เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (13 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.09% อยู่ที่ 77,254 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (13 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.09% อยู่ที่ 77,254 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (13 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (13 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
SD ‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ดูทั้งหมด

ข่าวดี! นักท่องเที่ยวจีนแห่เที่ยวไทย ข่าวร้าย “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” ตบเท้าเข้า

06 เม.ย. 2566 | 19:02น.
นักท่องเที่ยว จีน ต่างชาติ

ข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาระบุว่า ตั้งแต่ 1 มกราคม-27 มีนาคม 2566 ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมจำนวน 6.21 ล้านคน และคาดว่าสิ้นสุดไตรมาส 1/2566 จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมที่ 6.47 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นนักท่องเที่ยวจีนกว่า 5 แสนคน สูงสุดเป็นอันดับ 3 รองจากมาเลเซีย และรัสเซีย

สาธารณรัฐประชาชนจีนประกาศเปิดประเทศให้กลุ่มเดินทางด้วยตัวเองออกนอกประเทศได้อย่างเป็นการทางเมื่อ 8 มกราคม 2566 หลังจากปิดประเทศเพื่อรับมือกับโควิด-19 ตามแนวนโยบาย “ซีโร่โควิด” มาร่วม 3 ปี และเปิดให้กลุ่ม “กรุ๊ปทัวร์” ออกเดินทางได้ตั้งแต่ 6 กุมภาพันธ์ 2566

นับเป็นจุดเริ่มต้นทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยอีกครั้ง และทุกฝ่ายต่างคาดหวังว่าทุกอย่างจะเป็นไปในทางที่ดีและกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้เร็ว แต่ก็ต้องยอมรับว่าหลังจากจีนเปิดประเทศทำให้ปัญหาเดิม ๆ ทั้งทัวร์ศูนย์เหรียญ ธุรกิจนอมินี ไกด์เถื่อน ฯลฯ ได้เริ่มฟื้นกลับคืนมาด้วยเช่นกัน

“อารัญ บุญชัย” ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้ข้อมูลว่า หลังจากที่สาธารณรัฐประชาชนจีนเปิดให้ “กรุ๊ปทัวร์” ออกเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ มีบริษัทนำเที่ยว (เอเย่นต์ทัวร์) ในจีนส่วนหนึ่งโหมโปรโมตขายแพ็กเกจทัวร์ราคาถูกที่เรียกกันว่า “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” เป็นจำนวนมาก และคาดว่ามีแนวโน้มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ตามการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว

โดยแพ็กเกจทัวร์ที่เอเย่นต์ทัวร์ในจีนโฆษณาขายในช่วงที่ผ่านมา ส่วนใหญ่มีราคาต่ำมากเมื่อเทียบกับต้นทุนการดำเนินงานในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะราคาบัตรโดยสารสายการบินที่ยังคงระดับราคาที่สูง

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทำให้รัฐบาลโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ส่งสัญญาณและกำชับให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ หน่วยงานหลักที่ดูแลด้านการท่องเที่ยวดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวและเป็นเจ้าบ้านที่ดี เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับนักท่องเที่ยว

ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ (นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ) ก็ได้พบและหารือกับรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวจีนในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งทางรัฐบาลจีนก็มีนโยบายว่าไม่อยากให้เกิดปรากฏการณ์ทัวร์ศูนย์เหรียญในประเทศไทยเช่นกัน

กระทรวงการท่องเที่ยวฯ จึงเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานตำรวจท่องเที่ยว สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (กระทรวงพาณิชย์) ดีเอสไอ กระทรวงแรงงาน ฯลฯ รวมถึงสมาคมท่องเที่ยวต่าง ๆ มาร่วมประชุมหารือ เพื่อตั้งรับและป้องปรามไม่ให้สถานการณ์ “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” หรือทัวร์ต่ำกว่าทุน กลับสู่วงจรเดิมไปแล้ว

สอดรับกับ “จาตุรนต์ ภักดีวานิช” อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ยอมรับว่าประเด็นที่เข้ามาพร้อมกับการเข้ามาของนักท่องเที่ยวจีนหลังจากเปิดประเทศคือ กระแสการกลับมาของกลุ่ม “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” หรือทัวร์ต่ำกว่าทุน รวมถึงปัญหาไกด์เถื่อน และธุรกิจนอมินี

โดยกรมการท่องเที่ยวได้วางแนวทางป้องกันและแก้ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นย้ำผู้ประกอบการให้ความสำคัญในเรื่องคุณภาพ ความปลอดภัย การสร้างความประทับใจของนักท่องเที่ยว รวมถึงแก้ไขปัญหาที่เคยเกิดขึ้นในอดีต อาทิ การหลอกลวงนักท่องเที่ยว การรั่วไหลของรายได้การท่องเที่ยว ภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ฯลฯ

ในเบื้องต้นกรมการท่องเที่ยวจะใช้กลไกของสถานทูตเข้ามาบริหารจัดการ ทำงานร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ โดยเปิดให้บริษัทนำเที่ยว (เอเย่นต์ทัวร์) ตลาดจีนขึ้นทะเบียนคู่ค้าไทย-จีน (List of Tour Operator Companies) และจัดส่งบัญชีคู่ค้าดังกล่าวไปยังสถานทูตไทยในจีนเพื่อประกอบการพิจารณาอนุมัติออกวีซ่าให้นักท่องเที่ยว

พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวจีนเลือกซื้อทัวร์คุณภาพ เลือกบริษัทนำเที่ยวถูกกฎหมาย มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว ไม่ซื้อทัวร์ที่ราคาต่ำกว่าทุน หรือราคาถูกกว่าเมื่อเทียบกับโปรแกรมนำเที่ยวใกล้เคียงกัน ไม่หลงเชื่อการรับจองโปรแกรมทัวร์ข้ามปีที่ราคาถูกมากเกินไป หรือมีการเรียกเก็บค่าบริการเพิ่มหลังจองไปแล้ว เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังเตรียมทำข้อตกลง (MOU) ในระดับรัฐบาลกับรัฐบาลกับกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อวางแนวทางแก้ไขปัญหาในระยะยาว ทั้งทัวร์ศูนย์เหรียญ ไกด์เถื่อน และธุรกิจนอมินี รวมถึงเรื่องความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และการคุ้มครองสิทธิของนักท่องเที่ยวจีน

ขณะที่ “สุรวัช อัครวรมาศ” รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) และเจ้าของบริษัทนำเที่ยวตลาดจีน ให้ข้อมูลว่า นอกจากปรากฏการณ์ “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” แล้วยังมีประเด็นของ “ทัวร์คิกแบ็ก” หรือทัวร์ซื้อหัว ก็มีแนวโน้มกลับมาอีกเช่นกัน ทั้งในรูปแบบการเข้ามาสร้างเครือข่ายเอง และหาพาร์ตเนอร์ในประเทศไทย

ส่วนใหญ่จะเป็นเครือข่ายของตัวเอง เพื่อให้สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ต่ำที่สุด มีกำไรมากที่สุด ซึ่งคาดว่าประเด็นดังกล่าวนี้จะมีความชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกันในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ทำให้ผู้ประกอบการคนไทยจริง ๆ ยังไม่ได้อานิสงส์จากการเปิดประเทศของจีนมากนัก

โดยประเด็นที่น่าเป็นห่วงของระบบทัวร์ศูนย์เหรียญและทัวร์คิกแบ็กคือ รูปแบบการทำธุรกิจท่องเที่ยวที่มีความซับซ้อนขึ้น บิดเบี้ยวจากรูปแบบปกติ สร้างปัญหา สร้างความไม่เชื่อมั่น และทำให้เกิดระบบเครือข่ายมาเฟีย

สุดท้ายกลายเป็น “อั้งยี่” ทางการท่องเที่ยว หรือที่เรียกว่า “ทัวร์อั้งยี่” ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ รายได้จากการท่องเที่ยวรั่วไหลไปอยู่ในกลุ่มทุนต่างชาติ รวมถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว

พร้อมให้ข้อมูลว่า แผนการพัฒนาท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566-2570) ระบุว่า รายได้จากการท่องเที่ยวของประเทศส่วนหนึ่งต้องสูญเสียไปกับการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ เพื่อนำไปประกอบการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เช่น โรงแรม ร้านอาหาร ฯลฯ ซึ่งในทางเศรษฐศาสตร์เรียกส่วนที่สูญเสียดังกล่าวนี้ว่า “ส่วนรั่วไหลทางการท่องเที่ยว” หรือ tourism leakage

โดยประเมินการรั่วไหลทางการท่องเที่ยวของประเทศไทยในภาพรวมของปี 2559 ว่ามีสัดส่วนถึง 28.37% หากคำนวณรายได้ปี 2562 ที่มีรายได้รวม 3 ล้านล้านบาท มูลค่ารายได้ที่เกิดการรั่วไหลคิดเป็นมูลค่ามากถึงกว่า 8 แสนล้านบาท

ตัวเลขดังกล่าวนี้ยังไม่รวมการรั่วไหลจากปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญและทัวร์คิกแบ็ก

“ธเนศวร์ เพชรสุวรรณ” รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บอกว่า ไตรมาส 1/2566 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยแล้ว 6 ล้านคน เป็นนักท่องเที่ยวตลาดระยะใกล้ราว 62% นักท่องเที่ยวตลาดระยะไกลราว 38%

ส่วนนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าประเทศไทยแล้วกว่า 5 แสนคน สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 3 แสนราย และคาดว่าไตรมาส 2/2566 จะมีนักท่องเที่ยวจากจีนไม่ต่ำกว่า 5 แสนคนเช่นกัน โดยเฉพาะในเดือนเมษายนประเมินว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าประเทศไทยที่ประมาณ 2.5 แสนคน และคาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนสะสมทะลุ 1 ล้านคนได้ในเดือนมิถุนายน 2566

เช่นเดียวกับ “ศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร” นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) ดูแลตลาดอินบาวนด์ (นักท่องเที่ยวขาเข้า) ที่ประเมินว่านักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางเข้าประเทศไทยนั้นเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยตนเอง (FIT) ในสัดส่วนถึงกว่า 60% โดยมีบางส่วนที่เดินทางเข้าประเทศไทยด้วยตนเองแล้วมาซื้อแพ็กเกจทัวร์ในประเทศไทยเพิ่มเติม ส่วน “กรุ๊ปทัวร์” ยังเดินทางเข้ามาในจำนวนไม่มากนัก

สำหรับภาพรวมในไตรมาส 2/2566 นี้พบว่าสถานการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ดีทุกตลาด สำหรับตลาดจีนคาดว่ากรณีที่เลวร้ายที่สุด (worst-case scenario) น่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้าประเทศไทยราว 5 แสนคน ใกล้เคียงกับไตรมาสแรกที่ผ่านมา และทำให้นักท่องเที่ยวจีนมีจำนวนทะลุ 1 ล้านคนได้ในไตรมาส 2 นี้

โดยปัจจัยสำคัญคือ สายการบินกลับมาให้บริการเที่ยวบินระหว่างไทยและจีนเพิ่มมากขึ้น รวมถึงภาคเอกชนที่ได้มีการพูดคุยกับสายการบินเพื่อเปิดเที่ยวบินเช่าเหมาลำจากจีนมายังประเทศไทยเพิ่มขึ้นเช่นกัน