เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
SD ‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
ดูทั้งหมด

วิจัยกรุงศรี คาดท่องเที่ยว-บริโภคหนุนจีดีพีไทยปี’66 ขยายตัว 3.6%

04 ม.ค. 2566 | 15:57น.
ปัจจัยท่องเที่ยว

วิจัยกรุงศรี ประเมินภาวะเศรษฐกิจและการเงินปี 2566 คาดจีดีพีไทยโต 3.6% จากปี 2565 โตได้ 3.2% จากแรงหนุนเปิดประเทศเต็มรูปแบบ คาดนักท่องเที่ยวแตะ 25-28 ล้านคน ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดเป็นบวกในรอบ 3 ปี เงินบาทผันผวน การบริโภค-รายได้-การจ้างงานปรับดีขึ้น เกาะติดเศรษฐกิจโลกชะลอตัวกดดันส่งออกไทย

วันที่ 4 มกราคม 2566 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ได้รายงานบทวิเคราะห์ภาวะเศรษฐกิจและการเงิน (ฉบับพิเศษ) โดย “วิจัยกรุงศรี” ว่า สำหรับปี 2566 ฟื้นตัวจากภาคท่องเที่ยวและการใช้จ่ายในประเทศ แต่มีแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกในปี 2566 คาดว่าจะเป็นปีแรกที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจของไทยสามารถกลับมาอยู่ในระดับใกล้เคียงหรือสูงกว่าช่วงก่อนการระบาดของโควิด-19

วิจัยกรุงศรีคาดเศรษฐกิจไทยปี 2566 จะยังเติบโตต่อเนื่องที่ 3.6% จาก 3.2% ในปี 2565 โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากภาคท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง การใช้จ่ายภาคครัวเรือนที่เติบโตจากการจ้างงานที่ปรับดีขึ้น โดยเฉพาะในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับภาคท่องเที่ยว การลงทุนที่ยังมีสัญญาณเชิงบวกอยู่บ้างจากการฟื้นตัวของภาคบริการ ความต่อเนื่องของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการขยายตัวของการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

อย่างไรตาม การลงทุนในบางอุตสาหกรรมและการส่งออกในภาพรวมจะเผชิญความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก ทั้งการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ภาวะทางการเงินที่ตึงตัวขึ้น การเติบโตต่ำของเศรษฐกิจจีน สงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อ และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงการทวนกระแสโลกาภิวัตน์ (Deglobalization) ปัจจัยเหล่านี้อาจจำกัดการเติบโตของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

คาดจำนวนท่องเที่ยวแตะ 25-28 ล้านคน

การฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของภาคท่องเที่ยวนับเป็นปัจจัยหนุนสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย แม้ในปี 2566 เศรษฐกิจโลกจะมีแนวโน้มชะลอตัว แต่ปัจจัยบวกจากการเปิดประเทศ และการผ่อนคลายมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศ หนุนให้กลุ่มนักท่องเที่ยวเดินทางระยะใกล้ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ตลาดนักท่องเที่ยวหลักจากจีนอาจฟื้นตัวชัดเจนในช่วงครึ่งหลังของปี ทั้งนี้ คาดว่าในปี 2566 จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 25-28 ล้านคน แม้เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเกือบเท่าตัวแต่ยังคงต่ำกว่าช่วงก่อนเกิดการระบาดอยู่มาก

ส่งออกหดตัวจากเศรษฐกิจโลกชะลอ

ส่วนการส่งออกมีแนวโน้มเติบโตชะลอลงตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประเมินเศรษฐกิจโลกปี 2566 จะเติบโตต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2544 ที่ 2.7% ชะลอลงจากที่ขยายตัว 3.2% ในปี 2565 รวมถึงชี้ว่าประมาณ 1 ใน 3 ของเศรษฐกิจโลก และราวครึ่งหนึ่งของสหภาพยุโรป (อียู) จะเข้าสู่ภาวะถดถอยในปี 2566 สอดคล้องกับองค์การการค้าโลก (WTO) คาดปริมาณการค้าโลกในปี 2566 จะขยายตัวเพียง 1.0% จากเติบโต 3.5% ในปี 2565

อีกทั้ง IMF และ WTO เตือนแนวโน้มการทวนกระแสโลกาภิวัตน์อาจทวีความรุนแรงท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างประเทศมหาอำนาจ อย่างไรก็ตาม การส่งออกไทยยังพอได้ปัจจัยหนุนจากการขยายตัวของเศรษฐกิจในอาเซียน ซึ่งถือเป็นตลาดส่งออกที่มีสัดส่วนประมาณ 24% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมดของไทย โดยธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) คาดเศรษฐกิจของอาเซียนในปี 2566 ยังคงขยายตัวได้ที่ 4.7% แม้จะชะลอลงจาก 5.5% ในปี 2565 ก็ตาม

ด้านการบริโภคภาคเอกชนคาดว่าจะเติบโตได้ต่อเนื่อง ปัจจัยหนุนจากความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่กระเตื้องขึ้น ตลาดแรงงานมีแนวโน้มปรับดีขึ้นตามการฟื้นตัวของกิจกรรมเศรษฐกิจในประเทศ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวกับภาคท่องเที่ยวที่คาดว่าจะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่ภาคครัวเรือน

อย่างไรก็ตาม การบริโภคของครัวเรือนที่มีรายได้น้อยอาจมีข้อจำกัดจากภาระหนี้ที่อยู่ในระดับสูง อัตราดอกเบี้ยที่ปรับเพิ่มขึ้น และการลดลงของมาตรการสนับสนุนการใช้จ่ายจากภาครัฐ สำหรับการลงทุนภาคเอกชนคาดว่าจะขยายตัวได้จากการเติบโตของกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศ แม้ว่าการลงทุนอาจเผชิญข้อจำกัดจากภาคส่งออกที่มีแนวโน้มชะลอตัว และภาวะต้นทุนทางการเงินที่ปรับสูงขึ้นตามทิศทางการปรับขึ้นดอกเบี้ย

อย่างไรก็ตาม การลงทุนภาคเอกชนยังมีสัญญาณเชิงบวกจากข้อมูลการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนของต่างชาติ (FDI) โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC โดยนักลงทุนให้ความสนใจในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ นอกจากนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้ออกมาตรการเพิ่มเติมภายใต้ยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุน 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570) โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ต้นปี 2566 เป็นต้นไป

ขณะเดียวกันการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานยังมีความต่อเนื่องและคาดว่าจะมีโครงการใหม่เพิ่มเติม อาทิ โครงการรถไฟทางคู่สายอีสาน ช่วงบ้านไผ่-นครพนม โครงการรถไฟทางคู่สายเหนือ ช่วงเด่นชัย-เชียงของ ด้านการใช้จ่ายภาครัฐมีแนวโน้มค่อนข้างทรงตัวตามข้อจำกัดของงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ที่วงเงิน 3.185 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบฯ ก่อนเพียงเล็กน้อยที่ 2.7% และยังคงเป็นงบฯขาดดุลใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 6.95 แสนล้านบาท ขณะที่ภาระหนี้สาธารณะต่อ GDP อาจลดลงเล็กน้อยจากการขยายตัวของเศรษฐกิจ และการลดมาตรการกระตุ้นหลังวิกฤตโควิดเริ่มคลี่คลาย

เศรษฐกิจไทยที่อยู่ในช่วงเริ่มต้นของการฟื้นตัวซึ่งยังต้องเผชิญกับปัจจัยลบภายนอกทั้งเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและหลายประเทศเสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอย ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มที่จะทยอยกลับเข้าสู่กรอบเงินเฟ้อเป้าหมายของ ธปท.ได้ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2566 จึงคาดว่าการดำเนินนโยบายการเงินของไทยจะไม่เข้มงวดมากนักเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค

คาด กนง.ขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งที่ 1.75%

โดยคาดการณ์ว่า ธปท.จะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 2 ครั้ง ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2566 ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยขยับขึ้นสู่ระดับ 1.75% และจะคงไว้ที่ระดับดังกล่าวตลอดจนถึงสิ้นปี ด้านค่าเงินบาทคาดว่าจะยังคงเผชิญความผันผวนสูงจากความไม่แน่นอนในการดำเนินนโยบายการเงินของประเทศแกนหลักและนโยบายคุมโควิด-19 ของจีน รวมถึงความเสี่ยงอื่น ๆ อาทิ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และการแบ่งขั้วของประเทศมหาอำนาจ อย่างไรก็ตาม เงินบาทมีแนวโน้มผันผวนในทิศทางที่แข็งค่าขึ้นเนื่องจากรายได้จากการท่องเที่ยวมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้น ซึ่งจะช่วยหนุนดุลบัญชีเดินสะพัดในปี 2566 กลับมาเกินดุลได้เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี

เกาะติดจีน-ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์กดดัน

ประเด็นความเสี่ยงและปัจจัยท้าทายที่อาจกระทบต่อแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2566 ได้แก่ ความผันผวนของตลาดการเงินและความเสี่ยงต่อภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจของโลกท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยของหลายประเทศที่อยู่ในระดับสูงสุดในรอบหลายปี ประกอบกับความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจีนอาจเติบโตต่ำกว่าคาดจากการดำเนินนโยบายคุมโควิด-19 ความเปราะบางในภาคอสังหาริมทรัพย์และผลกระทบจากการกีดกันด้านเทคโนโลยีของสหรัฐ ขณะที่ความเสี่ยงต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกและแรงกดดันด้านเงินเฟ้ออาจสูงขึ้นจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อ

รวมถึงความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯกับจีนในข้อพิพาทไต้หวันที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้น นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ โดยเฉพาะหลังการเลือกตั้งหากการจัดตั้งรัฐบาลในปี 2566 ล่าช้าอาจกระทบต่อความต่อเนื่องในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ ขณะที่บาดแผลจากวิกฤตโควิด-19 เช่น ภาระหนี้อาจสร้างความเปราะบางทางการเงินให้กับบางกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs และผู้มีรายได้น้อย ซึ่งสะท้อนว่าประเทศไทยยังมีแนวโน้มเผชิญความเสี่ยงและความไม่เท่าเทียมกันในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

ปี 2565 เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวแรงหนุนเปิดประเทศเต็มรูปแบบ

เศรษฐกิจไทยในปี 2565 คาดว่าจะขยายตัวที่ 3.2% ฟื้นตัวต่อเนื่องจาก 1.5% ในปี 2564 หลังจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ที่คลี่คลายลง อัตราการฉีดวัคซีนเพิ่มสูงขึ้น ทั่วโลกทยอยยกเลิกมาตรการจำกัดการเดินทางโดยในประเทศไทยสามารถเปิดประเทศได้เต็มรูปแบบตั้งแต่ช่วงกลางปี 2565 ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศและจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทยอยฟื้นตัว

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภายนอกประเทศทั้งสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ปลายไตรมาสแรก และการล็อกดาวน์เมืองสำคัญของจีน ส่งผลให้เกิดภาวะชะงักงันของห่วงโซ่อุปทาน เมื่อผนวกกับความต้องการสินค้าและบริการของโลกที่เร่งตัวขึ้นในช่วงเริ่มเปิดประเทศ ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อในหลายประเทศแกนหลักรวมถึงไทยเร่งสูงขึ้น ทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินเกือบทั่วโลกจึงปรับมาเข้มงวดขึ้น

ภาคท่องเที่ยวฟื้นตัวชัดเจนขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 โดยทั้งปีคาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยรวม 11 ล้านคน เพิ่มขึ้นมากจาก 0.43 ล้านคนในปี 2564 ปัจจัยหนุนจากการทยอยผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดในไทยตั้งแต่ช่วงกลางปี ผนวกกับหลายประเทศทั่วโลกมีการยกเลิกมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีดีพี (GDP) วิจัยกรุงศรี