เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
Economic ‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
SD Talk จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
Economic คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
Economic วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
เศรษฐกิจภูมิภาค ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
World มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
น้ำท่วมลำพูน “ประกันภัยพิบัติ” จ่ายทันที 10,000 บาท 235 ครัวเรือน
Finance น้ำท่วมลำพูน “ประกันภัยพิบัติ” จ่ายทันที 10,000 บาท 235 ครัวเรือน
‘มาครง’ ชี้เหตุกราดยิงชานกรุงปารีส เข้าข่ายก่อการร้าย-เหยียดเชื้อชาติ
World ‘มาครง’ ชี้เหตุกราดยิงชานกรุงปารีส เข้าข่ายก่อการร้าย-เหยียดเชื้อชาติ
CPF ดัน AI เพิ่มมูลค่าพลิกโฉมอุตฯอาหาร
Economic CPF ดัน AI เพิ่มมูลค่าพลิกโฉมอุตฯอาหาร
ผ่างบฯ แบงก์ Q3 9 เดือนกำไร 1.98 แสนล้าน
Finance ผ่างบฯ แบงก์ Q3 9 เดือนกำไร 1.98 แสนล้าน
ดูทั้งหมด

รับมือเฟดขยับดอกเบี้ยแตะ 6% ส.ว.มะกันเกรี้ยวกราดใส่ “พาวเวลล์“

11 มี.ค. 2566 | 15:05น.
เจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

คำแถลงของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารวุฒิสภา เมื่อวันอังคารที่ 7 มีนาคม 2023 ที่ส่งสัญญาณว่าเฟดอาจต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ย และอัตราดอกเบี้ยสุดท้ายอาจสูงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐดิ่งลงรุนแรง โดยดัชนีดาวโจนส์ร่วงลง 574.98 จุด หรือ 1.72% เอสแอนด์พี 500 ลดลง 62.05 จุด หรือ 1.53% แนสแดคปรับลง 145.40 จุด หรือ 1.25%

ประธานเฟดระบุว่า ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดแข็งแกร่งกว่าที่คาด แสดงให้เห็นว่า “การต่อสู้กับเงินเฟ้อยังไม่เสร็จสิ้น” เพราะในหมวดหมู่สำคัญ เช่น อาหารและพลังงานมีสัญญาณการชะลอตัวของเงินเฟ้อเพียงเล็กน้อยเท่านั้น มีเพียงตลาดบ้านเท่านั้นที่เห็นความก้าวหน้าของการชะลอตัวชัดเจน

การแตกตื่นของนักลงทุนเกิดจากการตีความคำพูดของประธานเฟด ที่ชวนให้เข้าใจว่า 1.อัตราดอกเบี้ยสูงสุดหรือขั้นสุดท้าย จะสูงกว่าที่เฟดเคยส่งสัญญาณไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะอยู่ในช่วง 5.1% 2.การปรับขึ้นดอกเบี้ยในอัตราเพียง 0.25% เป็นครั้งแรกในการประชุมรอบที่แล้วของเฟดจะเป็นเพียงเรื่องชั่วคราวถ้าหากเงินเฟ้อยังคงร้อนแรงต่อไป

จากถ้อยแถลงดังกล่าวของประธานเฟด ทำให้ปัจจุบันนักลงทุนเชื่อว่าอัตราดอกเบี้ยขั้นสุดท้ายจะขยับขึ้นไปอยู่ในช่วง 5.5-5.75% และเชื่อว่าในการประชุมวันที่ 21-22 มีนาคมนี้ เฟดจะกลับมาขึ้นดอกเบี้ยในอัตรา 0.5% อีก จากเดิมที่ประเมินว่าน่าจะขึ้นเพียง 0.25% ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 2

การแสดงท่าทีจะเดินหน้าปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประธานเฟดถูกวุฒิสมาชิกบางคน โดยเฉพาะ “เอลิซาเบธ วอร์เรน” จากพรรคเดโมแครต วิพากษ์วิจารณ์ด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดว่า ถ้าคุณสามารถพูดโดยตรงกับชาวอเมริกัน 2 ล้านคน ที่ตอนนี้กำลังมีงานทำที่ดีพอใช้ แต่คุณอาจทำให้พวกเขาตกงานในปีหน้า คุณจะบอกพวกเขาว่าอย่างไร

“ท่านประธานพาวเวลล์ คุณกำลังเดิมพันชีวิตประชาชน คุณอ้างว่ามีหนทางเดียวในการคุมเงินเฟ้อ นั่นคือทำให้คน 2 ล้านคนตกงาน เราต้องการเฟดที่จะต่อสู้เพื่อครอบครัวชาวอเมริกัน ถ้าหากคุณไม่ทำหน้าที่นั้น เราจำเป็นต้องมีคนอื่นมาทำแทน”

ขณะที่พาวเวลล์ตอบว่า ผมจะอธิบายต่อประชาชนในวงกว้างว่าตอนนี้เงินเฟ้อสูงสุดขั้วและมันทำร้ายประชาชนที่กำลังทำงานอยู่ในประเทศนี้อย่างมาก มันทำร้ายประชาชนทั้งหมด ทุกคนลำบากหมด ไม่ใช่แค่ 2 ล้านคน เฟดเพียงใช้มาตรการที่มีอยู่เพื่อดึงเงินเฟ้อลง “ประชาชนจะมีชีวิตที่ดีมั้ย ถ้าหากเราละทิ้งหน้าที่และปล่อยให้เงินเฟ้อสูง 5-6%”

“เอลิซาเบธ วอร์เรน” วุฒิสมาชิกรัฐแมสซาชูเซตส์ เป็นผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์แนวทางของประธานเฟดอยู่บ่อยครั้ง ครั้งนี้จึงไม่ใช่ครั้งแรก ทั้งนี้ วอร์เรนและนักการเมืองพรรคเดโมแครตส่วนหนึ่ง ได้เรียกร้องให้เฟดผ่อนคลายเป้าหมายเงินเฟ้อลงบ้าง จากเดิมที่จะกดให้เหลือเพียง 2% โดยให้พยายามหลีกเลี่ยงการใช้นโยบายที่ตึงตัวเกินไปเพราะเกรงว่าเศรษฐกิจจะถดถอย

โดยในเดือนที่แล้ว วุฒิสมาชิก จอห์น ฮิกเคนลูเปอร์ ถึงกับส่งจดหมายไปถึงพาวเวลล์ ขอให้หยุดการขึ้นดอกเบี้ย เพราะจะเป็นการเพิ่มต้นทุนให้กับธุรกิจขนาดเล็ก ทำให้ผู้บริโภคใช้จ่ายน้อยลง ในขณะที่การใช้จ่ายของผู้บริโภคนั้นเป็นองค์ประกอบใหญ่ของเศรษฐกิจถึง 2 ใน 3

ริก ไรเดอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ลงทุนตราสารหนี้ของแบล็กร็อก บริษัทบริหารจัดการสินทรัพย์ใหญ่ที่สุดในโลก ประเมินว่ามีโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยสูงสุดไปอยู่ที่ 6% และตรึงไว้ในระดับนั้นเป็นเวลานานเพื่อชะลอเศรษฐกิจและกดเงินเฟ้อลงตามเป้าหมาย 2%

“ตอนนี้เศรษฐกิจมีความยืดหยุ่นและฟื้นคืนสภาพได้เร็วกว่าที่คาด เห็นได้จากการจ้างงานและการบริโภคที่ยังแข็งแกร่ง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะข้อเท็จจริงที่ว่าเศรษฐกิจในทุกวันนี้ไม่ได้อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยอีกต่อไป ไม่เหมือนหลายทศวรรษที่แล้ว ดังนั้นจึงกลายเป็นเรื่องซับซ้อนสำหรับเฟด”

ส่วนนักเศรษฐศาสตร์ของมอร์แกน สแตนลีย์ คาดหมายว่า ในครั้งต่อไปเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 0.5% ขณะที่ข้อมูลของซีเอ็มบี กรุ๊ป ชี้ว่ามีโอกาสถึง 73.5% ที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.5%