ผลไม้
ลาว-จีน ยืดเวลาเปิดด่านถึง 20.30 น. ขบวนรถขนส่งผลไม้ติดแหงกหน้าด่านบ่อเต็น ด้านด่านสากลหูหงิ เวียดนามต้องขยายช่องทางหลังรถติดยาว 3 กม. ใข้เวลาตรวจนาน 1 วัน แนะผู้ส่งออกวางแผนขนส่งช่องทางบกอื่น-เส้นทางอื่น ลดเสี่ยง
วันที่ 13 เมษายน 2566 ฝ่ายเกษตร ประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจวสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเวียงจันทน์, กรุงฮานอย, เมืองหนานหนิง และนครคุนหมิง รายงานว่า ฝ่ายลาวและจีนได้เห็นชอบร่วมกันขยายเวลาปิดด่านในแต่ละวันเป็นเวลา 20.30 น. จากเดิม 18.00 น. เพื่อเร่งระบายรถขนสินค้าจากลาวไปจีนให้ได้มากที่สุด ลดความหนาแน่นของการจราจรที่ด่านบ่อเต็น
ทั้งนี้ การขนส่งสินค้าบริเวณด่านบ่อเต็น สปป.ลาว เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2566 มีรถขนส่งสินค้าขาออกจากลาว จำนวน 807 คัน สามารถตรวจปล่อยได้จำนวน 458 คัน เป็นรถขนส่งสินค้าผ่านแดน จำนวน 169 คัน และรถขนส่งสินค้าเกษตรลาว-จีน จำนวน 258 คัน

โดยมีรถขนส่งสินค้าตกค้าง จำนวน 349 คัน เป็นรถขนส่งสินค้าผ่านแดน จำนวน 96 คัน และรถขนส่งสินค้าเกษตรลาว-จีน จำนวน 253 คัน ส่งผลให้การจราจรบริเวณด่านมีความหนาแน่นมากขึ้น
โดยสถานการณ์รถขนส่งสินค้าตกค้างข้างต้น เนื่องมาจากเป็นฤดูกาลเก็บเกี่ยวและส่งออกสินค้าเกษตร จึงทำให้ที่ด่านมีปริมาณรถขนส่งสินค้ามากกว่าปกติ
ขณะที่ด่านสากลหูหงิ เวียดนาม ก็ได้ดำเนินการเปิดช่องทางให้รถขนตู้เปล่าจากเวียดนามเข้าจีน และรถขนตู้เปล่าจากจีนเข้าเวียดนามผ่านช่องทางสำหรับคนที่เข้า-ออก เพื่อระบายรถขนตู้เปล่าในเวียดนาม และลดความแออัดสำหรับช่องทางนำเข้าและส่งออกรถบรรทุกขนส่งสินค้า
หลังจาก เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2566 มีรถจอดตามข้างทาง ถนนเส้นที่มุ่งหน้าไปยังด่านระยะทางประมาณ 3 กม. (ประกอบด้วยรถขนส่งสินค้าและรถขนตู้เปล่าที่มารับสินค้านำเข้าจากจีน) ทั้งนี้ รถขนส่งสินค้าใช้เวลาในการดำเนินการผ่านด่าน ประมาณ 1 วัน
ปัจจุบัน ด่านโหย่วอี้กวน จีน รถขนส่งสินค้าเข้า-ออกด่าน ประมาณวันละ 1,000-1,200 คัน โดยเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2566 รถเข้าด่านโหย่วอี้กวน 642 คัน รถออกจากด่านโหย่วอี้กวน 516 คัน ขณะที่ด่านโม่ฮาน รถขนส่งสินค้าเข้า-ออกด่านได้ประมาณวันละ 350-400 คัน
ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบสถานการณ์การขนส่งสินค้าผ่านด่านทางบก ณ ปัจจุบัน กับช่วงเดือนก่อนหน้านี้ พบว่า ปัจจุบันการจราจรบริเวณด่านมีความหนาแน่นมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันมีรถขนส่งสินค้าผลไม้จากไทยผ่านด่านโม่ฮาน และด่านโหย่วอี้กวนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งเป็นช่วงที่มีผลไม้ไทยส่งออกมายังประเทศจีนจำนวนมาก จะพบปัญหารถติดสะสมหน้าด่านเพิ่มมากขึ้นอีก ซึ่งเป็นปัญหาที่พบเช่นเดียวกับปีที่ผ่านๆ มา
ดังนั้น ผู้ประกอบการควรพิจารณาช่องทางในการขนส่งสินค้าผลไม้ก่อนการส่งออก โดยอาจกระจายการขนส่งผลไม้ผ่านช่องทางอื่นๆ อาทิ ด่านทางบกด่านอื่น ที่ยังสามารถรองรับการขนส่งผลไม้ได้ เช่น ด่านตงซิง ด่านรถไฟผิงเสียง ด่านรถไฟโม่ฮาน ด่านเหอโข่ว รวมถึงการขนส่งผ่านเส้นทางเรือ เป็นต้น