เบื่อนโยบายขายฝัน
คอลัมน์ : สามัญสำนึก ผู้เขียน : สมปอง แจ่มเกาะ
ช่วงนี้อากาศร้อนเหลือใจ ไปไหนมาไหนใคร ๆ ก็บ่นร้อน ๆ อุณหภูมิเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 35-40 องศาเซลเซียส บางวันแตะไปที่ 41-42 ก็มี
ร้อนมากมายเช่นนี้ เครื่องปรับอากาศขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ช่างติดตั้ง ช่างล้าง คิวยาว ต้องรอข้ามอาทิตย์
และอานิสงส์นี้ยังตกไปศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า โดยเฉพาะช่วงเสาร์-อาทิตย์ ลูกค้าแน่นขนัด หลายคนหนีร้อนไปพึ่งเย็น หอบลูกเด็กเล็กแดงออกจากบ้านไปตากแอร์เย็นฉ่ำในห้าง เพราะค่าไฟแพงเหลือใจ
แต่อากาศที่ว่าร้อนหรือจะสู้ความร้อนแรงของศึกเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงได้
เมื่อวาน (3 เม.ย.) เริ่มเปิดรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต และจะมีไปถึงวันที่ 7 เม.ย. และถัดมาวันที่ 4-6 เม.ย. ถึงคิวรับสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อและแคนดิเดตนายกฯ
ป่านนี้คงรู้กันแล้วว่า พรรคไหน ใคร ได้เบอร์อะไรกันบ้าง (เอาเข้าจริง ๆ หลาย ๆ คนก็คงจะงงกับเรื่องเบอร์ ส.ส.แบบแบ่งเขต และเบอร์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ กันอยู่)
สมัครเสร็จทุกพรรคก็ออกเดินสายกราบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นการเอาฤกษ์เอาชัย
ฤดูเลือกตั้ง ฤดูหาเสียง เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว
จากนี้ไปนับวันการแข่งขันก็จะดุเดือดเข้มข้นมากขึ้น พรรคเล็กพรรคใหญ่จะเร่งหาเสียงกันอย่างขะมักเขม้น เริ่มตั้งแต่แจกแผ่นพับใบปลิวแนะนำพรรค แนะนำตัวผู้สมัคร เดินสายขึ้นเวทีปราศรัย ขึ้นเวทีประชันนโยบายบริหารประเทศ หรือดีเบต ปิดป้ายขึ้นคัตเอาต์ ตลอดจนการใช้สื่อสมัยใหม่ โซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก
ตอนนี้เดินทางไปไหนมาไหนแห่งหนตำบลใด ก็จะเห็นป้ายหาเสียงปิดเกลื่อนเมือง โดยเฉพาะตามสี่แยกและย่านชุมชน บ้างก็ปิดตามเสาไฟฟ้า ต้นไม้ข้างทาง หรืออะไรที่พอจะติดป้ายได้ก็ปิด
ผ่านไปผ่านมาก็ดูป้ายอ่านป้ายกันเพลิน ๆ อ๋อ…คนนี้หัวหน้าพรรคนี้ อ๋อ…คนนี้ สมัครเป็น ส.ส.เขตนี้ แต่เอ๊ะ เขาเป็นใครนะ ไม่เคยรู้จักเลย ?
ยิ่งอ่านนโยบายหาเสียงแล้วก็ตั้งคำถามในใจว่า ไม่รู้จะมีสักกี่นโยบายที่สามารถทำได้จริง
หากสังเกตจะเห็นได้ว่า ส่วนใหญ่จะเน้นนโยบายประชานิยมในการหาเสียง เพิ่มเงินสวัสดิการ ให้เงินอุดหนุน ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เพิ่มเงินผู้สูงอายุ เบี้ยเด็กเล็ก เบี้ยผู้สูงอายุ บำนาญประชาชน ขึ้นอยู่กับว่าพรรคไหนจะเรียก อ้างว่าเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนตาดำ ๆ เป็นการเน้นแก้ปัญหาระยะสั้น สนองความต้องการเฉพาะหน้า
บางพรรคถึงขนาดว่าวางนโยบายที่ประชานิยมจ๋ามาก เป็นการให้ชนิดตั้งแต่วันที่อยู่ในครรภ์มารดาไปจนถึงวันสู่เชิงตะกอน
นี่เป็นการหาเสียงจากบรรดาผู้ใช้แรงงาน และคนสูงอายุ เป้าหมายเพื่อดึงคะแนนเสียงจากคนฐานรากให้ได้มากที่สุด
แต่การให้แบบนี้ถมเมื่อไหร่ถึงจะเต็ม และยังไม่เห็นมีพรรคไหนบอกเลยว่า จะหาเงินที่ว่ามาจากไหน อย่างไร
ที่สำคัญ ยังไม่ค่อยเห็นนโยบายของพรรคไหนที่ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจ-สังคมในระยะยาว อย่างจริงจัง ยกตัวอย่าง นโยบายแรงงาน ที่แทบทุกพรรคเน้นการเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำเป็นหลัก แต่ลืมมองเรื่องการเพิ่มทักษะ การเพิ่มขีดความสามารถของแรงงาน และทุกวันนี้ภาคอุตสาหกรรมไทยยังต้องพึ่งแรงงานต่างด้าวจำนวนมาก และต้องดิ้นรนช่วยตัวเองมาตลอด
หรือปัญหายาเสพติดที่มีเต็มบ้านเต็มเมือง และทำให้เกิดปัญหาสังคมตามมาไม่เว้นแต่ละวัน ก็ยังไม่เห็นพรรคไหนที่มีนโยบายการแก้ปัญหาอย่างชัดเจน บางพรรคแม้จะเขียนนโยบายไว้ แต่ก็เป็นลักษณะแตะ ๆ ไว้นิดหน่อย เพื่อให้ครบถ้วนกระบวนความ
บ่นมาเสียยาวเหยียด จะอย่างไรเสีย 14 พ.ค.นี้เข้าคูหากากบาทเลือกตั้งกันทุก ๆ คนนะครับ อย่านอนหลับทับสิทธิ เลือกพรรคที่ใช่คนที่ชอบ ไม่โกงบ้านกินเมือง
สำหรับผม เอาเข้าจริง ๆ ยังไม่มีนโยบายพรรคไหนโดนใจเลย ไม่รู้จะลงคะแนนให้ใครดี
เห็นชื่อเสียงเรียงนาม เห็นพฤติกรรมมานานแล้ว บอกตรง ๆ ว่า ไม่เชื่อมั่น ไม่ศรัทธา