เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อมตะ-PTT ลาว เดินหน้า EV Truck Park เชื่อมโลจิสติกส์ไปจีน
Economic อมตะ-PTT ลาว เดินหน้า EV Truck Park เชื่อมโลจิสติกส์ไปจีน
ราคาทองวันนี้ (20 ก.ค. 69) ปรับลง 50 บาท รูปพรรณขายออก 64,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (20 ก.ค. 69) ปรับลง 50 บาท รูปพรรณขายออก 64,800 บาท
Pax Silica สหรัฐฯ – WAICO จากจีน ศึกชิงระเบียบโลก AI
Tech Pax Silica สหรัฐฯ – WAICO จากจีน ศึกชิงระเบียบโลก AI
‘ศุภจี’ เซ็น 2 MoU ไทย-จีน ดัน MSMEs เข้าห่วงโซ่อุปทาน-คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา
Economic ‘ศุภจี’ เซ็น 2 MoU ไทย-จีน ดัน MSMEs เข้าห่วงโซ่อุปทาน-คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา
‘วัชระพล’ สั่ง อ.ส.ค.เร่งระบายนมค้างสต๊อก ก่อนของบรัฐ ชูแผนตลาดกู้วิกฤตขาดทุน
Economic ‘วัชระพล’ สั่ง อ.ส.ค.เร่งระบายนมค้างสต๊อก ก่อนของบรัฐ ชูแผนตลาดกู้วิกฤตขาดทุน
อ.ต.ก. ปักหมุด “ตลาดนำการผลิต” เชื่อมสินค้าเกษตรท้องถิ่น สู่ผู้บริโภคไทย-ตลาดญี่ปุ่น
Economic อ.ต.ก. ปักหมุด “ตลาดนำการผลิต” เชื่อมสินค้าเกษตรท้องถิ่น สู่ผู้บริโภคไทย-ตลาดญี่ปุ่น
“วุ้นเส้นต้นสน” คว้ารางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand 2026
Biz Movement “วุ้นเส้นต้นสน” คว้ารางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand 2026
ICS Lifestyle Complex ชวนอิ่มคุ้มทุกวันธรรมดา รับคูปองแทนเงินสด 50 บาท
Business ICS Lifestyle Complex ชวนอิ่มคุ้มทุกวันธรรมดา รับคูปองแทนเงินสด 50 บาท
‘ศุภจี’ แวะญี่ปุ่นเร่งขายสินค้าไทย ดันกล้วยหอมชิงตลาดนำเข้า 1 ล้านตัน
Economic ‘ศุภจี’ แวะญี่ปุ่นเร่งขายสินค้าไทย ดันกล้วยหอมชิงตลาดนำเข้า 1 ล้านตัน
เช็กด่วน 1.39 แสนรายไม่ผ่านบัตรคนจน เหตุมีชื่อเป็นหุ้นส่วน-กรรมการบริษัท
Economic เช็กด่วน 1.39 แสนรายไม่ผ่านบัตรคนจน เหตุมีชื่อเป็นหุ้นส่วน-กรรมการบริษัท
ดูทั้งหมด

งานเมืองเรื่อง “น้ำท่วมกรุง” กทม.อยู่ได้ด้วยประตูน้ำหลายร้อยบาน

12 ต.ค. 2565 | 11:02น.
กทม.ฝนตกหนัก-น้ำท่วม
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ

ปัญหาน้ำท่วมหนักสร้างความตระหนักรู้ให้กับทุกภาคส่วนของสังคมไทย โดยเฉพาะฤดูฝนปี 2565 ภาวะโลกร้อนออกดอกออกผลอย่างชัดเจน “ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “อิสระ บุญยัง” ประธานกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ออกแบบและก่อสร้าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะมิสเตอร์ดาต้าเบสเคลื่อนที่ของวงการอสังหาริมทรัพย์เมืองไทย ทางร่วม-ทางออกการแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน

เจ้าพระยา-ท่าจีน-บางปะกง

“อิสระ” เปิดประเด็นพามองย้อนประวัติศาสตร์น้ำของประเทศไทย เรื่องแรก พื้นที่เศรษฐกิจสำคัญอย่าง “กทม.-ปริมณฑล” ต้องเห็นภาพทั้งประเทศมีการระบายน้ำจากเหนือลงใต้เพื่อระบายออกทะเลอ่าวไทย โดยมีแม่น้ำหลัก 3 สาย

จุดโฟกัสกรุงเทพฯ เป็นแกนกลางมีแม่น้ำ 3 สายหลัก “เจ้าพระยา-ท่าจีน-บางปะกง” ลักษณะคดเคี้ยวทั้งหมด โดยเฉพาะเจ้าพระยาตอนปลายที่ “บางกระเจ้า” รูปร่างเหมือนกระเพาะหมู มีโครงการพระราชดำริสมัยรัชกาลที่ 9 ทำคลองลัดโพธิ์เพื่อเป็นทางลัดระบายน้ำลงอ่าวไทยได้เร็วขึ้น

“สมัยโบราณเราใช้การสัญจรทางน้ำเป็นหลัก มีการตัดคลองแสนแสบตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 3 ต่อมายุครัชกาลที่ 5 ตัดคลองรังสิตประยูรศักดิ์ คลองรพีพัฒน์ คลองหกวาสายบน-ล่าง คลองพระยาบันลือ ฯลฯ มีการพัฒนาที่ดินแปลงใหญ่ที่สุดล้านกว่าไร่ ไม่เคยมีการทำใหญ่ขนาดนี้มาก่อน ซึ่งคลองพวกนี้ขวางทางเดินจากเหนือลงใต้ของน้ำทั้งสิ้น”

บทสรุป การตัดคลอง-สัญจรทางน้ำได้รับใช้สังคมเกษตรกรรมในอดีตไปแล้ว การตัดคลองต้องตัดขวางทางเดินของน้ำ เพื่อให้มีการหน่วงน้ำไว้ใช้ในการเกษตรกรรม น้ำจากเหนือลงมาก็แยกเข้าซ้าย-ขวา นี่คือความฉลาดของคนในอดีต เมื่อก่อนยังไม่มีเขื่อน

ขณะเดียวกัน เมื่อน้ำทะเลหนุนขึ้นไป ถ้าไม่มีการตัดคลองหน่วงน้ำเพื่อการเกษตร ปัญหาน้ำเค็มจะหนุนสูงขึ้นไปถึงที่ราบลุ่มภาคกลางอย่างชัยนาท ปัจจุบันขึ้นไปสูงสุดแค่พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี บทสรุปคือเป็นความฉลาดของคนในอดีตที่ทำมาอย่างนี้

ผังกทม.

รัฐตัดถนนขวางทางน้ำไหล

ต่อมา เมื่อเริ่มมีการใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 ในปี 2504 หันมาเปลี่ยนโหมดเน้นตัดถนนแทนตัดคลอง โดยมีทางหลวงแผนดิน 4 เส้นทางหลัก

ได้แก่ หมายเลข 1 พหลโยธิน กรุงเทพฯ-เชียงราย, หมายเลข 2 มิตรภาพ กรุงเทพฯ-หนองคาย, หมายเลข 3 สุขุมวิท กรุงเทพฯ-ตราด และหมายเลข 4 เพชรเกษม กรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์

“ถนนที่เรารู้จักไม่ว่าจะเป็นถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี, บางนา-ตราด, พระราม 2 เกิดขึ้นจากแผนพัฒนาฉบับที่ 1-2-3 เรื่อยมา โดยถนนที่ตัดเหล่านี้ ลอกแบบมาจากต่างประเทศ ไม่ได้สนใจว่าขวางทางเดินของน้ำหรือเปล่า นั่นคือเราต้องรู้กายภาพในอดีต”

ข้อเสนอเพื่อการระบายน้ำคือ 3 แม่น้ำหลักที่เจ้าพระยา-ท่าจีน-บางปะกง บางส่วนต้องตัดตรง บางส่วนต้องทำประตูระบายน้ำ มีหลายจุดที่อาจต้องขุดคลองลัด โดยมีโมเดลต้นแบบจากคลองลัดโพธิ์ โดยมองว่าหากจะทำตอนนี้สามารถทำได้เพราะบริเวณคอคอดทางน้ำส่วนใหญ่อยู่บนทำเลศักยภาพไม่สูง ราคาที่ดินยังไม่แพง

“หน้าน้ำท่วม เจ้าพระยาล้นสองฝั่งท่วมกรุงเทพฯ วิธีการพยายามผลักน้ำออกไปท่าจีนกับบางปะกง บล็อกการเข้ากรุงเทพฯ พื้นที่ กทม.ชั้นในแฮปปี้น้ำไม่ท่วม แต่เราต้องยอมรับว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่พื้นที่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางหรือ รทก.ตั้งนานมาแล้ว ทุกวันนี้น้ำไม่ท่วมเพราะอยู่ได้ด้วยประตูน้ำหลายร้อยบาน เพราะฉะนั้นผมเห็นใจผู้ว่าราชการ กทม.ทุกยุคทุกสมัย เพราะกายภาพเมืองเป็นแบบนี้ ปัญหาเชิงโครงสร้างสะสมมาแบบนี้”

ฟลัดเวย์ กทม. 1.5 แสนไร่

หนึ่งในนโยบายรัฐที่เข้ามาแก้ปัญหาน้ำท่วมมาจากภาคผังเมือง “อิสระ” ระบุว่า ข้อกำหนดเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคารไม่ให้ขวางทางน้ำไหลมีการบังคับใช้ในผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครปี 2556 หรือ 9 ปีมาแล้ว โดยกำหนดเป็นโซนพื้นที่โล่ง สีผังเมืองเขียวลาย หรือขาวทแยงเขียว แล้วแต่จะเรียก

ปัจจุบันผังเมืองรวม กทม.ปี 2556 ยังมีผลบังคับใช้อยู่ โดยพื้นที่เขียวลายซึ่งทำหน้าที่เป็นพื้นที่รับน้ำหรือพื้นที่ปล่อยน้ำไหล (ฟลัดเวย์) มีด้วยกัน 3 โซน ได้แก่ 1.เขตคลองสามวา เขตมีนบุรี เขตหนองจอก เขตลาดกระบัง กำหนดเป็นฟลัดเวย์ 1.5 แสนไร่

2.โซนเขตตลิ่งชัน เขตบางแค กำหนดเป็นผังเมืองสีเขียวลาย ประเภทพื้นที่รับน้ำ และ 3.โซนเขตบางขุนเทียนที่มีลักษณะพิเศษอยู่ติดทะเล มีปัญหาน้ำทะเลหนุนทุกปี กำหนดเป็นผังเมืองสีเขียวลายประเภทพื้นที่รับน้ำเช่นเดียวกัน

“ถ้าดูแผนที่ 50 เขตของกรุงเทพมหานครจะเห็นว่ามีพื้นที่รับน้ำและฟลัดเวย์ 2 ฝั่ง คือฝั่งธนกับฝั่งกรุงเทพฯ ซึ่งมีข้อจำกัดในการพัฒนาพื้นที่เพราะผังเมืองไม่ต้องการให้มีการก่อสร้างหนาแน่นสูงในพื้นที่นั้นอยู่แล้ว”

เปิดผังเมืองที่โล่ง ล.1-6

ทั้งนี้ ประเด็นของผังเมืองห้ามขวางทางน้ำไหลหรือฟลัดเวย์นั้น นอกจากกำหนดในกฎหมายผังเมืองรวม กทม.แล้ว ยังไปกำหนดในผังเมืองแนบท้ายว่าด้วย “พื้นที่โล่ง” กำกับอีกชั้นหนึ่ง ดังนี้

พื้นที่โล่งรหัส “ล.1” กำหนดเป็นที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม, รหัส “ล.2-ล.3” เป็นที่โล่งเพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม บริเวณริมถนน กับริมแม่น้ำและลำคลอง

รหัส “ล.4” เป็นที่โล่งเพื่อการสงวนรักษาสภาพการระบายน้ำตามธรรมชาติ, รหัส “ล.5” ที่โล่งพักน้ำเพื่อการป้องกันน้ำท่วม และรหัส “ล.6” ที่โล่งเพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพแวดล้อมชายฝั่งทะเล

เขียวลายบังคับบ้าน 1,000 ตร.ว.

ข้อมูล unseen ที่คนนอกวงการอสังหาฯ ไม่ค่อยรู้ก็คือ ผังเมืองเขียวลายโซนฝั่งธนกำหนดเป็นพื้นที่รับน้ำ โดยเขตภาษีเจริญ เขตทวีวัฒนาหรือโซนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี ถูกบังคับการพัฒนาที่ดินประเภทบ้านจัดสรรต้องทำไซซ์เริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป เป็นเหตุผลที่ทำให้โซนนี้มีแต่บ้านระดับไฮเอนด์ราคาเริ่มต้น 10-25-30 ล้านบาทขึ้นไป

โดยมีข้อสังเกตว่าโซนพระราม 2 ลงมา เป็นพื้นที่ผังเมืองสีเขียวธรรมดา ไม่ใช่เขียวลาย แต่ผังเมืองก็บังคับให้พัฒนาที่ดินเริ่มต้นแปลงละ 100 ตารางวาเช่นเดียวกัน เพราะต้องการควบคุมความหนาแน่น (density) ของประชากรในพื้นที่

ขณะที่โซนตอนปลายกรุงเทพฯ ที่เขตบางขุนเทียน เป็นพื้นที่เดียวในกรุงเทพฯ ที่ติดทะเล ซึ่งผังเมืองสีเขียวลาย บังคับการพัฒนาที่ดินต้องทำบ้านไซซ์เริ่มต้น 1,000 ตารางวาขึ้นไป

ยังมีฟลัดเวย์ผังเมืองเขียวลายในฝั่งกรุงเทพฯ ย่านลาดกระบัง พื้นที่รวม 1.5 แสนไร่ ไล่เรียงทำเลตั้งแต่เขตคลองสามวา-มีนบุรี-หนองจอกและมาชนสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิที่เขตลาดกระบัง ถูกบังคับพัฒนาที่ดินต้องทำบ้านไซซ์ 1,000 ตารางวาขึ้นไปเช่นกัน

รวมทั้งเขตมีนบุรีและเขตหนองจอก กรณีไม่ได้อยู่ในผังเมืองสีเขียวลาย แต่เป็นผังเมืองสีเขียวธรรมดา ถูกบังคับทำบ้านจัดสรรไซซ์เริ่มต้น 100 ตารางวา แม้ว่าปัจจุบันมีแนวรถไฟฟ้าสายใหม่กำลังก่อสร้างและมีการเรียกร้องให้ปรับสีผังเมือง ซึ่งก็ได้ปรับจากสีเขียว (เกษตรกรรม) เป็นสีเหลือง (ที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย) แต่ก็ปรับให้แบบมีเงื่อนไข

กล่าวคือ สีเหลือง รหัส ย.1 บังคับทำบ้านจัดสรรไซซ์ 100 ตารางวาขึ้นไป หรือเทียบเท่าผังเมืองสีเขียวเดิม, สีเหลือง รหัส ย.2 ต้องทำบ้านไซซ์ 50 ตารางวาขึ้นไป เป็นต้น

ธรรมนูญผังเมืองแก้น้ำท่วม

ข้อเสนอแนะที่น่าสนใจเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน “อิสระ” ให้มุมมองว่า กฎหมายผังเมืองเป็นเพียงจิ๊กซอว์ตัวเดียว ในภาพใหญ่มีบทเรียนเมกะโปรเจ็กต์รัฐ โดยหน่วยงานรัฐกลายเป็นต้นเหตุสิ่งปลูกสร้างขวางทางน้ำไหล

“ตัวอย่างชัดเจนที่สุดและเป็นกรณีศึกษาในวงการผังเมืองคือสนามบินสุวรรณภูมิ 2 หมื่นไร่ สร้างขวางทางน้ำไหลที่จะระบายลงอ่าวไทย เวลาหน้าน้ำท่วมต้องหาทางระบายอ้อมออกคลองด้านข้าง”

ดังนั้นข้อเสนอ คือ 1.เสนอให้ยกระดับการแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืนให้เป็นวาระแห่งชาติ เพราะคงไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยกฎหมายผังเมืองเพียงอย่างเดียว

2.จะต้องควบคุมกำกับดูแลการลงทุนโครงการรัฐโดยหน่วยงานรัฐ ต้องออกแบบและก่อสร้างอย่างไรไม่ให้ขวางทางน้ำไหล

โดยประเด็นนี้ “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” กล่าวในรายการศาสตร์พระราชาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2560 สาระสำคัญคือ

“…การกำหนดนโยบายการตั้งถิ่นฐานและการผังเมือง ควรมีกฎหมายเฉพาะเหมือนเป็นธรรมนูญการผังเมือง ในการกำกับกฎหมายอื่น ๆ ไม่ให้หน่วยงานต่าง ๆ ละเมิด หรือปล่อยให้มีการพัฒนาเชิงพื้นที่ที่ไม่เป็นไปตามหลักการ (ผังเมือง) ซึ่งการจัดทำนั้น เป็นที่ทราบว่าคณะกรรมการผังเมืองแห่งชาติต้องดำเนินการยกร่าง เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบ หลังจากมีมติ ครม.แล้ว จะมีผลผูกพันต่อหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานเกี่ยวข้องที่จะต้องดำเนินการต่อไป”

อัพเดตความคืบหน้าจากกรมโยธาธิการและผังเมือง พบว่ากำลังดำเนินการยกร่างธรรมนูญผังเมือง และเตรียมเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ภายในปี 2566 เพื่อนำไปสู่การบังคับใช้หน่วยงานภาครัฐต่อไป