เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

ประยุทธ์ เปิดอกทำต่อ 2 ปี มั่นใจผลงานเพียบ หาเสียงขายความจริง

09 เม.ย. 2566 | 07:30น.
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

“บิ๊กตู่” ยอมรับรัฐบาลผสมย่อมมีปัญหาบ้าง แต่การเป็นผู้นำที่ดีต้องรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย ระบุการหาเสียง ไม่ได้ขายของให้คนเลือก แต่ขายด้วยความจริง และสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้จริง ขอสื่อช่วยบอกประชาชนอย่ามองแค่ฉาบฉวย

วันที่ 9 เมษายน 2566 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวเปิดใจถึงการทำงานตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาว่า เคารพกติกา และเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าสิ่งที่เข้ามาทำงานนั้นทำเพื่อประชาชนและประเทศชาติ และก็ต้องมีการปรับตัวมากยิ่งขึ้นเมื่อเข้าสู่โหมดการเมือง แต่ก็ไม่มากนัก เพียงแต่ต้องมีการเตรียมความพร้อม ประเทศไทยต้องพร้อมทุกอย่าง ทั้งประเด็นเรื่องของความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม การต่างประเทศ รวมทั้งสถานการณ์วิกฤตต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาไม่มีใครเคยเจอปัญหาแบบตน

“เรื่องการปรับตัวให้เป็นพลเรือนนั้นคิดว่าไม่ต้องปรับตัวมากนัก เพราะมีความจริงใจ มีความซื่อตรง และความซื่อสัตย์ ซึ่งมีร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่สิ่งที่ต้องปรับตัวก็คือการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งไม่ง่ายนัก เพราะเรามีถึง 21 กระทรวง มีรัฐมนตรี 36 คนมาจากหลายพรรคการเมือง ซึ่งถือเป็นกลไกประชาธิปไตย การเป็นนายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นคนที่สามารถที่จะพูดคุยเจรจาหรือหารือกับทุกกระทรวงซึ่งมาจากหลายพรรคการเมือง ซึ่งต่างก็มีหน้าที่ตามพันธกิจ เพียงแต่จะทำอย่างไรให้งานต่างสอดคล้องกับเป้าหมายที่วางไว้ให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ

และสิ่งแรกที่ได้บอกไว้คือการทำงานด้วยกันเราต้องมองที่ประเทศชาติและประชาชนมาก่อนเสมอ แต่ผมยืนยันว่าไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวกับผลประโยชน์ใด ๆ ทั้งสิ้น ยืนยันว่าไม่หนักใจถ้าเรามีความปรารถนาดี มีความตั้งใจดี มีความสุจริตซื่อสัตย์ และทำเพื่อประชาชนโดยตรงเพื่อประเทศชาติ ไม่ต้องปรับตัวอะไร เพราะมีสิ่งเหล่านี้อยู่ในตัวของผมอยู่แล้ว ถ้าผิดพลาดก็ต้องแก้ไข ถ้ามีการทุจริตก็ต้องตรวจสอบ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

เมื่อถามว่าการทำงานในระบบรัฐบาลผสมกับพรรคการเมืองมีความหนักใจหรือมีบทเรียนอะไรเกิดขึ้นบ้าง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อะไรที่มากกว่าคน ๆ เดียวมีปัญหาทั้งสิ้น เพราะทุกคนมีความคิดเป็นของตัวเอง แต่ก็ต้องมีการพูดคุยกันว่าอย่างไรทำได้หรือไม่ได้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้บัตรสวัสดิการประชารัฐไม่ใช่รัฐสวัสดิการ เราต้องใช้วิธีการที่เหมาะสม บัตรสวัสดิการประชารัฐถ้าจะให้ทุกคน งบประมาณไปไม่ได้ จึงต้องหาวิธีการว่าจะทำอย่างไรให้เข้าถึงโอกาส และความเท่าเทียม แต่รัฐบาลได้สร้างโอกาสให้กับทุกคนอย่างเท่าเทียมเพื่อที่จะใช้ประโยชน์อย่างเท่าเทียม ที่ผ่านมาได้ศึกษามามาก และนานแล้วเรื่องของดิจิทัล บล็อกเชน เรื่องเงินคริปโต เพื่อทำความเข้าใจเป็นพื้นฐาน

ส่วนรายละเอียดต้องปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐบาลมีคนเก่งอยู่มาก ร่วมกันพิจารณาว่าจะสามารถทำได้จริงและได้ประโยชน์กับประชาชนหรือไม่ เหมือนกับที่ต่างประเทศทำ ต้องดูถึงความพร้อมในด้านต่าง ๆ การทำตามก็ต้องคอยดูด้วยบางประเทศก็ประสบความสำเร็จ แต่บางประเทศก็ไม่ใช่อาจล้มเหลวบ้าง ยืนยันว่าเราจะต้องไม่ล้มเหลว เนื่องจากเรามีงบประมาณอยู่จำนวนจำกัด เพราะนี่คือความเสี่ยง หลายคนอยากจะได้เหมือนกับต่างประเทศ ซึ่งเราต้องปรับตัวให้พร้อมก่อน

การทำงานตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมาก็เพื่อเตรียมให้เกิดความพร้อมเตรียมประชาชนให้พร้อม รวมทั้งระบบโครงสร้างต่าง ๆ ที่ผ่านมาก็ได้ทยอยใช้มาแล้วโดยเฉพาะในเรื่องของกายภาพ ซึ่งไม่อยากจะคุยว่าเก่งกว่าหรือทำดีกว่า เพียงแต่วันนี้เราพร้อมที่จะทำให้มากขึ้นและดีขึ้นก็กลายเป็นประเด็นเพราะทุกคนแข่งขันกันทั้งหมด แต่จะบอกว่าตนไม่ได้ทำอะไรเลยมันไม่ใช่ บางอย่างอาจจะช้าแต่ก็เกิดขึ้นมาแล้วและมีอนาคตที่ดี

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าการเป็นผู้นำที่ดีจะต้องรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายและต้องเป็นผู้นำในการฝ่าฟันวิกฤตให้ได้ เพราะสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าบางครั้งเข้ามาไม่ใช่เรื่องเดียว ที่ผ่านมาเราไม่ได้ประสบปัญหาแต่เฉพาะในเรื่องของโควิด-19 เรื่องเดียว

เรายังมีสถานการณ์ทางบ้านชายแดนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ตนในฐานะผู้นำต้องกล้าตัดสินใจ ซึ่งก็มีประสบการณ์ส่วนตัวในการตัดสินใจเพราะเคยอยู่ในสนามการสู้รบมา ผ่านประสบการณ์มามากพอสมควรรู้ว่ามันน่าจะเกิดอะไรขึ้นทุกอย่างต้องมีการประเมินสถานการณ์ในอนาคต

“วันนี้อาจจะมีคนดีมากกว่าผมก็ได้ แต่ถามว่าได้มีการคิดในเรื่องการรับมือของปัญหา รวมทั้งเรื่องของอนาคต ถ้าวันนี้เราพูดกันแต่เพียงว่าจะให้ จะแจก อย่างเดียวไม่ได้ หลายคนอยากจะได้รับการช่วยเหลือแบบรวดเร็ว แต่รัฐบาลจะต้องพิจารณาถึงการช่วยเหลือว่าจะให้คนส่วนไหนก่อน ต้องให้คนที่เดือดร้อนมากที่สุด ส่วนจะมากน้อยแค่ไหนต้องดูงบประมาณที่มีอยู่ด้วย จึงมีการทยอยการช่วยเหลือ แต่หลายคนถามว่าทำไมเราไม่ให้ทั้งหมด ซึ่งถ้าคำนวณเป็นตัวเลขแล้ว 50 ล้านคน แค่ให้คนละ 1,000 บาท ก็ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ถ้าไปแจกเงินก็จะทำให้เสียตั้งแต่เด็ก พอโตขึ้นจะคิดไม่ออก ถ้าได้เงินไปตอนนี้ ก็จะไปใช้จ่ายในสิ่งที่อยากจะได้หรืออยากจะใช้เรื่องนี้” พล.อ.ประยุทธ์กล่าวและว่า

“ผมไม่ได้ว่าใครแต่เชื่อว่าเงินจะหมดลงทันที และก็จะเคยชินในวันข้างหน้าต้องได้มากกว่านี้ โดยลืมคิดว่าจะต้องพัฒนาตัวเองอย่างไร ถือเป็นอันตรายที่สุด เชื่อว่าทุกคนชอบใครให้อะไรมาลืมว่าจะทำให้ล่มสลายทั้งระบบแล้วจะเดินต่อไปอย่างไร ผมไม่ได้ไปว่าใคร สิ่งใดก็ตามถ้าทำแล้วดีปลอดภัยผมไม่ขัดข้อง แต่ต้องดูเรื่องของงบประมาณด้วย โดยเฉพาะงบประมาณปี 2567 นั้น ทำไปแล้ว และกำลังทำอยู่ และทำต่อ หลายคนบอกว่าเดี๋ยวทำใหม่ ปรับใหม่ได้แสดงว่าไม่มีความรู้ในเรื่องการจัดทำงบประมาณ” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า คนจะเป็นผู้นำหรือนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีจะต้องรู้และให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้ให้มาก สำนักงบประมาณต้องตอบให้ได้ว่าเรามีเงินพอหรือเปล่ามีการใช้เงินถูกประเภทหรือไม่

ประเทศของเรามีหลายอย่างที่ต้องแก้ไข ซึ่งทำงานคนเดียวไม่ได้ 8 ปีที่ผ่านมาไม่เคยบ่น แต่อยากจะบอกว่ามันยากที่จะทำให้คนทั้ง 70 ล้านคนเข้าใจผมและรัฐบาลยอมรับมันยาก ไปถามทุกคนได้ว่าผมเป็นคนอย่างไรผมฟังทุกคน และไม่ใช่คนบ้าบ้าบอบอไม่ใช่คนที่ใช้อำนาจทุบโต๊ะ หลายอย่างก็อยากจะทุบ แต่ก็ทำไม่ได้ งานทุกงานคนที่เป็นนายกรัฐมนตรีต้องรู้เท่าที่ควรรู้ ไม่ใช่จะเป็นคนวิเศษวิโสหรือเก่งมาจากไหน ถ้าผมเป็นอย่างนั้นคงอยู่มาไม่ถึง 8 ปี ทุกคนมาจากการเลือกตั้งยืนยันว่าผมไม่เคยทะเลาะกันให้เกียรติกับทุกคน แต่ถ้าแยกกันไปแล้วเขาจะทำอะไรก็เป็นเรื่องของเขา

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เพราะทั้งภรรยาและลูกเข้าใจและหากต้องไปต่ออีก 2 ปี ทุกคนก็เข้าใจ สิ่งที่อยากทำวันนี้ถ้าเป็นไปได้อยากไปเดินสวนจตุจักร ซึ่งเชื่อว่ายังมีแฟนคลับเหลืออยู่ อยากไปเดินห้างไปเดินสวนสาธารณะหรือกินกาแฟ สำหรับพรรครวมไทยสร้างชาติวันนี้ถือว่าโอเค ประชาชนตอบรับให้กำลังใจ และได้มีส่วนช่วยแต่งเพลงลุงตู่อยู่ต่อในส่วนเนื้อหาของหมายเลข 22 เนื้อเพลงก็ปลุกใจให้คนในพรรคมีกำลังใจ เชื่อว่าอีกไม่กี่วันก็คงจะกระหึ่มทั้งกรุงเทพฯ

เมื่อถามว่ารอบหน้าทีมเวิร์กของพรรคร่วมรัฐบาลจะไปร่วมกันเหมือนเดิมหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่แน่ใจ เพราะไม่แน่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผลการเลือกตั้งออกมาก็ต้องมาดูคะแนนเสียงว่าใครได้มากใครได้น้อย ถ้าผมได้น้อยก็คงไม่มีใครอยากคบกับผม ส่วนจะได้เท่าไหร่คงตอบยาก

เมื่อถามว่าการเลือกตั้งที่กำลังเกิดขึ้นจะขายของอย่างไรให้คนเลือกคนชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ผมไม่มีของให้ขาย แต่ขายด้วยความจริง ขายแต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้จริงและเกิดขึ้นแล้วที่ทำมาแล้วแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นมาอีก ถ้าใช้คำว่าขายของก็ขายกันทุกวันอยู่แล้ว ถามว่าขายได้หรือไม่ถ้าขายได้ก็ล้มละลาย ขายของแบบนี้คนก็ชอบหมดนั่นแหละ แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือทรัพยากรมีเพียงพอหรือไม่ และคนที่จะได้รับจะมีการพัฒนาได้หรือไม่เขามีความคุ้นเคยกับการใช้เงินขนาดนี้แล้วจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป

เพราะนี่คือทรัพยากรมนุษย์ต้องเจริญเติบโตในสิ่งที่ควรจะเป็นและต้องพัฒนาต่อไป ต้องมีความอดทนเพื่อที่จะเดินหน้าตัวเองให้ได้ก่อน แล้วรัฐถึงจะเข้าไปช่วย ซึ่งสื่อเองก็ต้องช่วยบอกว่าอย่ามองแค่เพียงฉาบฉวยหรือมองแค่ประโยชน์ที่จะได้รับ แต่ต้องบอกว่าทำได้จริงหรือไม่แล้วประเทศจะเป็นอย่างไรคนอื่นจะอยู่ได้หรือไม่ ถ้าต่างคนต่างคิดประโยชน์ของตัวเองทั้งหมดมันไปไม่ได้ไม่มีใครทำได้จะต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง”