เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ราคาน้ำมันดิบร่วงต่อ หลังสต๊อกน้ำมันดิบ สต๊อกน้ำมันสำเร็จรูป และกำลังการผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น

08 ก.พ. 2561 | 10:22น.

– ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงต่อเนื่อง หลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์ สิ้นสุดวันที่ 2 ก.พ. 61 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.9 ล้านบาร์เรล นอกจากนี้ ปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้น 3.4 ล้านบาร์เรล ทางด้านปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้น 3.9 ล้านบาร์เรล

– กำลังการผลิตน้ำมันดิบสหรัฐฯ ในสัปดาห์ที่ 2 ก.พ. 61 ปรับตัวสูงขึ้น แตะระดับ 10.25 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มแท่นการขุดเจาะน้ำมันดิบหลังจากที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี ไปเมื่อช่วงเดือนก่อนหน้า

– นอกจากนี้ นักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันดิบที่ปรับเพิ่มขึ้น แม้ว่ากลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันดิบรายใหญ่ (โอเปก) และนอนโอเปก เช่น รัสเซีย จะร่วมมือกันปรับลดกำลังการผลิตก็ตาม โดยล่าสุด EIA คาดการณ์การผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ในปี 2561 จะปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.26 ล้านบาร์เรลต่อวัน ไปสู่ระดับ 10.59 ล้านบาร์เรลต่อวัน และในปี 2562 จะอยู่ที่ระดับ 11.18 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งจะส่งผลให้สหรัฐฯ เพิ่มการส่งออกน้ำมันดิบมากขึ้น

– สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินในตะกร้าหลัก ส่งผลให้นักลงทุนลดความสนใจในการซื้อสัญญาน้ำมันดิบ เนื่องจากสัญญามีราคาสูงขึ้นสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบเล็กน้อย เนื่องจากผู้เล่นบางรายยังคงสต็อกน้ำมันเบนซินต่อเนื่อง หลังคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันเบนซินจะปรับตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม อุปทานจากจีนและอินเดียที่เข้ามาในตลาดยังคงส่งผลกดดันให้ราคาปรับตัวลดลง

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบเล็กน้อย หลังการส่งออกจากประเทศญี่ปุ่นปรับตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม อุปทานในภูมิภาคยังคงปรับตัวลดลง จากปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังในสิงคโปร์อยู่ในระดับต่ำ

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 60 – 65 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 63 – 68 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 10 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน ก.พ. หลังจากราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นเหนือระดับ 50 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับจุดคุ้มทุนเฉลี่ยในการลงทุนผลิตน้ำมันของผู้ผลิตน้ำมันดิบจากหินชั้นดินดาน (Shale oil) ในสหรัฐฯ

ความร่วมมือของกลุ่มผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปกในการปรับลดกำลังการผลิตยังอยู่ในระดับสูง โดยผู้ผลิตยังคงเดินหน้าปรับลดกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ปริมาณน้ำมันคงคลังกลับมาสู่ระดับค่าเฉลี่ย 5 ปี และรักษาเสถียรภาพของตลาดน้ำมันดิบ

ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของเวเนซุเอลามีแนวโน้มปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยในเดือน ม.ค. ปริมาณการผลิตลดลงสู่ระดับ 1.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 30 ปี เนื่องจากประเทศกำลังเผชิญกับวิกฤติทางเศรษฐกิจ และการเงินจากภาวะหนี้สินที่อยู่ในระดับสูง