เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

อาคม เผย 5 มาตรการของขวัญปีใหม่ หนุนจีดีพีโต 0.76% เงินสะพัด 2.78 แสนล้าน

20 ธ.ค. 2565 | 16:57น.
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ

รมว.คลัง เผยของขวัญปีใหม่ปี 2566 ชี้ 5 มาตรการใหญ่ จากทั้งหมดรวม 30 โครงการย่อย ช่วยหนุนจีดีพีโต 0.76% เม็ดเงินสะพัดกว่า 2.78 แสนล้านบาท คาดรัฐสูญเสียรายได้ 1.86 หมื่นล้านบาท เล็งเจรจาสายการบินภายในประเทศลดราคาค่าโดยสาร หลังลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิงจาก 4.726 บาทต่อลิตร เหลือ 0.20 บาทต่อลิตร กระทบรายได้ 1.8 พันล้านบาท แจงไม่มีคนละครึ่ง นโยบายการคลังต้องกลับสู่ภาวะปกติ

วันที่ 20 ธันวาคม 2565 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการดำเนินมาตรการและโครงการในส่วนของราชการและรัฐวิสาหกิจภายใต้สังกัดกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อมอบเป็นของขวัญวันปีใหม่ 2566 ให้แก่ประชาชน โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

1.มาตรการเกี่ยวข้องกับภาษีและค่าธรรมเนียม

2.มาตรการของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (SFIs)

3.มาตรการหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง ซึ่งทั้ง 3 กลุ่ม มีทั้งหมด 18 มาตรการ

แบ่งเป็นมาตรการทางภาษีและค่าธรรมเนียม 5 มาตรการ และมาตรการ SFIs 7 มาตรการ และหน่วยงานข้าราชการ 6 มาตรการ โดยทั้งหมดนับเป็น 30 โครงการย่อย

ทั้งนี้ ในส่วนของมาตรการทางด้านภาษีและค่าธรรมเนียม 5 มาตรการ คาดว่าเม็ดเงินที่รัฐจะสูญเสียรายได้คิดเป็นเม็ดเงินราว 18,690 ล้านบาท และคาดว่าจะสนับสนุนให้เกิดสภาพคล่องการใช้จ่ายและการลงทุนกว่า 278,771 ล้านบาท โดยมีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจและก่อให้เกิดผลบวกต่อจีดีพี ประมาณ 0.76%
สำหรับรายละเอียด 5 มาตรการ ได้แก่

1.มาตรการ “ช้อปดีมีคืน ปี’66” เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2566 ถึงวันที่ 15 ก.พ. 2566 โดยกำหนดให้ผู้มีเงินได้ซึ่งมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่ไม่รวมถึงห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล สามารถหักลดหย่อนค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 40,000 บาท

โดยแบ่งเป็น ค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการ จำนวน 30,000 บาทแรก จะต้องมีใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบกระดาษหรือในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice & e-Receipt) ค่าซื้อสินค้าหรือบริการ อีกจำนวน 10,000 บาท จากส่วนที่เกิน จะต้องออกใบกำกับภาษีรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ อย่างไรก็ดี สินค้าที่ร่วมรายการที่พิเศษจากเดิม คือ สถานีบริการน้ำมัน แต่จะต้องเป็นสถานีบริการที่อยู่ในระบบภาษีเท่านั้น

2.มาตรการลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 2566 (มาตรการลดภาษีที่ดิน) โดยมาตรการดังกล่าวจะให้ลดภาษีในอัตรา 15% ของจำนวนภาษีที่คำนวณได้สำหรับการจัดเก็บภาษีที่ดินฯ ของปีภาษี 2566 พร้อมทั้งการยืดระยะเวลาการชำระภาษีออกไปอีก 2 เดือน เช่น มีกำหนดชำระภาษีเดือนเมษายน 2566 จะขยับเป็นเดือนมิถุนายน 2566

ทั้งนี้ การปรับลดภาษีและสิ่งปลูกสร้างในปี 2566 หลังจากที่ในปี 2565 ไม่ได้มีการปรับลด เนื่องจากมองว่า ในปี 2566 จะมีเหตุการณ์หลายอย่างเกิดขึ้น และการเพิ่มขึ้นของราคาประเมิน ทำให้การปรับลด 15% จะเป็นการสนับสนุนการเติบโต

3.มาตรการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัยปี 2566 โดยลดค่าจดทะเบียนการโอนอสังหาริมทรัพย์จาก 2% เหลือ 1% โดยภาครัฐออกให้ครึ่งหนึ่ง และประชาชนออกเองครึ่งหนึ่ง เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว เช่นเดียวกับค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์จากเดิม 1% เหลือ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่งมีผลใช้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566

4.มาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมการอนุญาตขายสุรา ยาสูบ และไพ่ ตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต 2560 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการลดภาระของผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตขายสุรา ยาสูบ และไพ่ให้สามารถฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาต 1.54 ล้านใบ ระยะเวลาตั้งแต่ 1 มกราคม-31 ธันวาคม 2566 หรือคิดเป็นเม็ดเงินรายได้ 380 ล้านบาท

5.มาตรการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินไอพ่นที่นำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับอากาศยานภายในประเทศ โดยลดอัตราภาษีตามปริมาณของน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินไอพ่นที่ใช้ในประเทศจาก 4.726 บาทต่อลิตร เหลือ 0.20 บาทต่อลิตร ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวและบริการให้มีการฟื้นตัวต่อเนื่องตามนโยบายภาครัฐ

และบรรเทาผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและสายการบิน โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2566-30 มิถุนายน 2566

ขอสายการบินลดค่าตั๋วโดยสาร

อย่างไรก็ดี กระทรวงการคลังได้ขอความร่วมมือกับสายการบินต่างๆ ได้ให้ของขวัญกับประชาชนในเรื่องของตั๋วเครื่องบิน เนื่องจากที่ผ่านมาได้รับเสียงจากประชาชนว่าราคาตั๋วเครื่องบินค่อนข้างสูง จึงอยากให้ผู้ประกอบการทยอยปรับราคาค่าโดยสารลง หรือการออกมาตรการต่าง ๆ เช่น การออกเป็นบัตรกำนัล (Voucher) หรือการสะสมหรือแลกไมล์ เป็นต้น

ขณะเดียวกัน ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (Exim Bank) ได้สนับสนุนสภาพคล่องให้กับธุรกิจสายการบินและเกี่ยวข้องไปมากกว่า 8,800 ล้านบาท

“ใน 5 มาตรการหลักในเรื่องของลดภาษีและค่าธรรมเนียมจะมีผลต่อจีดีพีราว 0.76% อย่างไรก็ดี ในส่วนของมาตรการคนละครึ่งจะไม่มี เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจฟื้นตัว นโยบายการคลังจะต้องกลับเข้าสู่ภาวะปกติ หรือ Normalization โดยมาตรการกระตุ้นจะเป็นการพุ่งเป้าไปเป็นกลุ่ม ๆ เพื่อให้การใช้ทรัพยากรทางการคลังเกิดประโยชน์สูงสุด”

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวเสริมว่า มาตรการการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น คิดเป็นผลกระทบต่อรายได้ราว 1,800 ล้านบาท แต่เชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น

อย่างไรก็ดี ตอนนี้อยู่ระหว่างการหารือและพูดคุยกับผู้ประกอบการ และสมาคมสายการบินในประเทศ เพื่อมอบนโยบายในเรื่องของราคา แต่ยอมรับว่าเป็นกลไกในการกำหนดราคา จึงมีหลายเรื่องที่ต้องพูดคุย

อย่างไรก็ดี ในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 กรมสรรพสามิตได้สูญเสียรายได้จากการเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2563 อยู่ที่ 200 ล้านบาท เนื่องจากเที่ยวบินค่อนข้างน้อย และทยอยเพิ่มขึ้นนับตั้งแต่ 1 ม.ค.-30 มิ.ย. 2565 เพิ่มเป็น 500-600 ล้านบาท และล่าสุดเป็น 800 ล้านบาท จากสถานการณ์โควิด-19 ที่ดีขึ้น จึงอยากให้สายการบินช่วยส่งผ่านการช่วยเหลือไปถึงผู้บริโภคด้วย