เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

โอเปก ลดผลิตแบบเซอร์ไพรส์ สะท้อน “ย้ายข้าง” สู่จีน-รัสเซีย

08 เม.ย. 2566 | 17:22น.
โอเปก

โอเปก

คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

การประกาศของโอเปกพลัส (OPEC+) ซึ่งหมายถึงประเทศที่เป็นสมาชิกกลุ่มผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และประเทศผู้ส่งออกน้ำมันแต่ไม่ได้เป็นสมาชิก เมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมาว่า จะลดกำลังการผลิตน้ำมันอีกวันละ 1.16 ล้านบาร์เรล ไปจนถึงสิ้นปี 2023 โดยให้เหตุผลว่า เพื่อป้องกันล่วงหน้าไม่ให้ราคาน้ำมันตกต่ำไปกว่านี้ ถูกเรียกว่าเป็นการประกาศแบบเซอร์ไพรส์ จนทำให้ตลาดช็อกอย่างหนัก ราคาน้ำมันในวันที่ 3 เมษายนถูกกระชากขึ้นไปทันทีกว่า 5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือราว 7% ส่งผลให้น้ำมันดิบเบรนต์ทะลุ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วน WTI ทะลุ 80 ดอลลาร์

แน่นอนว่าการเคลื่อนไหวของโอเปกพลัส ในครั้งนี้ ซึ่งเป็นผู้กุมชะตากรรมของทั้งโลกไว้ในมือในแง่ของน้ำมัน จะสร้างความเจ็บปวดเพิ่มเติมให้กับเศรษฐกิจทั้งโลกที่กำลังยากลำบากจากปัญหาเงินเฟ้อพุ่งสูง ซึ่งมีปฐมเหตุมาจากรัสเซียบุกยูเครน จนทำให้ชาติตะวันตกลงโทษรัสเซียด้วยการแบนพลังงานจากรัสเซีย ขณะเดียวกัน จะสร้างความยุ่งยากมากขึ้นให้กับธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการควบคุมเงินเฟ้อ จากเดิมที่คาดหมายว่าเฟดอาจจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยอีกเพียงครั้งเดียว และหลังจากนั้นก็สามารถหยุดและตรึงไว้ตลอดปีนี้

สหรัฐอเมริกาแสดงความไม่พอใจต่อกลุ่มโอเปกพลัสที่มีซาอุดีอาระเบียเป็นแกนนำ โดยโฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐระบุว่า นี่เป็นการตัดสินใจที่ไม่ฉลาด ไม่เหมาะสม ส่วนเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐใช้คำว่าเป็นการกระทำที่ไม่สร้างสรรค์

แม้การตัดสินใจลดการผลิตอาจมีความสมเหตุสมผลในแง่ที่ว่า แนวโน้มความต้องการน้ำมันจะน้อยลง เนื่องจากเศรษฐกิจโลกจะซบเซา เพราะเศรษฐกิจสหรัฐอาจถดถอย เนื่องจากเฟดขึ้นดอกเบี้ยสูง และยังมีปัญหาซ้ำจากการที่ธนาคารบางแห่งในสหรัฐล้มละลาย แต่ความเคลื่อนไหวของโอเปกที่มีซาอุฯเป็นแกนนำย่อมไม่พ้นที่จะถูกมองว่ามีแรงจูงใจทางการเมือง อันสืบเนื่องมาจากความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่ลงระหว่างซาอุฯกับสหรัฐ

โดยประเด็นบาดหมางล่าสุดก็คือกรณีนายจามาล คาช็อกกี นักข่าวที่วิพากษ์วิจารณ์ซาอุฯ และเขียนคอลัมน์ให้กับหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ ถูกสังหารในสถานกงสุลของซาอุฯในตุรกี โดยเชื่อว่ามกุฎราชกุมารซาอุฯเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

เดือนตุลาคมปีที่แล้ว โอเปกพลัสประกาศลดกำลังการผลิตวันละ 2 ล้านบาร์เรล โดยให้มีผลจนถึงสิ้นปี 2023 ไปรอบหนึ่งแล้ว ทั้งที่ โจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐลงทุนเดินทางไปซาอุฯเพื่อขอร้องให้ร่วมมือไม่ลดการผลิต เพื่อบรรเทาปัญหาพลังงานโลกหลังจากรัสเซียบุกยูเครน จึงทำให้ความบาดหมางร้าวลึกมากขึ้นนับจากนั้น

และเมื่อโอเปกพลัสยังหักหน้าด้วยการลดกำลังการผลิตเพิ่มอีกในครั้งนี้ ไม่พ้นที่จะถูกมองว่าเป็นการแสดงนัยยะทางการเมืองจากซาอุฯ จากที่แต่เดิมทั้งสองประเทศเคยเป็นมิตรเก่าแก่ โดยสหรัฐอเมริกาก็พึ่งพาน้ำมันจากซาอุฯ ส่วนซาอุฯก็ต้องพึ่งพาสหรัฐอเมริกาในด้านความมั่นคงของประเทศ โดยสนับสนุนด้านอาวุธให้

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าพฤติกรรมของโอเปกพลัสครั้งนี้ ไม่ทำให้ความขัดแย้งระหว่างอเมริกาและซาอุฯดีขึ้น อีกทั้งสะท้อนว่าอเมริกากำลังสูญเสียอิทธิพลในตะวันออกกลาง สูญเสียอิทธิพลต่อประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโอเปกอย่างซาอุฯและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งแต่เดิมทั้งสองประเทศนี้เอียงเข้าหาสหรัฐอเมริกา

“เหตุการณ์นี้ไม่สามารถแยกออกจากสถานการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ที่เรากำลังเห็นบรรดาผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ย้ายข้างไปหาจีนและรัสเซียมากขึ้น พวกเขาชอบโลกที่มีหลายขั้ว แทนที่จะพึ่งพาเพียงแค่อเมริกาแบบสิ้นเชิง”

ผู้เชี่ยวชาญระบุด้วยว่า ตอนนี้อิทธิพลของอเมริกาในตะวันออกกลาง ถูกจีนเข้ามาแย่ง จะเห็นว่าเดือนที่แล้วจีนเป็นตัวกลางในการฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านและซาอุฯที่เคยเป็นปรปักษ์กัน ขณะเดียวกัน ซาอุฯก็จะเข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนการสนทนาขององค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ที่มีจีนเป็นผู้นำ

สำหรับโอเปกมีสมาชิกอย่างเป็นทางการ 13 ประเทศ โดยมีซาอุฯเป็นแกนนำ ส่วนอีก 11 ประเทศนั้นไม่ได้มีสถานะเป็นสมาชิก โดยในกลุ่มนี้มีรัสเซียเป็นรายใหญ่สุด โอเปกครอบครองแหล่งน้ำมันมากที่สุดในโลก 80.4% ส่วนอีก 11 ประเทศครอบครอง 9.7%

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีน น้ำมัน โอเปกพลัส