เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สมาคมนักข่าวฯ อบรม“AI For Journalists” หลักสูตรพื้นฐานยกระดับการใช้งาน AI นักข่าวภูมิภาค
การศึกษา สมาคมนักข่าวฯ อบรม“AI For Journalists” หลักสูตรพื้นฐานยกระดับการใช้งาน AI นักข่าวภูมิภาค
รัฐบาล ไร้งบโครงการใหม่ช่วย ‘กัมพูชา’ แจง 18 ล้านดอกเบี้ยสัญญาเดิม
Politics รัฐบาล ไร้งบโครงการใหม่ช่วย ‘กัมพูชา’ แจง 18 ล้านดอกเบี้ยสัญญาเดิม
นายกฯ ทำบุญวันเกิดปีที่ 60 ‘ประยุทธ์ – คุณหญิงพจมาน’  ส่งแจกันอวยพร
Politics นายกฯ ทำบุญวันเกิดปีที่ 60 ‘ประยุทธ์ – คุณหญิงพจมาน’ ส่งแจกันอวยพร
ยามาฮ่า คว้า ‘แจ็ก มิลเลอร์’  WorldSBK 2027-2028
Automotive ยามาฮ่า คว้า ‘แจ็ก มิลเลอร์’  WorldSBK 2027-2028
กรมโรงงานฯรับลูกคุมดาต้าฯ เข้าบัญชี 108 ต้องขอใบ รง.4-ทำอีไอเอ
Economic กรมโรงงานฯรับลูกคุมดาต้าฯ เข้าบัญชี 108 ต้องขอใบ รง.4-ทำอีไอเอ
ยื้อโยกย้ายซี 10 “คลัง” จับตาสรรพากร-ชิงสรรพสามิตเดือด
Finance ยื้อโยกย้ายซี 10 “คลัง” จับตาสรรพากร-ชิงสรรพสามิตเดือด
เศรษฐกิจโลกใกล้ถึง ‘จุดแตก’? หมดแรง ‘ดูดซับ’ ส่งออกจากจีน
World เศรษฐกิจโลกใกล้ถึง ‘จุดแตก’? หมดแรง ‘ดูดซับ’ ส่งออกจากจีน
ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
Economic ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
BOYY ฉลองปีที่ 20 เปิด ‘Boyyish’ ดันพอร์ตแฟชั่น มุ่งตลาดออนไลน์
Biz Movement BOYY ฉลองปีที่ 20 เปิด ‘Boyyish’ ดันพอร์ตแฟชั่น มุ่งตลาดออนไลน์
รร.ทุ่งสง ชนะประกวดหนังสั้น ‘จำได้มั้ย…แม่ชอบกินอะไร ?’
SD รร.ทุ่งสง ชนะประกวดหนังสั้น ‘จำได้มั้ย…แม่ชอบกินอะไร ?’
ดูทั้งหมด

บาทอ่อนค่าตามภูมิภาค หลังแบงก์ชาติจีนประกาศคงดอกเบี้ยนโยบาย

21 พ.ย. 2565 | 21:00น.
เงินบาท ดอลลาร์

เงินบาทอ่อนค่าตามภูมิภาค หลังแบงก์ชาติจีนประกาศคงดอกเบี้ยนโยบาย ขณะที่ปัจจัยในประเทศ สภาพัฒน์คาดเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3/65 ขยายตัวถึง 4.5% หลังประชาชนกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติ

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (21/11) ที่ระดับ 35.90/92 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (18/11) ที่ระดับ 35.75/77 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ หลังธนาคารกลางจีนประกาศคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ประเภท 1 ปีที่ระดับ 3.6% และคงอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 5 ปีที่ระดับ 4.30% ในวันนี้ ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 1 ปีของจีนเป็นดัชนีวัดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของภาคเอกชน ส่วนอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 5 ปีเป็นดัชนีวัดทิศทางอัตราดอกเบียของภาคครัวเรือน ซึ่งรวมถึงอัตราดอกเบี้ยเพื่อการกู้จำนองธนาคารกลางจีนตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ย LPR ทั้งสองประเภท หลังจากที่ได้คงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะกลาง (MLF) ระยะ 1 ปี ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของจีนไว้ที่ระดับ 2.75% เมื่อวันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ในวันดังกล่าว ธนาคารกลางจีนได้อัดฉีดสภาพคล่องมูลค่า 8.50 แสนล้านหยวน (1.2016 แสนล้านดอลลาร์) เข้าสู่ระบบการเงิน และอัดฉีดสภาพคล่องมูลค่า 1.72 แสนล้านหยวนผ่านทางข้อตกลง reverse repurchase ประเภทอายุ 7 วันที่อัตราดอกเบี้ย 2%

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เปิดเเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศไตรมาส 3/65 ขยายตัว 4.5% จากตลาดคาดขยายตัว 4.3% โดย GDP ไตรมาส 3/65 เร่งตัวขึ้นจากการขยายตัว 2.5% ในไตรมาสที่ 2/65 เป็นผลจากการผ่อนคลายมาตรการในการควบคุมโรคโควิด-19 ส่งผลให้ประชาชนเริ่มกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติ

ขณะที่ผู้ประกอบการมีความมั่นใจในภาวะเศรษฐกิจมากขึ้น ประกอบกับนโยบายในการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสถานการณ์ภายนอกประเทศที่เริ่มผ่อนคลายความตึงเครียด ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 35.90-36.22 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 36.21/22 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (21/11) ที่ระดับ 1.0311/13 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (18/11) ที่ระดับ 1.0384/86 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร หลังทรีวาโก เอ็นวี (Trivago NV) บริษัทรับจองห้องพักออนไลน์ เปิดเผยว่า ชาวยุโรปเริ่มปรับลดงบประมาณสำหรับการท่องเที่ยวลง หลังต้นทุนภาคครัวเรือนพุ่งสูงขึ้น ทำให้รายได้สำหรับการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยลดลง

นายมัทธีอัส ทิลมันน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของทรีวาโก ให้สัมภาษณ์ว่า ข้อมูลในช่วงเดือน พ.ย.-ม.ค.ชี้ให้เห็นว่า ผู้คนมีแนวโน้มที่จะชื่นชอบโรงแรมราคาถูกและการเดินทางระยะสั้นมากขึ้น โดยยอดคลิกตัวเลือกที่มีราคาถูกกว่ามีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันในปี 2562 ซึ่งเป็นการบ่งชี้ถึงสภาวะเศรษฐกิจของยูโรโซนที่ส่งสัญญาณชัดเจนในการชะลอตัวลงในช่วงปลายปี

นอกจากนี้ นางคริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) เปิดเผยว่า ECB จะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และอาจถึงขั้นต้องจำกัดกิจกรรมเศรษฐกิจ เพื่อสกัดเงินเฟ้อ โดยชี้ว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยนั้นถือเป็นเครื่องมือสำคัญของ ECB เหนือการลดบัญชีงบดุล ซึ่งทำให้นักลงทุนวิตกกังวลต่อสภาวะชะลอตัวดังกล่าวมากขึ้น และลดการถือครองสกุลเงินยูโรลง ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0228-1.0320 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0228/29 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (21/11) ที่ระดับ 140.29/31 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (18/11) ที่ระดับ 139.93/95 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ หลังนายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานเฟด สาขาเซนต์หลุยส์ กล่าวว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายในขณะนี้ยังไม่ได้อยู่ในกรอบที่ถือว่ามีการคุมเข้มมากเพียงพอ

“แม้ว่าเฟดได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่กรอบ 3.75-4.0% ในปีนี้ แต่ก็ยังต่ำกว่าระดับที่เฟดมองว่ามีการคุมเข้มมากพอที่จะฉุดเงินเฟ้อให้กลับสู่เป้าหมายที่ระดับ 2% ซึ่งกรอบอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับคุมเข้มอย่างมีประสิทธิภาพ คือ 5-7%” นายบูลลาร์ดกล่าว

ทางด้านนางเอสเธอร์ จอร์จ ประธานเฟด สาขาแคนซัส ซิตี้ แสดงความเห็นว่าเฟดอาจจะต้องทำให้เศรษฐกิจหดตัวลงเพื่อให้เงินเฟ้อชะลอตัว ขณะที่ตลาดแรงงานยังคงมีความตึงตัว ทำให้นักลงทุนลดการถือครองสกุลเงินเยนลง และหันไปถือครองสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐมากขึ้น โดยตลาดจับตารายงานการประชุมของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ประจำวันที่ 1-2 พ.ย. ซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันที่ 22 พ.ย. เพื่อบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 140.116-141./83 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 141.82/83 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีกิจกรรมเศรษฐกิจทั่วประเทศเดือน ต.ค.จากเฟดชิคาโก (21/11), ดัชนีการผลิตเดือน พ.ย.จากเฟดริชมอนด์ (22/11), ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือน ต.ค. (23/11), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นต้นเดือน พ.ย. จากเอสแอนด์พี โกลบอล (23/11), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน พ.ย.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (23/11), คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) เปิดเผยรายงานการประชุมวันที่ 1-2 พ.ย.

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -8.50/-8.00 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -10.00/-7.20 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ