ธุรกิจเกาหลีใต้อ่วม ค่าไฟขึ้นมากสุดในรอบ 40 ปี
สองปัจจัยสำคัญกระตุ้นให้มีการปรับขึ้นอัตราค่าไฟฟ้าในเกาหลีใต้ สูงสุดในรอบกว่า 40 ปี ภาคอุตสาหกรรมหวั่นภาระตกอยู่ที่ธุรกิจขนาดกลาง-เล็ก
วันที่ 14 ตุลาคม 2565 นิกเคอิ เอเชีย รายงานว่า ราคาพลังงานที่ผันผวน และค่าเงินที่อ่อนตัว เป็นสาเหตุให้ราคาไฟฟ้าของเกาหลีใต้ปรับเพิ่มสูงสุดในรอบกว่า 40 ปี สร้างแรงกดดันให้กับบรรดาเจ้าของโรงงานที่คุ้นเคยกับความได้เปรียบด้านต้นทุนมากกว่าเพื่อนบ้านอย่างญี่ปุ่น
“โคเรีย อิเล็กทริก พาวเวอร์” (Korea Electric Power) ได้ปรับขึ้นอัตราค่าไฟฟ้าพื้นฐานอีกครั้งในเดือนนี้ หลังขาดทุนครั้งใหญ่ในช่วงครึ่งปีแรก โดยราคาต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง เพิ่มขึ้น 17.3% ที่ราว 16.6 วอน สำหรับลูกค้าอุตสาหกรรม และ 6.8% หรือราว 7.4 วอน สำหรับผู้ใช้ที่อยู่อาศัย
การปรับขึ้นอัตราค่าไฟฟ้าครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 2 ของปีนี้ ซึ่งทำให้อัตราในปัจจุบันสูงกว่าเมื่อปลายปีที่แล้วเฉลี่ย 17.9% ซึ่งนับเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2523
สำหรับผู้ใช้ในอุตสาหกรรม การเพิ่มขึ้นเกิน 20% บริษัทไฟฟ้าระบุว่าการดำเนินการครั้งนี้เป็นการเพิ่มภาระให้กับลูกค้าอุตสาหกรรม เนื่องจากภาคครัวเรือนกำลังเผชิญความยากลำบากทางเศรษฐกิจ
ด้านหอการค้าและอุตสาหกรรมเกาหลีใต้ตอบโต้ว่า มีความกังวลเกี่ยวกับการผลักภาระไปยังธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง
โคเรีย อิเล็กทริก พาวเวอร์ ซึ่ง 51% เป็นของรัฐบาลเกาหลีใต้และธนาคารเพื่อการพัฒนาเกาหลีใต้ ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ เป็นผู้ผูกขาดการส่งและจ่ายกำลังไฟฟ้าในประเทศ ไฟฟ้าของบริษัทผลิตโดยบริษัทในเครือที่ดำเนินงานโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิลและนิวเคลียร์ ตลอดจนบริษัทพลังงานหมุนเวียนภายนอก
ทั้งนี้ ข้อเสนอเรื่องอัตราค่าไฟฟ้าของเกาหลีใต้ จำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากกระทรวงการค้า อุตสาหกรรมและพลังงาน สิ่งนี้ทำให้รัฐบาลเกาหลีใต้มีอำนาจโดยพฤตินัยในการตัดสินใจเกี่ยวกับราคาไฟฟ้า
เกาหลีใต้และญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ต้องพึ่งพาพลังงานนำเข้าเป็นอย่างมาก ที่ผ่านมาเกาหลีใต้พยายามรักษาอัตราค่าไฟฟ้าให้ต่ำเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรม
ข้อมูลของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศระบุว่า อัตราค่าไฟฟ้าอุตสาหกรรมของเกาหลีใต้อยู่ที่ 94 ดอลลาร์ต่อเมกะวัตต์-ชั่วโมงในปี 2564 หรือราว 60% ของอัตราในญี่ปุ่น ซึ่งยังต่ำกว่าอัตราในเยอรมนี สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศสอีกด้วย
ไฟฟ้าราคาถูกจะช่วยให้ผู้ผลิตชิปและผู้ผลิตจอแสดงผลมีความสามารถในการแข่งขัน เพราะผู้ผลิตเหล่านี้ใช้ไฟฟ้าในปริมาณมาก เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น รถยนต์ เหล็ก และศูนย์ข้อมูล