เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘บุญวิสุทธิ์’ รุกธุรกิจอีโคซิสเต็มอีวี ผุดศูนย์เมโทรเวิร์ส-สถานีชาร์จ VOLTZ
Automotive ‘บุญวิสุทธิ์’ รุกธุรกิจอีโคซิสเต็มอีวี ผุดศูนย์เมโทรเวิร์ส-สถานีชาร์จ VOLTZ
พลิกพื้นที่ประวัติศาสตร์ AWC-SCB ชู ‘เวิ้งนครเกษม-เยาวราช’ เชื่อมวัฒนธรรมไทย-จีน
Biz Movement พลิกพื้นที่ประวัติศาสตร์ AWC-SCB ชู ‘เวิ้งนครเกษม-เยาวราช’ เชื่อมวัฒนธรรมไทย-จีน
พยากรณ์อากาศวันนี้ (23 ก.ค.) ภาคเหนือ อีสาน ตะวันออก กลาง และ กทม. ฝน 60 – 70%
Economic พยากรณ์อากาศวันนี้ (23 ก.ค.) ภาคเหนือ อีสาน ตะวันออก กลาง และ กทม. ฝน 60 – 70%
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (23 ก.ค.) ปรับลง 0.49% อยู่ที่ 65,988 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (23 ก.ค.) ปรับลง 0.49% อยู่ที่ 65,988 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (23 ก.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (23 ก.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ แจ้งพร้อมให้บริการตามปกติ
News รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ แจ้งพร้อมให้บริการตามปกติ
SCG HOME Online ชูกลยุทธ์ O2O Ecosystem ยกระดับอีคอมเมิร์สเรื่องบ้าน เปิดแคมเปญใหญ่ “เติมบ้านคุ้ม ลุ้นรับทอง” คืนกำไรลูกค้า
Real Estate SCG HOME Online ชูกลยุทธ์ O2O Ecosystem ยกระดับอีคอมเมิร์สเรื่องบ้าน เปิดแคมเปญใหญ่ “เติมบ้านคุ้ม ลุ้นรับทอง” คืนกำไรลูกค้า
WMA โชว์ผลงาน “เจดีย์หักโมเดล” จากศูนย์บำบัดน้ำเสียเปลี่ยนเป็นสนามบอล เพื่อชุมชน
SD WMA โชว์ผลงาน “เจดีย์หักโมเดล” จากศูนย์บำบัดน้ำเสียเปลี่ยนเป็นสนามบอล เพื่อชุมชน
เปิดสเป็ก ‘Galaxy Z Fold8’ จอพับไซส์ใหม่ของ Samsung เริ่มต้น 61,900 บาท
Tech เปิดสเป็ก ‘Galaxy Z Fold8’ จอพับไซส์ใหม่ของ Samsung เริ่มต้น 61,900 บาท
เซ่นพิษเจรจาล้มเหลว ทำน้ำมันโลกพุ่งไม่หยุด กบน. เพิ่มอุดหนุนแล้วแต่ยังต้องปรับขึ้นราคา 90 สตางค์
Economic เซ่นพิษเจรจาล้มเหลว ทำน้ำมันโลกพุ่งไม่หยุด กบน. เพิ่มอุดหนุนแล้วแต่ยังต้องปรับขึ้นราคา 90 สตางค์
ดูทั้งหมด

มธ.ชู 3 เมกะโปรเจกต์งานวิจัย”เกษตร-บิ๊กดาต้า-โอทอป” สร้างมูลค่าเปลี่ยนกล้วยหอมตกเกรดทำไซรัปสุดเจ๋ง

19 ม.ค. 2561 | 19:09น.

งานวิจัยไทยต้องไปไกลระดับโลก!…คำพูดที่หึกเหิมและช่วยกระตุ้นให้ไปไกลได้จริง ถ้าทุกฝ่ายร่วมมือกัน

“ประชาชาติธุรกิจออนไลน์” พาเก็บตกจากงานเปิดเมกะโปรเจกต์ปี 2561 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาตร์

เมื่อเทคโนโลยีก้าวไปไกลผนวกกับความรู้วิทยาศาตร์ที่ไม่หยุดยั้ง ก่อให้เกิดงานวิจัยที่สร้างคุณค่า และคุณูปการ รวมทั้งเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับประเทศไทยหลากหลายด้าน

สมชาย ชคตระการ คณะบดีคณะวิทยาศาตร์และเทคโนโลยี มหวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า ในปี 2561 นี้ คณะมุ่งมั่นพัฒนาวิจัยจากการสำรวจ ศึกษาถึงอุปสรรคต่างๆ รวมถึงช่องว่างที่ยังคงเป็นปัญหารวมทั้งประยุกต์ความรู้แบบบูรณาการเพื่อให้เกิดการต่อยอดในอนาคตด้วยกัน 3 เมกะโปรเจกต์ คือด้านการเกษตร บิ๊กดาต้า และการพัฒนาเพื่อผู้ประกอบการโอทอปและเอสเอ็มอี

โดย SCI for AGRICULTURE หรือวิทยาศาสตร์เพื่อการเกษตร เป็นการต่อยอดศักยภาพให้เกษตรกรไทยกับโจทย์สำคัญในการทำงานคือ จะต้องพัฒนานวัฒกรรมเพื่อประชาชน ที่ชาวบ้านและเกษตรกรสามารถเข้าถึงได้ และต้องใช้ต้นทุนต่ำ

ด้านต่อไปคือโจทย์ใหญ่ของนานาประเทศทั่วโลกสำหรับ SCI for BIG DATA หรือ วิทยาศาตร์เพื่อการจัดการข้อมูล เพื่อให้ประเทศเท่าทันกระแสบิ๊กดาต้า และระบบคลาวด์ ที่นำเอาข้อมูลมาสร้างสรรค์ใช้ประโยชน์ทั้งด้านเศรษฐกิจ และสังคม

และสุดท้ายคือ SCI for OTOP/SMEs หรือวิทยาศาสตร์เพื่อการพัฒนาผู้ประกอบการโอท็อปและเอสเอ็มอี เพื่อช่วยยกระดับสินค้าให้มีคุณภาพสามารถส่งขายไปยังต่างประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่จะสามารถสร้างรายได้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้กับประเทศ

@วิจัยสมัยใหม่ไม่ได้อยู่บนหิ้งอีกต่อไป ต้องเข้าถึง-จับต้องได้ และร่วมมือกัน

ถึงแม้ว่าคนส่วนใหญ่จะมองภาพของงานวิจัยว่าเป็นสิ่งที่ยาก และจับต้องไม่ได้มากไปกว่าแค่ศึกษา และวางวิจัยไว้เพียงแต่บนหิ้งเท่านั้น แต่ภาพรวมในปัจจุบันกลับส่งสัญญาณดีว่าวิจัยจะไม่ได้อยู่แค่เพียงบนหิ้งอีกต่อไป คณะบดีคณะวิทยาศารตร์และเทคโนโลยีระบุว่า ปัจจุบันแตกต่างจากเมื่อก่อนเพราะต่างคนต่างทำ ไม่มีการต่อยอดให้เกิดมูลค่า แต่ปัจจุบันนี้วิจัยที่มีอยู่บนหิ้งนั้นน้อยลง และมีความหลากหลายมากขึ้น ด้านรัฐบาลเองมีการสนับสนุนให้มีการรวมกลุ่มกัน มีการบูรณาการกันมากขึ้นทั้งในหน่วยงานเดียวกัน หรือนอกหน่วยงานก็ตาม ทำให้เกิดการพัฒนาในหลากหลายด้าน

ส่วนปัญหาของงานวิจัยนั้นคือ เรื่องของงบประมาณที่มีไม่เพียงพอ รวมถึงเวลาของอาจารย์ผู้วิจัยนั้นมีน้อยมาก เนื่องจากต้องสอนหนังสือไปด้วย ทำให้มีเวลาทุ่มเทให้กับการวิจัยได้ไม่มากนัก อีกทั้งการขอทุนวิจัยก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

@ 5 เทรนด์วิจัยมาแรงที่ต้องจับตา ประเทศยังต้องการ!

ส่วนด้านเทรนด์วิจัยที่มาแรงนั้น คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทำการสำรวจพบว่ามี 5 ด้านวิจัยที่ประเทศไทยยังต้องการคือ

1.ด้านเกษตร เป็นการพัฒนาระบบ หรือนวัตกรรมรองรับภาคการเกษตร อาทิ ระบบควบคุม-สั่งการระยะไกลด้วยเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ผ่านเทคโนโลยี iOT

2.ด้านความมั่นคง การพัฒนานวัตกรรมทางทหาร เพื่อที่จะลดค่าใช้จ่ายในการสั่งซื้อ และนำเข้าจากต่างประเทศ เช่น เซ็นเซอร์ตรวจจับวัตถุต้องสงสัย

3.ด้านเทคโนโลยี ที่เกี่ยวกับกับการจัดเก็บข้อมูลที่ยากต่อการเข้าถึง โดยอาศัยเทคโนโลยีใหม่ๆ อาทิ บล็อกเชน

4.ด้านพลังงาน เพื่อหาแนวทางวิจัยการใช้ประโยชน์จากพลังงานด้านอื่นๆ และ 5.ด้านการท่องเที่ยว พัฒนานวัตกรรมที่ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวสำหรับต่างชาติ

@ส่องตัวอย่างวิจัยสุดเจ๋ง ใช้ได้จริง

– เปลี่ยนกล้วยหอมทองตกเกรดใช้ไม่ได้เป็น “ไซรัปกล้วยหอมทอง”

กล้วยหอมทองเป็นผลไม้ที่สามารถปลูกได้เกือบทุกพื้นที่ของไทย โดยข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรระบุว่า ในปี 2556 ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกกล้วยหอมทั้งประเทศ 86,270 ไร่ มีมูลค่าการส่งออกกว่า 46 ล้านบาท ตลาดกล้วยหอมจึงไม่ใช่ตลาดเล็กๆ เพราะแม้จะปลูกได้ทุกที่ทั่วไทย แต่ก็ยังไม่พอขาย โดยแหล่งปลูกกล้วยหอมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยคือ “จังหัวดปทุมธานี” มีพื้นที่ปลูกกล้วยหอมกว่า 1.4 หมื่นไร่ (ข้อมูลจากปี 2556)

ซึ่งเทพปัญญา เจริญรัตน์ หัวหน้าสาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ เล่าให้ฟังถึงที่มาที่ไปของการทำวิจัยไซรัปกล้วยหอมทองว่า ด้วยความที่มหาวิทยาลัยเห็นความสำคัญการร่วมมือกับชุมชนที่อยู่คือจังหวัดปทุมธานี จึงมีการให้งบประมาณเพื่อมาร่วมบูรณาการระหว่างเกษตรกร และบุคลากรของมหาวิทยาลัย และด้วยจังหวัดปทุมธานีเป็นพื้นที่เพาะปลูกกล้วยหอมส่งออกต่างประเทศแหล่งใหญ่ การควมคุมคุณภาพของผลผลิตจึงเป็นสิ่งสำคัญ

“ปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นคือเมื่อปลูกกล้วยหอมขึ้นมาแล้ว มันก็จะมีกล้วยหอมที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือพูดง่ายๆ คือ กล้วยตกเกรด ซึ่งมีค่อนข้างเยอะถึง 30-40 เปอร์เซ็นต์ของกล้วยที่ผลิตส่งออก เราจึงเกิดไอเดียที่จะนำเอากล้วยตกเกรดที่ไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว มาแปรรูปให้เกิดมูลค่า”หัวหน้าสาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพกล่าวและว่า กรรมวิธีการผลิตนั้นใช้เวลาไม่เกิน 2 วัน หากมีวัตถุดิบ เครื่องมือ และบุคลากรอย่างครบคัน ซึ่งจะต้องทำให้ไซรัปที่ผลิตจากกล้วยหอมนั้นมีความเข้มข้นเทียบเท่ากับไซรัปที่วางขายในท้องตลาดด้วย

ขณะที่ในด้านของราคาที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มนั้น หัวหน้าสาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพกล่าวต่อว่า สามารถกำหนดราคา และสู้กับท้องตลาดได้เยอะพอสมควร เพราะไม่ได้มีต้นทุนเพิ่ม เนื่องจากเป็นการเอาผลผลิตที่มีอยู่มาแปรรูปนั่นเอง

-ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมความอร่อย สร้างอาชีพ “นักชิม” เพื่อผลิตภัณฑ์โอทอป

“ผลิตภัณฑ์สินค้าโอทอป” ที่ช่วยเสริมสร้างรายได้ และสร้างงานให้กับคนในชุมชน แต่จะดีกว่าหรือไม่ ถ้าผลิตภัณฑ์ที่ผลิตออกมาแล้วนั้นได้มาตรฐานสามารถส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศได้

นี่จึงเป็นที่มาในการเริ่มวิจัย และสร้างศูนย์บริการพัฒนารสชาติ ที่ประภาศรี เทพรักษา หัวหน้าสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหารเล่าให้เราฟัง

สำหรับ”ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมความอร่อย” หัวหน้าสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหารกล่าวว่า จะช่วยพัฒนารสชาติของทั้งอาหาร และเครื่องดื่มให้สอดคล้องกับความต้องการตลาด ด้วยการสร้าง”นักชิม” ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญจากการเข้าอบรมกับทางศูนย์ฯ ที่สามารถทดสอบ และประเมินคุณภาพอาหารด้วยวิธีทางประสาทสัมผัสทั้งรูปลักษณ์ภายนอก และรสชาติที่ถูกต้องตามหลักองค์ความรู้

เชื่อว่าวิจัยที่มาจากบุคลากรที่มีคุณภาพเหล่านี้จะสามารถต่อยอดและตอบโจทย์ของสังคม นำมาซึ่งการพัฒนาประเทศชาติได้ครบทุกด้าน และทำให้ประเทศไทยก้าวไปเป็น “ไทยแลนด์ 4.0” อย่างแท้จริง