรายงานเสียชีวิต 229 ราย คิดเป็นอัตรา 16 ต่อ 1 ล้านคน ส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนในระยะ 1 เดือนและเสียชีวิต ซึ่งคณะผู้เชี่ยวชาญติดตามและพิจารณาสาเหตุโดยละเอียด ทั้งการฉีดวัคซีน อาการที่เกิดขึ้น ผลตรวจทางห้องปฏิบัติ ผลการชันสูตร ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบสาเหตุที่มาจากการฉีดวัคซีนโดยตรง แต่มีโรคร่วม เช่น หลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมอง และยังอยู่ระหว่างการพิจารณาส่วนหนึ่ง


นพ.โสภณ กล่าวว่า ส่วนกรณีหญิงอายุ 39 ปี เป็นครู มีโรคความดันโลหิตสูง ค่า BMI 31 มีประวัติฉีด 2 ครั้ง โดยครั้งแรกฉีดโคโรนาแวคหรือซิโนแวค วันที่ 28 มิ.ย. และเข็ม 2 ยี่ห้อแอสตร้าเซนเนก้า วันที่ 19 ก.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) โดยคำแนะนำคณะผู้เชี่ยวชาญ คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ พิจารณาข้อมูลผลการศึกษาระดับภูมิคุ้มกันที่ให้ฉีดวัคซีนชนิดเชื้อตายและตามด้วยชนิดไวรัลเวกเตอร์ ห่างกัน 3 สัปดาห์ จะสร้างภูมิคุ้มกันอย่างรวดเร็วใน 2 สัปดาห์หลังฉีดเข็มสอง

ซึ่งจนถึงขณะนี้ฉีดสลับชนิดแล้วมากกว่า 8.4 หมื่นคน โดยกรณีนี้เป็นรายแรกที่เสียชีวิต คิดเป็นอัตรา 1 ในแสนของผู้ฉีดวัคซีน ยังต้องหาสาเหตุต่อไป โดยแพทย์ตรวจเบื้องต้นและชันสูตรที่ รพ.พระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี คาดผลการตรวจออกมาเร็ววันนี้

“ขณะนี้ยังไม่สรุปว่ามีความเกี่ยวข้องกับวัคซีนหรือไม่ แต่เพื่อให้เกิดความชัดเจน จะนำข้อมูลที่ตรวจสอบแล้วและมีข้อมูลเพียงมานำเสนอ แต่ที่จะสรุปคือ วัคซีนทั้ง 2 ตัวที่ฉีดในประเทศไทย เป็นวัคซีนที่พิสูจน์แล้วว่ามีความปลอดภัยสูงจากการที่ฉีดมากกว่า 10 กว่าล้านโดส เพียงแต่รายนี้เป็นการฉีดสลับชนิดและเกิดเหตุการณ์เสียชีวิต ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวอีกครั้ง ส่วนผลการสรุปจะมีการเรียนให้ทราบต่อไป” นพ.โสภณกล่าว

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ