เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
SD ‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
ดูทั้งหมด

รัฐแก้ปม สารเคมีตกค้าง เดิมพันด้วยชีวิต ! ผู้บริโภค

01 ก.พ. 2561 | 22:28น.

คอลัมน์ชั้น 5 ประชาชาติ

โดย กฤษณา ไพฑูรย์

การตอกย้ำถึงอันตราย ! ของ “สารเคมีตกค้าง” ในประเทศไทยชัดเจนขึ้นอีกครั้ง เมื่อเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai-PAN) ได้ออกมาแถลงผลการตรวจสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในผักและผลไม้ ประจำปี 2561 เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา โดย “นางสาวปรกชล อู๋ทรัพย์” ผู้ประสานงานระบุว่า พบการตกค้างของสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในผักที่ปลูกโดยไม่ใช้ดินหรือ “ผักไฮโดรโพนิกส์” สูงกว่าผักทั่วไป

โดยไทยแพนเก็บตัวอย่างผักไฮโดรโพนิกส์ 30 ตัวอย่างจากตลาดและห้างทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด พบว่า ผัก 19 ตัวอย่างพบสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างเกินมาตรฐาน หรือคิดเป็น 63.3% ของจำนวนตัวอย่างทั้งหมด โดยพบผักที่ไม่มีการตกค้างเลย 8 ตัวอย่าง และพบว่าตกค้างแต่ไม่เกินมาตรฐาน 3 ตัวอย่าง

เมื่อเทียบกับการตกค้างของผักและผลไม้ทั่วไป ไทยแพนได้สำรวจเมื่อปลายปีที่ผ่านมา พบว่ามีการตกค้างสูงกว่า โดยผักทั่วไปพบการตกค้างเกินมาตรฐาน 54.4% ไทยแพนย้ำว่า ความเข้าใจของประชาชนที่คิดว่าผักไฮโดรโพนิกส์เป็นผักที่ปลอดภัย มีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชน้อย จึงไม่เป็นความจริง !

ทั้งนี้ ไทยแพนระบุว่า พบสารพิษตกค้างมากถึง 25 ชนิด เช่น สารกำจัดวัชพืช (Herbicide) 1 ชนิด คือ Ametryn สารป้องกันและกำจัดโรคพืช (Fungicide) 6 ชนิด สารกำจัดแมลงและไร (Insecticide and Acaricide) รวม 18 ชนิด กลุ่มอื่น ๆ 10 ชนิด

รวมถึงพบการตกค้างของไนเตรต ซึ่งหากตกค้างเกินมาตรฐานจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง โดยพบว่าผักเรดคอรัล เรดโอ๊ก กรีนโอ๊ก บัตเตอร์เฮด และฟิลเลย์ไอซ์เบิร์ก มีไนเตรตตกค้างตั้งแต่ 199-2,500 มิลลิกรัม/กิโลกรัม แต่มีเพียง 1 ตัวอย่างที่เกินค่ามาตรฐานส่วนผักคะน้า ผักกาดฮ่องเต้ ผักโขมแดง และผักบุ้งจีนที่ปลูกแบบไร้ดินนั้น พบการตกค้างของไนเตรตระหว่าง 2,976-6,019 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ซึ่งสูงกว่าผักในกลุ่มแรก แต่ขณะนี้ประเทศไทยยังไม่มีการกำหนดมาตรฐานเกี่ยวกับการตกค้างเหล่านี้

“สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ สารทั้งหมดที่พบนั้นเป็นสารดูดซึมมากถึง 17 ชนิด ทำให้ “การล้าง” เพื่อลดจำนวนสารตกค้างลงเป็นไปได้ยาก !” นางสาวปรกชลกล่าว

และหากย้อนไปช่วงปี 2559 ไทยแพนได้สร้างความตื่นตระหนกมาแล้วครั้งหนึ่ง หลังจากรายงานเปิดเผยผลการสุ่มเก็บตัวอย่างผักและผลไม้ที่ประชาชนนิยมบริโภค เช่น กะหล่ำปลี แตงกวา ผักบุ้งจีน มะเขือเทศ ผักกาดขาวปลี คะน้า ถั่วฝักยาว มะเขือเปราะ กะเพรา พริกแดง แตงโม มะม่วงน้ำดอกไม้ มะละกอ แก้วมังกร ฝรั่ง และส้มสายน้ำผึ้ง จำนวน 138 ตัวอย่าง ในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล เชียงใหม่และอุบลราชธานี พบว่า ในภาพรวมมีผักและผลไม้ตกค้างเกินมาตรฐานสูงถึง 46.4% หรือเกือบครึ่งหนึ่งของตัวอย่าง

ข้อมูลปัญหาการตกค้างของสารเคมีต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในไทย ส่งผลให้ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุข โดยคณะกรรมการขับเคลื่อนปัญหาการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง ได้มีมติให้ยกเลิกการใช้สารเคมี 2 ชนิด คือ พาราควอตสารเคมีฆ่าหญ้าและคลอร์ไพริฟอสสารเคมีฆ่าแมลง โดยไม่ให้ขึ้นทะเบียนเพิ่ม ไม่ต่ออายุทะเบียน และให้ยุติการนำเข้าในวันที่ 1 ธ.ค. 2560 และยุติการใช้วันที่ 1 ธ.ค. 2562 รวมถึงเตรียมควบคุมการใช้ “ไกลโฟเสต” เพราะพาราควอตจัดเป็นยาพิษที่มีความรุนแรง ไม่สามารถถอนพิษได้ ที่ผ่านมา 47 ประเทศทั่วโลกยกเลิกการใช้แล้ว

เมื่อช่วงปลายปี 2560 ที่ผ่านมา กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ต่อทะเบียนใบอนุญาตที่หมดอายุของหลายบริษัทผู้นำเข้าสารเคมีให้จำหน่ายต่อไปได้อีก 6 ปี…ระหว่างรอผลการพิจารณาของคณะกรรมการวัตถุอันตราย ภายใต้ความรับผิดชอบของกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจขึ้นมา ซึ่งมี นายภักดี โพธิศิริ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการวัตถุอันตราย เป็นประธาน เพื่อหาข้อเท็จจริงในการพิจารณาให้มีการยกเลิกสารหรือไม่ภายใน 3 เดือน (ครบกำหนดเดือนมีนาคม 61)

การประสานงาน ! ของ 2 กระทรวงที่เกิดขึ้นระหว่าง “กระทรวงสาธารณสุข” และ “กระทรวงเกษตรฯ” โดยโยนลูกให้ “กระทรวงอุตสาหกรรม” เป็นกรรมการชี้ขาด ! ทั้งที่ทั้ง 3 กระทรวงนั่งอยู่ใน “คณะกรรมการขับเคลื่อนปัญหาการใช้สารเคมีฯ” ที่เห็นชอบลงมติด้วยกันมา…จึงสร้างความกังขาในใจให้กับประชาชนผู้เสียภาษีตาดำ ๆ ยิ่งนักว่า ใคร ? “กำลังเล่นเกมอะไรกัน” ?

แต่ที่แน่ๆ…ข้อมูลการตัดสินชี้ขาดในครั้งนี้มี “ชีวิต” ของลูกหลานผู้บริโภคทั้งประเทศไทยเป็นเดิมพัน !

จากข้อมูลจากสถาบันมะเร็ง รายงานสถานการณ์ของโรคมะเร็งในประเทศไทยว่า เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของคนไทยต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2543 โดยปี 2555 ไทยมีผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งรายใหม่ ประมาณ 1 แสนราย และมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งสูงถึง 60,000 คน หรือเฉลี่ยเสียชีวิตประมาณ 7 คนต่อชั่วโมง !

 

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

สามารถดาวน์โหลด ประชาชาติธุรกิจ ฉบับ e-Newspaper
หรือ e-Book ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ