Skip to content

IMF เตือน สิ่งที่เลวร้ายที่สุดยังมาไม่ถึง ปลายปีนี้เงินเฟ้อพีก ปีหน้าช้ำ

12 ต.ค. 2565 | 14:23น.
IMF เตือน สิ่งที่เลวร้ายที่สุดยังมาไม่ถึง ปลายปีนี้เงินเฟ้อพีก ปีหน้าช้ำ

คำเตือนที่น่าหวาดหวั่นจากไอเอ็มเอฟ “สิ่งที่เลวร้ายสุดยังมาไม่ถึง” สำหรับเศรษฐกิจโลก ปีนี้สะบักสะบอม และปีหน้าจะถอยไปอีก

วันที่ 12 ตุลาคม 2565 ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดแถลงรายงานคาดการณ์เศรษฐกิจโลกในปี 2023 (พ.ศ. 2566) ที่สำนักงานในกรุงวอชิงตัน สหรัฐ ด้วยคำเตือนบาดคมว่า “สิ่งที่เลวร้ายที่สุดยังมาไม่ถึง สำหรับหลายคน ปี 2023 จะรู้สึกราวกับเศรษฐกิจถดถอย”

หน่วยงาน IMF คาดการณ์ว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลกจะลดลงเหลือ 2.7% ในปี 2023 โดยมีความเป็นไปได้ 25% ที่จะลดลงต่ำกว่า 2% เมื่อเทียบกับที่คาดการณ์ไว้ว่าจะเติบโต 3.2% ในปีนี้

The 2022 annual meeting of the IMF and the World Bank Group, Tuesday, Oct. 11, 2022, in Washington.(AP Photo/Patrick Semansky)

ตัวเลขสำหรับปีหน้าอยู่ที่ 0.2% ต่ำกว่าที่ IMF พยากรณ์แนวโน้มไว้ในเดือนกรกฎาคม เนื่องจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน อัตราเงินเฟ้อที่สูง และการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ที่ลากกิจกรรมค้าขายในโลกให้ดิ่งลง

ปิแอร์-โอลิวิเยร์ กูรินชาส์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ IMF คาดการณ์ว่า มากกว่า 1 ใน 3 ของเศรษฐกิจโลกจะหดตัวในปีนี้หรือปีหน้า ในขณะที่ 3 ประเทศเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุด ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และจีน เศรษฐกิจจะยังคงชะลอตัว”

แนวโน้มเศรษฐกิจโลกตามที่ IMF ระบุไว้นั้น เป็นตัวเลขต่ำสุดเป็นอันดับ 3 นับตั้งแต่ปี 2001 (พ.ศ. 2544 เกิดวินาศกรรมสหรัฐ) รองจากวิกฤตซับไพรม์เมื่อปี 2008 และการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ซึ่งการเติบโตทั่วโลกลดลงต่ำกว่า 2% มีเพียง 5 ครั้งตั้งแต่ปี 1970 (พ.ศ. 2513)

The 2022 Annual Meetings of the International Monetary Fund and the World Bank Group, Monday, Oct. 10, 2022, in Washington. (AP Photo/Patrick Semansky)

ไอเอ็มเอฟเชื่อว่า ช่วงปลายปีนี้อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกจะพุ่งสูงสุด แต่จะยังคงระดับสูงนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ แม้ว่าธนาคารกลางจะทำงานอย่างจริงจังเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ

อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 4.7% ในปี 2021 เป็น 8.8% ในปีนี้ จากนั้นคาดการณ์ว่าจะลดลงเหลือ 6.5% ในปี 2023 และ 4.1% ภายในปี 2024

อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางของประเทศใหญ่ ๆ ตั้งเป้าเงินเฟ้อไว้ที่เกือบ 2% และปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อจำกัดการขึ้นราคา แต่การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวยังเพิ่มความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจอีกด้วย อาจทำให้ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกรุนแรงขึ้น และอาจทำให้เงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งไอเอ็มเอฟเรียกว่า “ภัยคุกคามเร่งด่วนที่สุดต่อความเศรษฐกิจในปัจจุบันและอนาคต”

Pierre-Olivier Gourinchas, second from left, director of research at the International Monetary Fund, speaks at a news conference on the IMF’s world economic outlook. (AP Photo/Patrick Semansky)

กูรินชาส์กล่าวว่า ธนาคารกลางทั่วโลกกำลังมุ่งเน้นไปที่การฟื้นฟูเสถียรภาพของราคา และการเร่งรัดได้เร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีความเสี่ยงจากการเร่งรัดมากเกินไป

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการพัฒนาการค้าเตือนว่า นโยบายการเงินที่เข้มงวดยิ่งขึ้นอาจสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อเศรษฐกิจทั่วโลก มากกว่าวิกฤตการเงินในปี 2008 และวิกฤตโควิด-19 ในปี 2020

ไอเอ็มเอฟระบุว่า อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นสร้างความไม่มั่นคง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับตลาดเกิดใหม่ที่มีหนี้ในระดับสูง ในขณะที่เศรษฐกิจโลกกำลังมุ่งหน้าไปสู่วิกฤต ความวุ่นวายทางการเงินอาจปะทุขึ้น กระตุ้นให้นักลงทุนแสวงหาการคุ้มครองการลงทุนที่ปลอดภัย

อย่างตอนนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐผลักดันค่าเงินดอลลาร์ให้สูงขึ้น จึงถึงเวลาที่ผู้กำหนดนโยบายของชาติตลาดเกิดใหม่ต้องเตรียมรับมือกับวิกฤตให้ดี

ผลกระทบที่ยังคงอยู่ของความพยายามที่จะควบคุมการแพร่กระจายของโควิด 19 และการชะลอตัวลงอย่างมากของภาคอสังหาริมทรัพย์ 1 ใน 5 ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งการคาดการณ์ล่าสุดในสหรัฐ คาดว่าจะเติบโตเพียง 1.6% ในปีนี้ และคาดว่าจะขยายตัวเพียง 1% ในปี 2023

ส่วนการเติบโตในจีนยังถูกปรับลดลงเป็น 3.2% ในปี 2022 และ 4.4% ในปี 2023 ด้วยขนาดของเศรษฐกิจจีน และความสำคัญของห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก สิ่งนี้จะส่งผลอย่างมากต่อการค้า และกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลก

….

‘ไอเอ็มเอฟ’ ส่งเสียงเตือน ระวัง! ตลาดหุ้นปรับตัวรุนแรง