เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
Columns ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
คุยกับเศรษฐา : แก้วิกฤตข้อมูลน้ำได้ ก็แก้ปัญหาน้ำได้
Columns คุยกับเศรษฐา : แก้วิกฤตข้อมูลน้ำได้ ก็แก้ปัญหาน้ำได้
แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
Finance แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
ประคับประคองเศรษฐกิจ
Columns ประคับประคองเศรษฐกิจ
COM7-SPVI-CPW-ADVANC-TRUE รับอานิสงส์ iPhone 18 จับตาแรงซื้อรอบเปลี่ยนเครื่อง
Finance COM7-SPVI-CPW-ADVANC-TRUE รับอานิสงส์ iPhone 18 จับตาแรงซื้อรอบเปลี่ยนเครื่อง
ราคาทองวันนี้ (12 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
ททท.คาดเทศกาลวันหยุด Golden Week ปีนี้จีนเที่ยวไทย 2.5 แสนคน สร้างรายได้กว่า 1.1 หมื่นล้าน
Economic ททท.คาดเทศกาลวันหยุด Golden Week ปีนี้จีนเที่ยวไทย 2.5 แสนคน สร้างรายได้กว่า 1.1 หมื่นล้าน
รัฐบาลเร่งเข้า OECD เป้าปี 2571 ยกเครื่องเศรษฐกิจ–ราชการ–การศึกษา เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันไทย
Politics รัฐบาลเร่งเข้า OECD เป้าปี 2571 ยกเครื่องเศรษฐกิจ–ราชการ–การศึกษา เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันไทย
เอกชนหนุนแผนสมดุล PDP 2026 ไฟฟ้าสีเขียว 73%-ส่ง “เอกนัฏ” เคาะ
Economic เอกชนหนุนแผนสมดุล PDP 2026 ไฟฟ้าสีเขียว 73%-ส่ง “เอกนัฏ” เคาะ
อนุทิน ฝ่าวงล้อม 2 ม็อบ กู้วิกฤตขาลง รัฐบาล 5 เดือน
Politics อนุทิน ฝ่าวงล้อม 2 ม็อบ กู้วิกฤตขาลง รัฐบาล 5 เดือน
ดูทั้งหมด

ศุภจี CEO ดุสิตธานี ชี้โจทย์ใหญ่ Great Remake เน้นนักท่องเที่ยวคุณภาพ

02 พ.ย. 2565 | 16:11น.
ศุภจี สุธรรมพันธุ์

“ศุภจี” มั่นใจตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติปีนี้ถึงเป้า 10 ล้านคน ชี้อัตราเข้าพักเฉลี่ยสั้นลง ทุบตัวเลขการใช้จ่ายต่อคนต่อทริปร่วง ย้ำไทยต้องปรับโฟกัสภาคท่องเที่ยว เน้นนักท่องเที่ยวคุณภาพมากกว่าปริมาณ พร้อมแนะผู้ประกอบการออกแบบ Story-telling อัพเกรดผลิตภัณฑ์ หวังดันรายได้รวมภาคท่องเที่ยว

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2565 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยในงานสัมมนา “Thailand 2023 : The Great Remake เศรษฐกิจไทย” จัดโดยหนังสือพิมพ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่าก่อนการระบาดของโควิด-19 ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยจำนวน 39.79 ล้านคน สร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 1.93 ล้านล้านบาท

โดยนักท่องเที่ยวมีระยะเวลาพักค้างแรมเฉลี่ย 9.26 คืน มีค่าใช้จ่ายรายวันเฉลี่ยอยู่ที่ 5,172 บาท ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 48,000 ต่อคนต่อทริป ส่วนการท่องเที่ยวในประเทศ มีนักท่องเที่ยวชาวไทยออกเดินทางประมาณ 166.84 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ราว 1.08 ล้านล้านบาท

“จากเป้าของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ที่คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยในปีนี้ 10 ล้านคน คิดว่าเป็นไปได้แน่นอน แต่สิ่งที่น่าจับตาคือ ยอดรายได้จากภาคการท่องเที่ยว เพราะนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในระยะนี้เป็นการเดินทางระยะใกล้ ซึ่งอาจทำตัวเลขรายได้จากภาคการท่องเที่ยวไม่สูงนัก” นางศุภจีกล่าว

ศุภจี สุธรรมพันธุ์

ทั้งนี้ ข้อมูลล่าสุดจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่า ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวในปี 2565 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-30 ตุลาคม 2565 พบว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยจำนวนสะสมรวม 7,565,049 คน เป็นนักท่องเที่ยวจากตลาดระยะใกล้เดินทางเข้าประเทศไทย มีจำนวนสะสมรวม 4,939,175 คน คิดเป็นสัดส่วน 65% ของนักท่องเที่ยวต่างประเทศทั้งหมดที่เดินทางมาประเทศไทย

โดยตลาดนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศไทยมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 มาเลเซีย 1,285,194 คน รองลงมาคือ อินเดีย 679,050 คน สปป.ลาว 556,597 คน กัมพูชา 385,144 คน และ 5 สิงคโปร์ 374,997 คน ขณะที่เดิมในปี 2562 นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 5 อันดับแรกมาจาก จีน มาเลเซีย อินเดีย เกาหลีใต้ และลาว ตามลำดับ

“ส่วนตัวเชื่อว่าในปีนี้ยอดนักท่องเที่ยวอาจถึงเป้า หรือใกล้เคียงที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ตั้งเป้า แต่รายได้อาจไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เพราะรายจ่ายกับการท่องเที่ยวลดน้อยลง ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากผู้ประกอบการในตลาดพยายามลดราคาผลิตภัณฑ์ เช่น โรงแรมระดับบนลดราคาที่พักเหลือหลักไม่กี่พันบาท เป็นต้น” นางศุภจีกล่าว

นางศุภจีกล่าวต่อว่า ประเทศไทยควรปรับการให้ความสำคัญภาคการท่องเที่ยวจากเชิง “ปริมาณ” เป็นการให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวเชิง “คุณภาพ” โดยให้กระตุ้นการจับจ่ายให้มากขึ้น รวมถึงทำการตลาดให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้นักท่องเที่ยวมีระยะเวลาพักแรมที่ยาวนานมากขึ้น

“ถามว่าเรามีความหวังกับการท่องเที่ยวได้มั้ย มีได้ แต่เราต้องแก้ เราจะทำการท่องเที่ยวแบบเดิมไม่ได้” นางศุภจีกล่าว

ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย ประเมินว่า ในปี 2562 ก่อนการระบาดของโควิด-19 อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสร้างรายได้สูงถึง 2.9 ล้านล้านบาท

ในจำนวนนี้เป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 1.9 ล้านล้านบาท ซึ่งมาจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศไทยราว 40 ล้านคน คูณด้วยค่าใช้จ่ายต่อคนต่อทริปที่ประมาณ 48,000 บาท คิดเป็นสัดส่วน 20% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศไทย (GDP)

สำหรับการหันมาให้ความสำคัญกับนักท่องเที่ยวคุณภาพมากขึ้น มีการจำลองฉากทัศน์ว่า หากประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยราว 32 ล้านคน หากทำให้นักท่องเที่ยวมีค่าใช้จ่ายต่อคนต่อทริปอยู่ที่ 60,000-70,000 บาท จะสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศไทย 1.9 ล้านล้านบาท เท่ากับปี 2562 ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 40 ล้านคน

“ถ้าเราใช้แนวคิด Less is more ไม่ต้องให้นักท่องเที่ยวกลับมาที่ 40 ล้านคนก็ได้” นางศุภจีกล่าว

นางศุภจีกล่าวต่อว่า ในการปรับเปลี่ยนแนวคิดการท่องเที่ยว ภาครัฐและเอกชนจะต้องร่วมกันสร้างผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยว โดยนำเสนอด้านประสบการณ์ กระจายการเดินทางให้มีจุดประสงค์ รวมถึงสร้างความสะดวกสบายแก่นักท่องเที่ยว

โดยโมเดลธุรกิจที่ควรเกิดขึ้นคือ การสร้างพันธมิตรและต้องข้ามสายกับธุรกิจ เช่น ชุมชนท้องถิ่น โรงพยาบาล ฯลฯ สร้างประสบการณ์ที่หลากหลายแปลกใหม่ให้กับนักท่องเที่ยว คำนึงถึงการได้รับประโยชน์ของชุมชนร่วมด้วย

“ไม่จำเป็นต้องเป็นคนตัวใหญ่ทำ คนตัวเล็กก็สามารถทำได้ โรงแรมขนาดเล็กอาจหาเอกลักษณ์หรือจุดเด่นของตน ออกแบบการนำเสนอเรื่องราวท้องถิ่นให้เข้ากับผลิตภัณฑ์ที่มี เช่น โรงแรมอาจนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง ออกแบบเส้นทางตะลุยร้านอร่อยใกล้เคียงกับโรงแรมก็สามารถอยู่รอดได้” นางศุภจีกล่าว

นางศุภจีกล่าวอีกว่า ขณะนี้ภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก เกิดเทรนด์การท่องเที่ยวที่น่าจับตามองใน 6 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย 1.เทคโนโลยี กุญแจสำคัญของภาคท่องเที่ยว ผู้ประกอบการสร้างสรรค์ประสบการณ์ได้ตรงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น 2.การเติบโตของธุรกิจสุขภาพ-เวลเนส โดยปัจจุบันคนให้ความสำคัญกับการชะลอวัยมากขึ้น ไทยสามารถสร้างมูลค่าจากการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพได้

3.ความยั่งยืนคือสิ่งจำเป็น “Sustainability is a must” 4.กระแสการท่องเที่ยวและทำงานไปด้วย (Workation) ยังคงมีอยู่ต่อไป 5.การเชื่อมต่อกับท้องถิ่น ยังเป็นปัจจัยสำคัญ สามารถสร้างสรรค์ประสบการณ์ท้องถิ่นและนำเสนอแก่นักท่องเที่ยวได้ และ 6.พำนักยาวนานขึ้น เนื่องจากปัจจุบันค่าใช้จ่ายปรับตัวสูงขึ้น และเทรนด์การเดินทางมีแนวโน้มจะใช้ระยะเวลานานมากขึ้น และต้องการสัมผัสประสบการณ์ที่มากขึ้น

“โจทย์ใหญ่ของการ Remake ภาคท่องเที่ยวไทยคือ การเพิ่มค่าใช้จ่ายต่อทริป ถ้าเราปรับโฟกัสสู่การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ใส่วัตถุประสงค์การท่องเที่ยวเข้าไป ท่องเที่ยวไทยจะมีเอกลักษณ์โดดเด่นอย่างแน่นอน” นางศุภจี กล่าว

ศุภจี the great remake