สิทธิบัตรทอง ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมฟรี 1 กุมภาพันธ์

“อนุทิน” อวดผลงาน ครม. 1 ก.พ. เดินหน้า สิทธิบัตรทอง เลือกฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ฟรีทุกกรณี

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ได้รายงานให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ทราบถึงความคืบหน้าการให้สิทธิผู้ป่วยโรคไตที่ใช้สิทธิบัตรทองสามารถเลือกฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมฟรีในทุกกรณี โดยจะเริ่มการให้สิทธิตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 2565 นี้เป็นต้นไป

ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าว ก็เพื่อเป็นการเพื่อลดภาระประชาชน เนื่องจากปัจจุบันมีผู้ป่วยไตในระบบบัตรทองอยู่ 63,694 คน ทั่วประเทศไทย ซึ่งเดิมตามขั้นตอนการรักษาจะเริ่มการรักษาด้วยการล้างไตทางช่องท้อง และจะเข้ารับการฟอกเลือดผ่านเครื่องไตเทียม เมื่อผู้ป่วยมีสภาพร่างกายและมีเงื่อนไขเป็นไปตามที่กำหนด

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาก็มีผู้ป่วยจำนวนกว่า 6,500 คน ที่ไม่เข้าเงื่อนไขแต่ต้องการใช้วิธีล้างไตด้วยการฟอกเลือด ต้องชำระค่าใช้จ่ายเองครั้งละ 1,500 บาท ซึ่งนับเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่ถึงขั้นสุ่มเสี่ยงต่อภาวะล้มละลายจากการรักษาพยาบาล ดังนั้น รัฐบาล โดยกระทรวงสาธารณสุข จึงเข้ามาแก้ปัญหาด้วยนโยบายล้างไตรฟรีทุกกรณี ทั้งวิธีล้างไตทางช่องท้อง และฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า รองนายกรัฐมนตรีได้รายงานต่อ ครม. ว่า การดำเนินการเลือกวิธีรักษาจะพิจารณาโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในสถานพยาบาลเครือข่ายกระทรวงสาธารณสุข ที่มีความพร้อมจํานวนกว่า 663 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการเดินหน้านโยบายที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางและตัดสินร่วมกับแพทย์ประเมินเลือกการรักษาที่ดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดกับผู้ป่วยไตแต่ละราย ขยายทางเลือกด้านการบริการให้ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ และปลอดภัยมากที่สุด

นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้วางแผน สนับสนุน มาตรการป้องกันและชะลอความเสื่อมไตให้เข้าสู่โรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายให้น้อยที่สุด พร้อมกับบูรณาการทุกหน่วยงาน สนับสนุนนโยบาย ยกระดับงานดูแลประชาชน ทั้งได้เพิ่มจํานวนหน่วยบริการฟอกเลือดและการเพิ่มบุคลากรที่เกี่ยวข้องในระบบ เพื่อให้สอดคล้องกับจํานวนผู้ป่วยในอนาคต คุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วยไต


“การให้สิทธิผู้ป่วยโรคไตที่ใช้สิทธิบัตรทองสามารถเลือกฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมฟรีในทุกกรณีนี้ นับเป็นมิติใหม่การให้บริการแก่ประชาชนของรัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุข ที่มุ่งมั่น ที่จะช่วยเหลือในการลดภาระค่าใช้จ่าย และยกระดับระบบสาธารณสุข เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ยํ้าจุดเด่นของประเทศไทย ที่เป็นประเทศซึ่งมีระบบสาธารณสุขดีเยี่ยมเป็นที่ยอมรับในระดับโลก”