เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
Finance ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
HR จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
Tech ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
Finance สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Business DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
Finance กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
Automotive บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
Real Estate ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
World ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
Economic บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
ดูทั้งหมด

บ้าน-คอนโดขยับแรง ต้นทุนพุ่งปีหน้าราคาขึ้น 10%

09 พ.ย. 2565 | 08:59น.
อสังหา

“ศุภาลัย-แอล.พี.เอ็น.ฯ” ส่องเทรนด์ปี 2566 ตลาดอสังหาฯฟื้นแต่ต้องเผชิญ perfect storm ทั้งศึกใน “ดอกเบี้ยขาขึ้น-วัสดุ-ค่าแรงแพง-เงินเฟ้อ-LTV” ศึกนอก “เศรษฐกิจโลกถดถอย-สงคราม ยืดเยื้อ” เป็นต้นทุนใหม่ บ้าน-คอนโดฯ ราคาแพงขึ้นอีก 5-10% แนะรัฐต่ออายุ LTV 100% ทุกหลัง 1 ปี ขยายลดโอน-จำนอง กระตุ้นกำลังซื้อทั้งตลาด เผยรัฐบาลบิ๊กตู่ตัดใจยอมเลิกกฎหมายขายที่ดินให้ต่างชาติ หลังถูกวิพากษ์หนัก รอสะเด็ดน้ำเข้า ครม.อีกครั้ง

โค้งสุดท้ายในไตรมาส 4/65 ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในภาพรวมมีสัญญาณบวกจากยอดขายและยอดโอนฟื้นตัวไปในทิศทางที่ดี ล่าสุด “ธปท.-ธนาคารแห่งประเทศไทย” ได้ประกาศยุติการผ่อนปรนมาตรการ LTV-loan to value ในยุคโควิด (2563-2564) จากปัจจุบันเปิดให้มีการปล่อยสินเชื่อซื้อที่อยู่อาศัยทำได้ 100-110% ไม่ว่าจะเป็นการซื้อหลังแรก หรือหลังที่ 2-3 เป็นต้นไป โดยมาตรการจะหมดอายุวันที่ 31 ธันวาคม 2565 จึงกลายเป้นโจทย์ใหญ่ในการลงทุนพัฒนาโครงการปีหน้า

LTV ทุบกำลังซื้อหลังที่ 2

นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การยุติมาตรการผ่อนปรน LTV ส่งผลกระทบต่อการซื้อขายบ้านจัดสรรสำหรับกลุ่มลูกค้าซื้อเป็นหลังที่ 2 ซึ่งจำเป็นใช้เป็นที่อยู่อาศัย ไม่ใช่ซื้อเพื่อเก็งกำไร โดยศุภาลัยมีสัดส่วนในพอร์ตนี้ 10%

“ไม่ได้หมายความว่าลูกค้าซื้อบ้านแนวราบหลังที่ 2 จะซื้อไม่ได้ อยู่ที่การพิจารณาปล่อยสินเชื่อของแบงก์เป็นหลัก ส่วนลูกค้าจากเดิมที่ขอกู้ได้ 100-110% จะถูกลดเหลือปล่อยกู้ 90% สำหรับสินเชื่อซื้อหลังที่ 2 หรือ 80% สำหรับสินเชื่อซื้อหลังที่ 3 เท่ากับต้องมีเงินดาวน์หรือมีเงินออมถึงจะซื้อได้”

ประเด็นชวนคิดคือ ปกติ LTV การขอสินเชื่อซื้อบ้านต้องมีเงินดาวน์ 5% คอนโดมิเนียม 10% โดยไม่จำกัดจำนวนหลัง ต่อมาวันที่ 1 เมษายน 2562 แบงก์ชาติมองว่ามีการเก็งกำไรที่อยู่อาศัยจึงออกมาตรการ LTV ให้การซื้อบ้านหลังแรกใช้เกณฑ์เงินดาวน์ 5-10% เท่าเดิม แต่การซื้อหลังที่ 2 เป็นต้นไป ลดสัดส่วนเงินกู้ลง เท่ากับบังคับเพิ่มเงินดาวน์ 20-30%

ต่อมาเกิดสถานการณ์โควิด-19 แบงก์ชาติจึงออกเกณฑ์ผ่อนปรน LTV ให้มีผลถึง 31 ธันวาคม 2565 กำหนดให้แบงก์ปล่อยสินเชื่อได้ 100% ทุกหลัง ขณะที่สมาคมธนาคารไทยมีข้อเสนอให้เพิ่มอีก 10% เป็นเงินกู้เพื่อซื้อเฟอร์นิเจอร์และตกแต่งเพิ่มเติม

กลายเป็นว่า มาตรการผ่อนปรน LTV เปิดให้แบงก์ปล่อยกู้ได้เกินกว่าปกติอยู่ที่ 110% ดังนั้น หลังวันที่ 31 ธันวาคมปีนี้ หากยกเลิกการผ่อนปรนและให้กลับไปใช้เกณฑ์ปกติ เท่ากับผู้ซื้อบ้านหลังที่ 2 จะถูกลดเพดานสินเชื่อจาก 110% เหลือ 80-90% หรือมีส่วนต่างหายไป 20-30% จากที่เคยขอสินเชื่อได้ จึงกระทบกำลังซื้อเซ็กเมนต์นี้โดยตรง

วิพากษ์มาตรการ LTV

กรณีไม่ต่ออายุมาตรการผ่อนปรน LTV นายไตรเตชะกล่าวย้ำว่า มีข้อสังเกต 2-3 จุด คือ 1.ข้อมูลที่แบงก์ชาติใช้พิจารณามาจากยอดขายและยอดโอนช่วงครึ่งปีแรก 2565 ซึ่งมีสัญญาณบวกชัดเจน สาเหตุจากเป็นยอดรายได้ที่ลูกค้าชะลอการซื้อในช่วงโควิดปี 2563-2564 เมื่อปีนี้โควิดคลายตัวจึงเริ่มออกมาซื้ออีกครั้ง ตัวเลขจึงออกมาดูดี

อย่างไรก็ตาม ครึ่งปีหลัง 2565 แนวโน้มตัวเลขไม่ได้ดีเท่ากับครึ่งปีแรกแน่นอน เพราะเจอผลกระทบสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งเป็นสิ่งเหนือความคาดหมาย บวกกับปัจจัยเสี่ยงที่ถาโถมเข้ามา ทั้งดอกเบี้ยขาขึ้น, ค่าแรงขั้นต่ำที่ปรับเพิ่ม 5-8% เริ่มมีผลบังคับใช้แล้วในปีนี้, ค่าพลังงานแพงทำให้กระทบการขนส่ง (ถมดิน) ค่าวัสดุก่อสร้างที่แพงขึ้นหมด

นั่นคือ ปี 2565 แบงก์ชาติไม่ได้รอตัวเลขการซื้อขายเต็มปี แต่ดูสัญญาณบวกครึ่งปีแรกแล้วประกาศยุติการผ่อนปรน LTV ทำให้ข้อมูลอาจไม่ครบถ้วนรอบด้าน

2.ยอดซื้อขายครึ่งปีแรก 2565 อย่าลืมว่า มีปัจจัยบวกมาจากการที่ลูกค้าขอสินเชื่อได้ 110% เป็นตัวช่วยสำคัญ หากไม่ต่ออายุในปี 2566 จากตัวช่วยจะกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงทันที

3.เหตุผลการผ่อนปรน LTV ในยุคโควิด แบงก์ชาติออกมาตรการ เพราะมองว่าไม่มีการเก็งกำไรเกิดขึ้น ดังนั้นการยุติความช่วยเหลือด้านสินเชื่อ จึงเป็นการออกมาตรการไม่ตรงกับข้อเท็จจริงของสถานการณ์

เพราะภาคธุรกิจที่อยู่อาศัยไม่ได้มีสัญญาณใด ๆ ในปี 2563-2564 เรื่องการซื้อเพื่อเก็งกำไร แต่ปีหน้ากำลังจะกลับมาบังคับเงินดาวน์เพิ่มอีกครั้ง ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจถดถอยต่อเนื่อง

4.พฤติกรรมการซื้อบ้านจัดสรรแนวราบ ลูกค้า 99% ซื้อเพื่ออยู่อาศัย เป็นเรียลดีมานด์ ต่างจากคอนโดมิเนียมที่มีกลุ่มลูกค้าซื้อเก็งกำไรบ้าง ขณะที่พฤติกรรมการซื้อหลัง 2 มีหลายสาเหตุ

อีกกรณีคือ ซื้อตามความจำเป็นจากการทำงานข้ามจังหวัด เช่น คนเชียงราย ศรีสะเกษ อุดรฯ นครศรีธรรมชาติ ฯลฯ ย้ายไปทำงานในกรุงเทพฯ หรือคนกรุงเทพฯไปทำงานป้อน EEC ในชลบุรี-ระยอง มีการซื้อบ้านหลัง 2 เพื่ออยู่อาศัย ไม่ได้เก็งกำไร แต่ถูกบังคับ LTV เหมือนซื้อเก็งกำไร

“เหตุผลการซื้อหลังที่ 2 สำหรับสินค้าบ้านจัดสรร เป็นข้อเสนอแนะของดีเวลอปเปอร์ตั้งแต่แรก เข้าใจว่ายังไม่ได้รับการพิจารณาทบทวน ทำให้ภาระหนักตกกับผู้ซื้อบ้านหลังที่ 2”

โครงการใหม่ราคาขยับ

ที่สำคัญ ราคาที่อยู่อาศัยปีหน้าจะแพงขึ้นอีกหรือไม่ นายไตรเตชะกล่าวว่า จากสถานการณ์โควิด 2563-2564 ทุกคนคาดหวังว่าจะยุติ และวิกฤตเศรษฐกิจน่าจะหมดไป แต่ต้นปี 2565 กลับเกิดสงคราม บวกปัจจัยลบรอบด้าน ทำให้ต้นทุนการพัฒนาโครงการใหม่แพงขึ้น

ภาพรวมของตลาดโดยเฉพาะราคาบ้าน-คอนโดฯ ในครึ่งปีแรก 2565 ได้ถูกตรึงราคาไว้ เพราะเป็นสต๊อกจากต้นทุนเดิมที่คงค้างในตลาด แต่ได้ทยอยปรับราคาขึ้น 5-10% ในช่วงครึ่งปีหลัง

ขณะที่เทรนด์ปี 2566 มีปัจจัยลบข้ามปี ทั้งดอกเบี้ยขาขึ้น ค่าแรงขั้นต่ำ วัสดุ-พลังงานแพง รวมกับการไม่ต่ออายุ LTV อีก ประเมินว่า ราคาที่อยู่อาศัยใหม่อาจจะปรับขึ้นอีก

“โดยสถานการณ์ราคาครึ่งปีแรกในปีหน้ายังเป็นต้นทุนเดิมของปีนี้ ตามกลไกการแข่งขันผู้ประกอบการจะตรึงราคาเก่าอยู่ แต่ครึ่งปีหลัง 2566 จะเป็นช่วงที่สะท้อนต้นทุนใหม่ โครงการใหม่ต้องปรับขึ้นราคาอีกครั้ง อาจไม่เกิน 5%”

นายไตรเตชะประเมินว่า คอนโดฯต้องรออีก 2-3 ปี ถึงจะบูมอีกครั้งเหมือนปี 2562 บ้านแนวราบยังเป็นดาวเด่น ทั้งทาวน์โฮม บ้านแฝด บ้านเดี่ยว ส่วนบ้านเดี่ยวราคา 5-8 ล้านบาท โดดเด่นที่สุด โอนได้มากที่สุด

แนะลดค่าโอน 3 ล้านแรก

“ข่าวดีของวงการอสังหาฯปีนี้น่าจะเป็นเรื่องแบงก์ซัพพอร์ตสินเชื่อดีมาก ๆ ซึ่งถ้าปีหน้าแบงก์ยังซัพพอร์ตสินเชื่อด้วยดีแบบนี้ จะเป็นตัวช่วยสำคัญที่ประคับประคองตลาดปีหน้าให้มีการฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง”

ทั้งนี้ ด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัยยังมีอุปสรรคจากยอดปฏิเสธสินเชื่อ (รีเจ็กต์เรต) ที่ยังอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม พอร์ตของศุภาลัยเคยมีสถิติยอดกู้ไม่ผ่านของลูกค้า 21-22% ปีนี้ลดเหลือ 16-17% เป็นทิศทางที่ดีขึ้น

ผลกระทบของยอดกู้ไม่ผ่านสูงในระบบ แสดงให้เห็นถึงเครดิตอ่อนแอในกลุ่มกำลังซื้อราคา 2-2.5 ล้านบาท ซึ่งมียอดกู้ผ่านต่ำที่สุด ดังนั้นดีเวลอปเปอร์จะปรับตัวตามเทรนด์นี้โดยลดการพัฒนาบ้านตลาดกลาง-ล่างในกลุ่มนี้

ขณะที่ในเชิงนโยบาย มาตรการรัฐลดค่าโอน-จดจำนอง 3% เหลือ 0.01% เฉลี่ยลดภาระจากล้านละ 3 หมื่นบาท เหลือล้านละ 300 บาท แต่จำกัดเพดานราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท มีข้อมูลออกมาแล้วว่ากลุ่มราคา 3 ล้านบาท มีการดูดซับออกไปจากตลาดเยอะแล้ว และมีสัดส่วนเพียง 30-40% ของตลาดรวม

ในปี 2566 หากรัฐบาลต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจจึงมีข้อเสนอแนะให้ต่ออายุมาตรการออกไปอีก 1 ปี โดยปรับปรุงเงื่อนไขให้สามารถลดค่าโอน-จำนองในราคา 3 ล้านบาทแรก ซึ่งจะทำให้กระตุ้นการตัดสินใจซื้อได้ทั้งตลาด

ขึ้น 5-10% ตามต้นทุนใหม่

นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ให้ความเห็นถึงผลกระทบทั้งหมดจากราคาวัสดุก่อสร้าง ค่าแรงขั้นต่ำที่ปรับตัวสูงขึ้น และที่ ธปท.ไม่ต่ออายุ LTV ว่า การปรับขึ้นของค่าแรงขั้นต่ำที่ 5-8% ที่มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2565 รวมถึงต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่ปรับสูงขึ้นตามราคาพลังงาน และอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น 5-6% ผนวกกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น และราคาที่ดินที่ปรับสูงขึ้นตามราคาประเมินที่ดินใหม่ที่กรมธนารักษ์จะประกาศใช้และมีผลในวันที่ 1 ม.ค. 2566 โดยปรับขึ้น 5-8% ถือว่ากระทบโดยตรงต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ ทั้งผู้ประกอบการและผู้ซื้อที่อยู่อาศัย

“แนวโน้มราคาที่อยู่อาศัยในปี 2566 จะปรับขึ้นอีก 5-10% ขึ้นอยู่กับทำเล และเป็นส่วนของโครงการที่เปิดตัวใหม่ อย่างไรก็ตาม จะยังไม่กระทบกับที่อยู่อาศัยที่สร้างเสร็จพร้อมขายในตอนนี้ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยต้นทุนเดิม”

ประเด็น LTV จะกระทบโดยตรงกับกำลังซื้อที่อยู่อาศัยที่มีราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท ที่ซื้อเป็นสัญญาเงินกู้หลังที่ 2 และที่อยู่อาศัยที่มีราคาเกิน 10 ล้านบาท ที่เป็นสัญญากู้บ้านหลังแรก ที่ต้องวางเงินดาวน์ตามที่ ธปท.กำหนดคือ 10-20%

ออริจิ้นฯหนักใจที่ดินแพง

นายอภิสิทธิ์ สุนทรชูเกียรติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บจ.ออริจิ้น คอนโดมิเนียม ในเครือ บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ กล่าวว่า การยกเลิก LTV จะกระทบกลุ่มผู้บริโภคที่ซื้อบ้านพร้อมอยู่ (เรดดี้ทูมูฟ) ราคาแพง 10 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งต้องจ่ายเงินดาวน์เพิ่มที่ 20% ส่วนคอนโดมิเนียมได้เรียกเงินดาวน์ 10-15% อยู่แล้ว ส่วนผู้ซื้อบ้านหลัง 2 ราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาทจะกระทบบ้าง ราคาวัสดุที่ปรับขึ้นกระทบต้นทุนบ้าง แต่ที่กระทบมากที่สุดคือราคาที่ดิน

บิ๊กตู่ยกเลิก กฎหมายขายที่ดิน

ที่ทำเนียบรัฐบาล (8 พ.ย.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีการถอนร่างกฎกระทรวงการได้มาซึ่งที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าวตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การลงทุนโดยการดึงดูดคนต่างด้าวที่มีศักยภาพสูงสู่ประเทศไทย พ.ศ. … ว่า

“ไม่ใช่ถอน เป็นการยกเลิกเอาไว้ก่อน เพื่อเอาทุกปัญหาที่ไม่เข้าใจมาคุยกัน เพราะจริง ๆ แล้วอยู่ในขั้นตอนรับฟังความคิดเห็น ยังไม่ได้ประกาศใช้ เพราะยังไม่ได้อนุมัติในหลักการ”

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ทุกสาเหตุรวมกัน ทุกคนรุมด่าว่าขายชาติ ก็ต้องเอากลับไปทำความเข้าใจ เรื่องนี้ผมตำหนิรัฐบาล รวมถึงตัวผมเองด้วยว่าตอนชี้แจงไม่ชี้แจงให้ชัดเจน และอาจจะเคราะห์ร้ายเพราะเป็นการพิจารณาวันเดียวกับกฎหมายสุรา จึงตีกันสองเรื่อง ทำให้อารมณ์คนพุ่งขึ้นไป และคิดว่าดีแล้วที่จะถอน เปิดรับฟังความเห็นและปรับปรุงให้เข้มงวด บางสิ่งที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันในวันนี้เพราะหลายข้อถูกต้องตามที่วิจารณ์ หากจะนำกลับมาเสนออีกครั้งสามารถทำได้ ไม่นำกลับมาก็ใช้ฉบับปี 2545” นายวิษณุกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากไม่ต้องการถูกเรียกว่าขายชาติ ใช้วิธีการให้ต่างชาติเช่าดีกว่าหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า การให้เช่าดีที่สุด แต่ไม่ดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนเท่าที่ควร

ด้านนายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เปิดเผยว่า ขั้นตอนต่อไป กระทรวงมหาดไทยจะนำร่างกฎกระทรวงไปรับฟังความคิดเห็นในระบบกลาง อย่างน้อย 15 วัน หรือเร็วกว่านั้นได้ ต่อจากนั้นให้นำข้อเสนอที่จะต้องปรับปรุงแก้ไขนำเสนอ ครม.อีกครั้ง