เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เช็กสเป็กจอพับ ‘รุ่นแรก’ ของ Apple ‘iPhone Duo’ เริ่มต้น 79,900 บาท
Tech เช็กสเป็กจอพับ ‘รุ่นแรก’ ของ Apple ‘iPhone Duo’ เริ่มต้น 79,900 บาท
เศรษฐาชวนเจ ชนาธิปชิมกาแฟน่านโลละ 2 หมื่น เผยห่วงเกษตรกรน้ำท่วมพัดโอกาสและเงินไปด้วย
Biz Movement เศรษฐาชวนเจ ชนาธิปชิมกาแฟน่านโลละ 2 หมื่น เผยห่วงเกษตรกรน้ำท่วมพัดโอกาสและเงินไปด้วย
พ่อน้องเนเน่โพสต์ขอบคุณ ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ สนับสนุนอุปกรณ์การเรียน
Biz Movement พ่อน้องเนเน่โพสต์ขอบคุณ ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ สนับสนุนอุปกรณ์การเรียน
ชง 5 มาตรการคุมเข้ม ‘อุเทนถวาย-ปทุมวัน’ งดสอน 90 วัน-เร่งหาพื้นที่ใหม่
การศึกษา ชง 5 มาตรการคุมเข้ม ‘อุเทนถวาย-ปทุมวัน’ งดสอน 90 วัน-เร่งหาพื้นที่ใหม่
“ธนัชวิชญ์” กางสูตร 3 ระยะรับมือน้ำมันแพง กระทุ้งรัฐดัน Ecosystem แบตเตอรี่-ปั๊มชาร์จ EV Bus
Interview “ธนัชวิชญ์” กางสูตร 3 ระยะรับมือน้ำมันแพง กระทุ้งรัฐดัน Ecosystem แบตเตอรี่-ปั๊มชาร์จ EV Bus
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พระบรมราชินี ดำรงตำแหน่ง สภานายิกาสภากาชาดไทย
ข่าวในพระราชสำนัก โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พระบรมราชินี ดำรงตำแหน่ง สภานายิกาสภากาชาดไทย
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯทอดพระเนตรบัลเลต์ เรื่อง “โรมิโอ แอนด์ จูเลียต”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯทอดพระเนตรบัลเลต์ เรื่อง “โรมิโอ แอนด์ จูเลียต”
‘เดอลีฟ’ ยกระดับสมุนไพรไทยสู่สากล ลุยตลาดเวียดนาม-อาเซียน ดัน ‘อิงฟ้า’ ปีที่ 2 เจาะนวัตกรรมผิว
Biz Movement ‘เดอลีฟ’ ยกระดับสมุนไพรไทยสู่สากล ลุยตลาดเวียดนาม-อาเซียน ดัน ‘อิงฟ้า’ ปีที่ 2 เจาะนวัตกรรมผิว
นายกฯ ปฏิบัติภารกิจผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์ฮารัลด์ ที่ 5 แห่งนอร์เวย์
Politics นายกฯ ปฏิบัติภารกิจผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์ฮารัลด์ ที่ 5 แห่งนอร์เวย์
“ถูกโกงออนไลน์” พุ่งใน 7 เดือนแรก มพบ.จี้รัฐล้อมคอกแพลตฟอร์ม-แก้หนี้เปราะบาง
News “ถูกโกงออนไลน์” พุ่งใน 7 เดือนแรก มพบ.จี้รัฐล้อมคอกแพลตฟอร์ม-แก้หนี้เปราะบาง
ดูทั้งหมด

วิกฤตธนาคารเริ่มทำตลาดป่วน

17 มี.ค. 2566 | 18:31น.

วิกฤตธนาคารเริ่มทำตลาดป่วน หลังนักลงทุนกังวลกับวิกฤตของธนาคารเครดิตสวิส (Credit Suisse Bank) ธนาคารใหญ่อันดับ 2 ของสวิตเซอร์แลนด์ ซ้ำเติมความกังวลจากการที่รัฐบาลสหรัฐสั่งปิดกิจการของซิลิคอน วัลเลย์ แบงก์ และซิกเนเจอร์ แบงก์ ก่อนหน้านี้

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการณ์เคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 13-17 มีนาคม 2566 ค่าเงินดอลลาร์เปิดตลาดในเช้าวันจันทร์ (13/3) ที่ระดับ 34.46/8 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (10/3) ที่ระดับ 35.03/04 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยได้รับแรงกดดันจากที่กระทรวงแรงงานสหรัฐได้เปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 311,000 ตำแหน่งในเดือน ก.พ. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 205,000 ตำแหน่งแต่ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 504,000 ตำแหน่ง ซึ่งถูกปรับลดจากการประกาศครั้งก่อนที่ระดับ 517,000 และอัตราว่างงานสหรัฐเดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ระดับ 3.6% เพิ่มขึ้นมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะคงอยู่ที่ระดับเดียวกับเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 3.4% ส่งสัญญาณว่าภาคแรงานสหรัฐอาจไม่ตึงตัวตามที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้

นักลงทุนคลายความกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย

โดยปัจจัยดังกล่าวสนับสนุนให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐอย่างแข็งกร้าว ในวันอังคาร (14/3) กระทรวงแรงงานสหรัฐได้เปิดเผยดัชนี CPI ทั่วไป ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 6.0% ในเดือน ก.พ. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และชะลอตัวจากระดับ 6.2% ในเดือน ม.ค. เมื่อเทียบรายเดือน

ดัชนี CPI ทั่วไปปรับตัวขึ้น 0.4% ในเดือน ก.พ. สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 0.5% ในเดือน ม.ค. ในส่วนของดัชนี CPI พื้นฐานไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 5.5% ในเดือน ก.พ. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และชะลอตัวจากระดับ 5.6% ในเดือน ม.ค. เมื่อเทียบรายเดือน

ดัชนี CPI พื้นฐานปรับตัวขึ้น 0.5% ในเดือน ก.พ. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.4% จากระดับ 0.4% ในเดือน ม.ค. โดยตัวเลขเงินเฟ้อดังกล่าว ทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมที่จะมาถึงในสัปดาห์หน้า

ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 83.4% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.75-5.00% ในการประชุมวันที่ 21-22 มี.ค. และให้น้ำหนัก 16.6% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 4.50-4.75% ทั้งนี้ในวันพฤหัสบดี (16/3) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐได้ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย โดยได้ปัจจัยหนุนจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกต่อวิกฤตในภาคธนาคารของสหรัฐที่เริ่มส่อเค้าแพร่กระจายไปยังประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะในยุโรป

เงินบาทเคลื่อนไหวในทิศทางแข็งค่า

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท ในวันจันทร์ (13/3) นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลท.เปิดเผยว่า ในเดือน ก.พ. 66 มีเงินลงทุนเคลื่อนย้ายออกจากตลาดหุ้นหลายแห่งในภูมิภาค รวมถึงตลาดหุ้นไทยที่ผู้ลงทุนต่างชาติพลิกกลับมาขายสุทธิจากที่เคยซื้อสุทธิอย่างต่อเนื่อง

Advertisement

สาเหตุสำคัญมาจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ และตัวเลขเศรษฐกิจไทยที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประกาศต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ค่อนข้างมากจากภาคการส่งออกและการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคภาครัฐที่ลดลง แม้การบริโภคภายในประเทศยังคงฟื้นตัวตามภาคการบริการและท่องเที่ยว

นอกจากนั้นแล้ว นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้ออกมาเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือน ก.พ. 66 อยู่ที่ระดับ 96.2 เพิ่มขึ้นจากระดับ 93.9 ในเดือน ม.ค. 66 ซึ่งถือว่าสูงสุดนับตั้งแต่ เม.ย. 62 โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกองค์ประกอบ ทั้งคำสั่งซื้อโดยรวม, ยอดขายโดยรวม, ปริมาณการผลิต, ต้นทุนประกอบการ และผลประกอบการ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของภาคการผลิต ตามการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศ การบริโภค และการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวชัดเจน และอานิสงส์การเปิดประเทศของจีน

ขณะเดียวกันการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐผ่านโครงการต่าง ๆ ตลอดจนการเร่งการใช้จ่ายภาครัฐ ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศ ขณะที่ต้นทุนประกอบการประเภทราคาวัตถุดิบปรับตัวลดลงจากเดือนก่อน ทั้งนี้ในระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวโดยรวมในทิศทางที่แข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์อยู่ในกรอบระหว่าง 34.14-34.75 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (17/3) ที่ระดับ 34.18/20 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดในเช้าวันจันทร์ (13/3) ที่ระดับ 1.0723/25 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (10/3) ที่ระดับ 1.0585/87 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยค่าเงินยูโรแข็งค่าจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ และได้รับแรงหนุนภายหลังการเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคเยอรมนีเดือน ก.พ. ขยายตัวที่ระดับร้อยละ 8.7 เมื่อเทียบรายปีตามที่ตลาดคาดการณ์ ส่งสัญญาณว่าอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง และไม่มีสัญญาณการชะลอตัวที่ชัดเจน

จับตาวิกฤตธนาคารเครดิตสวิส

อย่างไรก็ดี ค่าเงินยูโรได้อ่อนค่าลงอย่างมากในช่วงกลางสัปดาห์ จากการที่นักลงทุนกังวลกับวิกฤตของธนาคารเครดิตสวิส (Credit Suisse Bank) ซึ่งเป็นธนาคารใหญ่อันดับ 2 ของสวิตเซอร์แลนด์ จากการที่มีการเปิดเผยผลขาดทุนสุทธิ 1.4 พันล้านฟรังก์สวิสในไตรมาส 4/2565 ส่งผลให้ยอดขาดทุนตลาดทั้งปีอยู่ที่ 7.3 พันล้านฟรังก์

อีกทั้งธนาคารซาอุดี เนชั่นแนล แบงก์ (Saudi National Bank) หรือ SNB ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของเครดิต สวิส ประกาศว่า SNB ไม่สามารถเพิ่มความช่วยเหลือทางการเงินต่อเครดิต สวิส ได้เนื่องจากจะทำให้ SNB ถือหุ้นมากกว่า 10% ซึ่งจะเป็นการทำผิดกฎระเบียบธนาคาร

วิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นกับธนาคารเครดิต สวิส ถือเป็นการซ้ำเติมความกังวลจากการที่รัฐบาลสหรัฐสั่งปิดกิจการของซิลิคอน วัลเลย์ แบงก์ และซิกเนเจอร์ แบงก์ ก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม ในเวลาถัดมา ธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ และ FINMA ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลตลาดการเงินของสวิตเซอร์แลนด์ให้คำมั่นว่า จะจัดหาสภาพคล่องเพื่อช่วยเหลือธนาคารเครดิตสวิส หลังจากราคาหุ้นของธนาคารทรุดตัวลงอย่างหนัก

ECB ขึ้นดอกเบี้ย 0.50%

ขณะที่ในวันพฤหัสบดี (16/3) ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุม แม้ตลาดหุ้นดิ่งลงก่อนหน้านี้ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพในระบบธนาคาร หลังจากการล้มละลายของซิลิคอน วัลเลย์ แบงก์ (Silicon Valley Bank) โดยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ เป็นไปตามที่ ECB ได้ระบุไว้ในการประชุมครั้งที่แล้ว และเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 6 ติดต่อกัน

ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์นี้ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0514-1.0759 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (17/3) ที่ระดับ 1.0660/64 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดในเช้าวันจันทร์ (13/3) ที่ระดับ 133.90/92 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (10/3) ที่ระดับ 138.78/76 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐและความกังวลของนักลงทุนต่อวิกฤตธนาคารที่เริ่มแพร่กระจาย ทำให้นักลงทุนเข้าซื้อเงินเยนในฐานะสกุลเงินที่ปลอดภัย

ขณะที่ในวันพฤหัสบดี (16/3) กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยยอดขาดดุลการค้ามูลค่า 8.977 แสนล้านเยน หรือประมาณ 6.7 พันล้านดอลลาร์ในเดือน ก.พ. โดยได้รับผลกระทบจากการนำเข้าพลังงานที่สูงขึ้น และเงินเยนที่อ่อนค่าลง ข้อมูลเบื้องต้นของกระทรวงระบุว่า ยอดนำเข้าเดือน ก.พ.เพิ่มขึ้น 8.3% สู่ระดับ 8.55 ล้านล้านเยน เมื่อเทียบเป็นรายปี ขณะที่ยอดส่งออกเพิ่มขึ้น 6.5% สู่ระดับ 7.65 ล้านล้านเยน ส่งผลให้ญี่ปุ่นขาดดุลการค้า 8.977 แสนล้านเยน ซึ่งเป็นการขาดดุลการค้าติดต่อกันเดือนที่ 19

ขณะเดียวกันญี่ปุ่นมียอดเกินดุลการค้ากับสหรัฐมูลค่า 5.305 แสนล้านเยน โดยได้แรงหนุนจากการส่งออกรถยนต์ ผลิตภัณฑ์ยา และเครื่องจักรที่ปรับตัวสูงขึ้น ทั้งนี้ การส่งออกสินค้าจากญี่ปุ่นไปยังสหรัฐพุ่งขึ้น 14.9% สู่ระดับ 1.48 ล้านล้านเยน และนำเข้าเพิ่มขึ้น 6.6% สู่ระดับ 9.256 แสนล้านเยน ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 131.71-135.11 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (17/3) ที่ระดับ 133.01/04 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ