เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
บอร์ด OR ตั้ง “นิสิต พงษ์วุฒิประพันธ์” นั่งซีอีโอคนใหม่แทน “ม.ล.ปีกทอง”
Economic บอร์ด OR ตั้ง “นิสิต พงษ์วุฒิประพันธ์” นั่งซีอีโอคนใหม่แทน “ม.ล.ปีกทอง”
ศึกชิงโรงแรม 5.3 พันล้านเดือด! ROH ฟ้องสวน GROREIT-บลจ.วรรณ ยืนยันสิทธิซื้อคืน
Finance ศึกชิงโรงแรม 5.3 พันล้านเดือด! ROH ฟ้องสวน GROREIT-บลจ.วรรณ ยืนยันสิทธิซื้อคืน
กบน.หั่นราคา B20-E20 เหลือ 33.50 บาท/ลิตร ถูกกว่าดีเซล B7-โซฮอล์ 95 ถึง 10 บาท ช่วยค่าครองชีพ-หนุนเกษตรกร
Economic กบน.หั่นราคา B20-E20 เหลือ 33.50 บาท/ลิตร ถูกกว่าดีเซล B7-โซฮอล์ 95 ถึง 10 บาท ช่วยค่าครองชีพ-หนุนเกษตรกร
รฟม.แจงคำวินิจฉัยกฤษฎีกาให้เอกชนใช้ที่ดินทำทางเข้า-ออก เป็นโครงการใหม่ ไม่เกี่ยว“แอชตัน อโศก”
Real Estate รฟม.แจงคำวินิจฉัยกฤษฎีกาให้เอกชนใช้ที่ดินทำทางเข้า-ออก เป็นโครงการใหม่ ไม่เกี่ยว“แอชตัน อโศก”
บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ เคาะแนวทางจัดระเบียบ โครงการเก่า-ใหม่
Finance บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ เคาะแนวทางจัดระเบียบ โครงการเก่า-ใหม่
Taobao เสิร์ฟบริการใหม่ถึง ‘คนไทย’ รัว ๆ เพิ่มจ่ายพร้อมเพย์-ส่งของชิ้นใหญ่ตรงจากจีน
Tech Taobao เสิร์ฟบริการใหม่ถึง ‘คนไทย’ รัว ๆ เพิ่มจ่ายพร้อมเพย์-ส่งของชิ้นใหญ่ตรงจากจีน
GRAND ขาดสภาพคล่อง! จ่ายดอกเบี้ยหุ้นกู้ 19.32 ล้านไม่ไหว นัดถกเจ้าหนี้ 29 ต.ค.นี้
Finance GRAND ขาดสภาพคล่อง! จ่ายดอกเบี้ยหุ้นกู้ 19.32 ล้านไม่ไหว นัดถกเจ้าหนี้ 29 ต.ค.นี้
มช. ผนึก ม.ยูนนานนอร์มอล ปั้นป.โท-เอก ภาษาจีนนานาชาติ ฉลอง 20 ปี สถาบันขงจื่อ
การศึกษา มช. ผนึก ม.ยูนนานนอร์มอล ปั้นป.โท-เอก ภาษาจีนนานาชาติ ฉลอง 20 ปี สถาบันขงจื่อ
Agri Next Thailand 2026 มหกรรมสินค้าเกษตรกว่า 100 ร้านค้าทั่วประเทศ 27-28 ต.ค.
Biz Movement Agri Next Thailand 2026 มหกรรมสินค้าเกษตรกว่า 100 ร้านค้าทั่วประเทศ 27-28 ต.ค.
‘ขยะข้ามแดน’ ถล่มบางแสน ‘จี้แก้ต้นน้ำ’ ลดภาระปลายทาง
เศรษฐกิจภูมิภาค ‘ขยะข้ามแดน’ ถล่มบางแสน ‘จี้แก้ต้นน้ำ’ ลดภาระปลายทาง
ดูทั้งหมด

NT โชว์เคส พัทยา นำร่องท่อร้อยสายใต้ดิน ปรับภูมิทัศน์เมือง

25 ก.พ. 2566 | 16:41น.

เอ็นที พาทัวร์โครงการท่อร้อยสายลงดินโชว์เคสเมืองพัทยา นำร่อง 16.3 กิโลเมตร เผยเบื้องหลังงานสำเร็จที่ทุกฝ่าย รัฐ เอกชน ประชาชนในพื้นที่พร้อมให้ความร่วมมือ จากการเจรจาต่อเนื่อง และความแน่วแน่ของเมืองในการปรับภูมิทัศน์

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2566 ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” ลงพื้นที่โครงการเดินท่อร้อยสายไฟของเมืองพัทยา ที่ดำเนินการโดย บมจ. โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ที่ดำเนินการแล้วเสร็จ 3 เส้นทาง และกำลังแล้วเสร็จในปี 2566 อีก 4 เส้นทาง รวมระยะทาง 16.3 กิโลเมตร ได้แก่

1.ถนนพัทยาเหนือ ระยะทาง 2 กิโลเมตร

2.ถนนสุขุมวิท ระยะทาง 1.80 กิโลเมตร

3.ถนนพัทยากลาง ระยะทาง 2.20 กิโลเมตร

4.ถนนพัทยาสาย 1 ระยะทาง1.80 กิโลเมตร

5.ถนนพัทยาสาย 2 ระยะทาง 1.70 กิโลเมตร

6.ถนนพัทยาสาย 3 ระยะทาง 4.10  กิโลเมตร

7.ถนนพัทยาใต้ ระยะทาง 2.70 กิโลเมตร และมีเส้นทางเพิ่มเติมของ กฟภ. อีก 2 เส้นทาง พัทยาสาย 3 เส้นทาง พัทยา เหนือ – พัทยากลาง ระยะทาง 3.31 กิโลเมตร ที่อยู่ระหว่างลงนามในสัญญา คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในปี 2566

ภาพลักษณ์-สวยงาม-ปลอดภัย

นายพงศกร  เหราบัตย์ รักษาการผู้จัดการฝ่ายขายและปฎิบัติการลูกค้าภาคตะวันออกตอนล่าง บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT เปิดเผยว่า เมื่อรวมเส้นทางเดินท่อที่ทำร่วมกันแล้วมีทั้งสิ้น 9 เส้นทาง หากทำแล้วเสร็จ “พัทยาจะไม่มีเสาไฟ” 

นายพงศกรกล่าวด้วยว่า ท่อร้อยสายในเมืองพัทยาเกิดจากความต้องการของ “เมืองพัทยา” ที่ต้องการปรับภูมิทัศน์รอบเมืองตั้งแต่ปี 2561 และเริ่มร่างกรอบกฎหมายให้โอเปอเรเตอร์ที่เป็นเจ้าของสายสื่อสาร และการไฟฟ้าที่เป็นเจ้าของสายไฟฟ้าต้องหาวิธีดำเนินการร่วมกัน 

“มีอยู่ 3 เรื่องที่เราได้ประโยชน์จากการทำโครงการนี้ คือ 1.ภาพลักษณ์ของเมือง 2.ความสวยงามของเมือง และ 3.ความปลอดภัยของเมือง ประเด็นที่สามนี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะเมืองพัทยาเป็นเมืองที่เกิดปัญหาไฟไหม้บ่อยครั้งหลังฝนตก ส่วนใหญ่เเล้วเกิดจากการระบายความร้อนของสายสื่อสารที่มีปัญหาหลังฝนตก ในระยะยยาวการนำสายไฟทั้งหมดลงดินย่อมทำให้เกิดความคุ้มค่าด้านความปลอดภัย รวมถึงรักษาอายุการใช้งานสายให้นานขึ้นด้วย”

บทเรียนการเจรจา

นายพงศกร กล่าวว่่า ความยากของการทำงานนี้คือการแสวงหารูปแบบที่เหมาะสมกับเมือง จากนั้นจะเป็นการเจรจาให้การออกแบบที่เหมาะสมนั้นเป็นธรรมกับทุกฝ่าย กระบวนการนี้ใช้เวลาจนถึงปี 2563 จึงได้รูปแบบ และทำให้เรารู้แล้วว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป

“เมืองพัทยา มีโครงการตั้งแต่ปี 2561 ยังไม่ได้รูปแบบที่ชัดเจน ที่สำคัญคือ ค่าเช่าท่อ จึงมีการหารือกันต่อเนื่องจนได้ข้อสรุป โดยมี สมาคมโทรคม กสทช. โอเปอเรเตอร์ และเมืองพัทยา จนปี 2563 เริ่มดำเนินการ”

“ส่วนต่อมาคือการ เจรจาสร้างความชัดเจนกับประชาชน อย่างเช่น ความกังวลของประชาชนที่เป็นลูกค้าของสายสื่อสารมีความกังวลเรื่องการใช้งานที่ไม่ต่อเนื่อง สะดุด กระทบกับธุรกิจในช่วงการนำสายลงดิน ก็มีการออกแบบวิธีการทำงานและเจรจาอย่างต่อเนื่องว่าประชาชนจะไม่ได้รับผลกระทบแน่นอน เพราะมีการเดินท่อใต้ดินและวางเทคโนโลยีสายและจุดเชื่อมต่อให้เสร็จก่อน แล้วจึงตัดสายที่แขวนบนอากาศลงดิน จึงแทบไม่มีปัญหาในการใช้งาน”

หลังจากการพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ไม่ว่าจะเป็นการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ บมจ.โทรคมนาคม รวมถึงโอเปอเรเตอร์โทรคมนาคมต่าง ๆ ที่สำคัญคือการพูดคุยอย่างต่อเนื่องกับประชาชน ร้านค้า ธุรกิจในเมืองพัทยาในการทำประชาพิจารณ์เพื่อให้เกิดกรอบการดำเนินงานร่วมกัน ที่ทำให้เหล่าโอเปอเรเตอร์มีความยินดีร่วมนำสายสื่อสารลงดินโดยใช้ท่อร้อยสายของเอ็นที เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเมือง

บมจ. เอ็นที ถือเป็นแม่งานในการจัดการท่อร้อยสาย เพราะท่อเดิมของมีมาตั้งแต่ก่อนการควบรวมกิจการ เป็นท่อของทั้ง CAT และ TOT ต่างก็ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการปรับปรุงท่อร้อยสายของตน ปัจจุบันในเส้นพัทยาเหนือ-ใต้ เดินท่อร้อยสายเสร็จแล้ว ส่วนที่เหลือไม่กี่เปอร์เซ็นต์คืองานสายไฟฟ้าของ กฟภ. และการนำเสาไฟออกเท่านั้น 

ดังนั้นในปี 2566 โครงข่ายท่อร้อยสายจะมีความสมบูรณ์ และทำให้โอเปอเรเตอร์สามารถเลือกใช้ท่อหลักในการเดินสายสู่ลูกค้าได้ภายในปี 2567 ตามความต้องการของเมืองพัทยา

นายขจรพัฒน์  วรรณศิริ โทรคมนาคมเมืองพัทยา กล่าวว่า ค่าบริการเช่าท่อ ถือเป็น “กรอบของเมือง” ที่วางไว้ให้เท่ากันทุกโครงการเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย โดยผู้ใช้บริการหรือลูกค้าทั่วไปจะมีค่าบริการสาย 100 บาท/เดือน 

ในขณะที่โอเปอเรเตอร์ผู้เช่าท่อเดินสายหลัก (Main) จะมีค่าบริการ 965.5 บาท/เมตร/เดือน ซึ่งมีความยืดหยุ่น เพราะไม่จำเป็นต้องเดินสายตลอดแนวท่อ ใช้แค่บางจุดที่เชื่อมไปหาลูกค้าเท่านั้น ดังนั้นโอเปอเรเตอร์จึงออกแบบการเช่าได้ตามความคุ้มค่า และรูปแบบการเช่าจึงเปลี่ยนจากการเช่าเป็น “กิโลเมตร” เป็น “เมตร” และลดจากเกณฑ์มาตรฐานของ กสทช. ที่เดือนละ 12,000 บาท มาเหลือที่ 9,655 บาทต่อเดือน 

นอกจากนี้ยังมีระบบเช่า “จุดเชื่อมต่อ” หรือ Core 800 บาท/จุด/เดือน ยิ่งสร้างความยืดหยุ่นให้โอเปอเรเตอร์ เพราะบางจุดเเค่ลากสายจากอากาศลงมาก็เจอจุดเชื่อมต่อที่วางไว้เป็นระยะ 50-100 ม. บางครั้งจึงไม่ต้องเช่าท่อ Main ระยะไกล ๆ 

หนึ่งเมือง สองระบบ

ผู้สื่อข่าว รายงานด้วยว่า ท่อร้อยสายบริเวณถนนพัทยาใต้ เป็นโครงการภายใต้การดำเนินงานของ CAT มาก่อนที่จะมีการควบรวมกิจการ จึงมีการออกแบบหรือสเปกของท่อต่างจาก บริเวณถนนพัทยาเหนือที่ดูแลโดย TOT ดังนั้นภายในปี 2567 บมจ.เอ็นที ที่เกิดจากการรวมกันของสองบริษัทนี้เมื่อปี 2564 ที่ผ่านมา ต้องบริหารจัดการท่อร้อยสาย 2 ระบบดังกล่าว รวมถึงบริหารจัดการทีมงานจาก 2 บริษัทด้วย

นายขจรพัฒน์ วรรณศิริ โทรคมนาคมเมืองพัทยา  อธิบายว่า การออกแบบระบบท่อร้อยสายที่ต่างกัน เกิดจากการออกแบบที่พิจารณาความเหมาะสมของพื้นที่ใช้งาน ดังนั้นในอนาคตหากมีโครงการใหม่หรือการขยายเส้นทางท่อร้อยสาย จึงไม่ต้องกังวลเรื่องระบบที่ต่างกัน เพราะต้องวางระบบตามความเหมาะสมต่างกันไปอยู่แล้ว

นายขจรพัฒน์ กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันการให้บริการโครงสร้างพื้นฐานและบริการด้านโทรคมนาคมและดิจิทัล ประเภท ท่อ เสา สายโทรคมนาคม ขณะนี้ได้ดำเนินโครงการปรับสภาพภูมิทัศน์เมืองสำคัญและเมืองท่องเที่ยว โดย NT ได้ก่อสร้างท่อร้อยสายและได้มีการนำสายสื่อสารลงดินเรียบร้อยแล้วหลายจังหวัด และจังหวัดชลบุรีเป็นจังหวัดหนึ่งที่ได้ดำเนินการไปแล้วในบางเส้นทาง  

พร้อมกันนี้ NT ได้บูรณาการการจัดระเบียบสายสื่อสาร โดยให้มีการใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกันเพื่อลดจำนวนการพาดสายสื่อสารบนเสาไฟฟ้า รวมทั้งปรับปรุงระบบสายสื่อสารของผู้ประกอบกิจการให้มีสายสื่อสาร

ปลายทางร่วมกันแบบ Single Last Mile โดยใช้โครงข่ายปลายทางร่วมกัน พร้อมเปิดให้บริการแล้วในบริเวณเส้นทางถนนพัทยาเหนือ ระยะทาง 2 กิโลเมตร โดยทาง NT จะเป็นผู้ติดตั้งและบำรุงรักษาสายเคเบิลใยแก้วนำแสง และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่ใช้ในการให้บริการโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต  

ชูศักยภาพ ลุยวางท่อร้อยสายทั่วประเทศ

นายพงศกรกล่าวอีกด้วยว่า ไม่ใช่แค่พัทยาเท่านั้น  NT มีความพร้อมจะเดินท่อร้อยสายทั่วประเทศระยะทางรวม 4,450 กิโลเมตร พร้อมให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชนในการนำสายสื่อสารลงใต้ดิน เดินหน้าโครงการจัดระเบียบสายสื่อสารแบบใช้โครงข่ายปลายทางร่วมกัน ลดจำนวนการพาดสายสื่อสารบนเสาไฟฟ้า ลดการลงทุนซ้ำซ้อน อวดโฉมถนนไร้สาย “พัทยาเหนือ จ.ชลบุรี” ปรับภูมิทัศน์เมือง ให้สวยงามเพิ่มศักยภาพและความปลอดภัยของโครงข่ายสื่อสาร

“ในฐานะที่เป็น Neutral Operator และ Neutral Last Mile Provider ของประเทศ มีศักยภาพความพร้อมที่สนับสนุนโครงการจัดระเบียบสายสื่อสารลงท่อร้อยสายใต้ดิน”

โดยมีโครงการที่ดำเนินการแล้วเสร็จหลายโครงการ ด้วยความพร้อมของท่อร้อยสายใต้ดินครอบคลุมทั่วประเทศระยะทางรวม 4,450 กิโลเมตร แบ่งเป็น นครหลวง 3,600 กิโลเมตร ภูมิภาค 850 กิโลเมตร และพร้อมให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชนในการนำสายสื่อสารลงใต้ดินทั่วประเทศ

รวมถึงการจัดระเบียบสายสื่อสารแบบการใช้โครงข่ายปลายทางร่วมกัน เพื่อลดจำนวนการพาดสายสื่อสารบนเสาไฟฟ้า ลดการลงทุนซ้ำซ้อน โดยผู้ประกอบการโทรคมนาคมลงทุนในโครงข่ายโทรคมนาคมหลัก (Core) และ NT เป็นผู้ลงทุนในส่วนโครงข่ายโทรคมนาคมปลายทาง (Last Mile) ทั้งแบบแขวนในอากาศและแบบที่อยู่ใต้ดิน

ซึ่งปัจจุบันได้มีการดำเนินการในรูปแบบแขวนบนอากาศบริเวณพื้นที่ถนนนาคนิวาส กรุงเทพมหานคร ส่วนแบบ Single Last Mile ที่อยู่ใต้ดินได้มีการดำเนินการในหลายพื้นที่ เช่น ถนนพัทยาเหนือ (จ.ชลบุรี) ถนนอุดรดุษฎีและถนนโพธิ์ศรี (เทศบาลเมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี) ถนนข้าวสาร (กรุงเทพมหานคร) และมีแผนการดำเนินการอีกหลายพื้นที่

ในปี 2565 NT มีท่อร้อยสายที่ครอบคลุมพื้นที่ ในโครงการสำคัญต่าง ๆ ทั้งหมด 7 โครงการ รวมระยะทางทั้งสิ้น 449.19 กิโลเมตร ได้แก่

  1. โครงการปรับภูมิทัศน์เกาะรัตนโกสินทร์
  2. โครงการนำสายสื่อสารลงใต้ดิน 12 เส้นทางในเขต กทม.
  3. โครงการมหานครแห่งอาเซียน  
  4. โครงการพัฒนาระบบไฟฟ้า 4 เมืองใหญ่  
  5. โครงการ 1 จังหวัด 1 ถนนเพื่อเฉลิมพระเกียรติ 
  6. โครงการปรับสภาพภูมิทัศน์เมืองสำคัญและเมืองท่องเที่ยว  
  7. โครงการตามข้อตกลงความร่วมมือกับกองทัพเรือ  

สำหรับแผนงานในปี 2566 มีแผนการดำเนินการนำสายสื่อสารลงท่อร้อยสายใต้ดิน จำนวน 6 เส้นทาง รวมระยะทางทั้งหมด 57.609 กิโลเมตร ได้แก่  

  1. โครงการความร่วมมือปรับปรุงท่อร้อยสายสื่อสารโทรคมนาคมและระบบสายนำสัญญาณใยแก้ว กับกองทัพเรือ ระยะทาง 15.745 กิโลเมตร  
  2. โครงการนำสายสื่อสารลงใต้ดิน ถนนมีชัยช่วงตั้งแต่แยกดอนแดง ถึงตลาดวัดธาตุจังหวัดหนองคาย ระยะทาง 6.03 กิโลเมตร 
  3. โครงการก่อสร้างถนนรามคำแหง ช่วงที่ 2 ก่อสร้างปรับปรุงถนนรามคำแหง จากคลองบ้านม้าถึงคลองบางชัน ระยะทาง 20.503 กิโลเมตร
  4. โครงการก่อสร้างถนนสุทธิสารวินิจฉัย (อินทามระ) บริเวณถนนพหลโยธิน ถึงถนนวิภาวดีรังสิต ระยะทาง 1.39 กิโลเมตร
  5. โครงการก่อสร้างถนนเยาวราช บริเวณวงเวียนโอเดียน ถึงคลองโอ่งอ่าง ระยะทาง 1.44 กิโลเมตร
  6. โครงการนำสายสื่อสารลงใต้ดินเพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์จังหวัดสุรินทร์ ระยะทาง 11.73 กิโลเมตร 

โดยแผนดำเนินการตามโครงการสำคัญ แบ่งเป็นนครหลวงและภูมิภาค รวมระยะทาง 399.7 กิโลเมตร

1.พื้นที่นครหลวง รวมระยะทาง 188.50 กิโลเมตร ได้แก่

โครงการปรับปรุงทางเท้าร่วมกับกรุงเทพมหานคร จำนวน 16 เส้นทาง โดยมีเส้นทางเร่งด่วน 2 เส้นทาง คือ ถนนเยาวราชช่วงจากวงเวียนโอเดียนถึงคลองโอ่งอ่างและถนนสุทธิสารวินิจฉัย (อินทามระ) ช่วงถนนพหลโยธินถึงถนนวิภาวดีรังสิต

โครงการเคเบิลลงดินโดยไม่มีสภาพบังคับ จำนวน 12 เส้นทาง ระยะทาง 48.70 กิโลเมตร 

โครงการมหานครอาเซียน จำนวน 39 เส้นทาง ระยะทาง 127.30 กิโลเมตร 

โครงการรักษ์คูเมืองเดิม จำนวน 3 เส้นทาง ระยะทาง 1.50 กิโลเมตร

โครงการปรับภูมิทัศน์คูน้ำวิภาวดีรังสิต จำนวน 3 เส้นทาง ระยะทาง 11 กิโลเมตร 

2.พื้นที่ภูมิภาค รวมระยะทาง 211.2 กิโลเมตร ได้แก่

โครงการ 1 จังหวัด 1 ถนน เพื่อเฉลิมพระเกียรติ 74 จังหวัด จำนวน 76 เส้นทาง ระยะทาง 80.10 กิโลเมตร

โครงการปรับสภาพภูมิทัศน์ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ระยะทาง 40.00 กิโลเมตร

โครงการตามข้อตกลงความร่วมมือกับกองทัพเรือ จำนวน 6 เส้นทาง ระยะทาง 22.60 กิโลเมตร

โครงการพัฒนาระบบไฟฟ้า 4 เมืองใหญ่ เป็นการนำสายสื่อสารลงใต้ดินตามโครงการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ระยะทางรวมจำนวน 68 เส้นทาง 68.50 กิโลเมตร ได้แก่ นครราชสีมา หาดใหญ่ (ถ.ธรรมนูญวิถี) เชียงใหม่ และ พัทยา (พัทยาเหนือ)

ศักยภาพความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานท่อร้อยสายใต้ดินของ NT ที่ครอบคลุมทั่วประเทศจะเป็นกำลังหลักในการช่วยจัดระเบียบสายสื่อสาร โดยนอกจากจะช่วยแก้ไขปัญหาสายสื่อสารรกรุงรัง และช่วยปรับสภาพภูมิทัศน์บ้านเมืองให้มีสภาพเรียบร้อยสวยงามแล้ว ยังช่วยลดการลงทุนที่ซ้ำซ้อน และสามารถใช้ทรัพยากรร่วมกัน หรือ Infrastructure Sharing ทั้ง Telecom Infrastructure และ Digital Infrastructure  ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ