เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

“ออมสิน” กางแผนปูพรมรักษาแชมป์ ปี’61 ทุ่มพลังปั้นเอสเอ็มอี-อุ้มคนจน

30 ม.ค. 2561 | 09:40น.

หลังได้รับนโยบายจาก “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรีมาเมื่อหลายเดือนก่อน ให้ธนาคารออมสินปรับการทำงานให้เป็น “Savings & Loan Bank” รวมถึงให้มีบทบาทสนับสนุนกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี โดยเฉพาะผู้ประกอบการกลุ่มสตาร์ตอัพให้มากขึ้น

นับแต่นั้น แม่ทัพใหญ่ของแบงก์รัฐเบอร์หนึ่ง “ชาติชาย พยุหนาวีชัย” ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ได้มีการปรับกระบวนทัพการทำงานใหม่ เพื่อมุ่งสู่การเป็น “Savings & Loan Bank” จากเดิมที่ชูวิสัยทัศน์องค์กรเป็น “สถาบันเพื่อการออม” หรือ “Savings Bank” มาโดยตลอด

ล่าสุด “ชาติชาย” ได้ประกาศ “ทิศทางและเป้าหมายการดำเนินงานปี 2561” ว่า ธนาคารออมสินจะมุ่งสู่ “The Best & Biggest Local Bank in Thailand” หรือ เป็นธนาคารที่ดีที่สุด ทั้ง “เพื่อสังคม-เพื่อรายย่อย-ผู้นำด้านดิจิทัล-เพื่อผู้สูงวัย-เพื่อคนรุ่นใหม่-เพื่อ SMEs Start Up” ในปี 2561 หลังจากปี 2560 ที่ผ่านมา ธนาคารทำผลงานด้านต่าง ๆ ได้ดีเยี่ยม จนกระทั่งมีกำไรสุทธิได้ถึง 31,212 ล้านบาท

โดยปีนี้ธนาคารมีแผนขยายสินเชื่อภาพรวมโต 1.5 เท่าของ GDP หรือเพิ่มสุทธิราว 83,000 ล้านบาท จากสินเชื่อคงค้าง ณ สิ้นปี 2560 อยู่ที่ 2.01 ล้านล้านบาท แต่จะเน้นขยายสินเชื่อกลุ่มเอสเอ็มอีให้เติบโตถึงกว่า 50% หรือเพิ่มสุทธิ 48,000 ล้านบาท จากที่มีพอร์ตอยู่แค่ 85,649 ล้านบาท ซึ่งการจะขยับสินเชื่อเอสเอ็มอีให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด ธนาคารจะขยาย “ศูนย์สินเชื่อเอสเอ็มอี” จากสิ้นปี 2560 ที่มี 18 แห่ง เพิ่มเป็น 82 แห่งภายในปีนี้

ส่วนเป้าหมายการเติบโตด้านอื่น ๆ ในปีนี้ ได้แก่ เงินฝากโต 1-1.5 เท่าของ GDP หรือเพิ่มสุทธิ 78,500 ล้านบาท จากสิ้นปี 2560 มีเงินฝากรวมอยู่ที่ 2.26 ล้านล้านบาท ควบคุม NPL ให้เพิ่มน้อยที่สุด หรือไม่เกิน 2.4% จาก ณ สิ้นปี 2560 อยู่ที่ 2.05% รวมถึงรักษาการทำกำไรให้ได้ราว 28,000-30,000 ล้านบาท

“ชาติชาย” บอกด้วยว่า ยังตั้งเป้าหมายเพิ่มธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไม่ต่ำกว่า 75% ของธุรกรรมทั้งหมด จากปัจจุบันอยู่ที่ 70% โดยปีนี้จะขยายบริการโมบายแบงกิ้ง หรือ Mymo เพิ่มอีก 2 ล้านราย จากที่มีลูกค้าใช้บริการอยู่ 2.8 ล้านราย เพิ่มลูกค้าบัตรเดบิตและบัตรเครดิตอีก 2.7 ล้านราย และขยายการติดตั้ง QR Code เพิ่มอีก 1 แสนร้านค้า

“ในด้าน savings เราจะเน้นส่งเสริมการออม สร้างวินัยการเงินให้ประชาชน ส่วนด้าน loan ก็จะเน้นเศรษฐกิจฐานราก แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ส่งเสริมผู้มีรายได้น้อยให้มีเงินทุนและพัฒนารายได้ของตนเองได้ และดูแลผู้สูงวัยให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รวมถึงส่วนที่รองนายกฯ เน้น คืออยากให้ธนาคารออมสินเข้ามาช่วยเหลือเอสเอ็มอีมากขึ้น จากอดีตที่เราเน้นสินเชื่อประชาชน สินเชื่อบุคคล แล้วก็ภาครัฐ”

พร้อมกันนี้ “ชาติชาย” ได้ประกาศ “สวนกระแส” ปิดสาขาของบรรดาแบงก์พาณิชย์ โดยยืนยันว่าธนาคารออมสินจะ “ไม่ปิดสาขา” แถมยังขยายสาขาเป็นกว่า 1,100 สาขา จากปัจจุบันมี 1,080 สาขา

“การบริหารจัดการ เราไม่ต้องปิดสาขา แต่อาจจะลดไซซ์บางสาขาลง (Re-size) แล้วไปเปิดสาขาใหม่ หรือย้ายทำเล (Re-locate) รวมถึงปรับโมเดลสาขา (Re-model) จาก “Service” สาขา เป็น “Sales” สาขา

นอกจากนี้ ผู้อำนวยการธนาคารออมสินได้วางภารกิจมุ่งดูแลลูกค้า 4 กลุ่มสำคัญ คือ กลุ่มฐานราก กลุ่มคนชั้นกลาง กลุ่มสตาร์ตอัพ และกลุ่มผู้สูงวัย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรองนายกฯ “สมคิด”

โดยภารกิจเร่งด่วนที่จะเริ่มในวันที่ 1 ก.พ.นี้ ก็คือ การสร้างงานสร้างอาชีพแก่ผู้มีรายได้น้อย 11.4 ล้านราย ซึ่งธนาคารออมสิน จะต้องมีบทบาทจัดให้มีผู้ดูแลผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (account officer : AO) ลงพื้นที่ประกบผู้มีรายได้น้อยแบบรายตัวเช่นเดียวกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ด้วยตามนโยบาย “อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์” รมว.คลัง

ภารกิจทั้งหมดนี้ น่าจะเป็นแรงส่งให้ธนาคารออมสินขึ้นแท่นเป็น “แบงก์ที่ใหญ่ที่สุดและดีที่สุด” ได้ไม่ยากนัก แต่ที่สำคัญคือ ต้องให้น้ำหนักกับภารกิจการดูแลประชาชน ในฐานะที่เป็นแบงก์ของรัฐนั่นเอง