Skip to content

Market-think : พลิกเกม

29 เม.ย. 2566 | 07:22น.
Market-think : พลิกเกม
คอลัมน์ : Market-think
ผู้เขียน : สรกล อดุลยานนท์

ตอนนี้ไปที่ไหนมีแต่คนชวนคุยเรื่องการเมือง

เพราะใกล้ถึงวันเลือกตั้ง 14 พฤษภาคมแล้ว

คำถามที่เจอมากที่สุด คือ เรื่องพรรคเพื่อไทยกับก้าวไกล

เพราะ 2 พรรคนี้มีกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน

และมีเป้าหมายเดียวกันด้วย

คือ เอาชนะ พล.อ.ประยุทธ์ และพวกให้ได้

เวลาผมติดตามข่าวการเมืองจะชอบคิดตามไปด้วยว่า แต่ละพรรคเขาเล่นเกมกันอย่างไร

และถ้าเราอยู่พรรคนั้นจะแก้เกมอย่างไร

ติดตามการเมืองแบบนี้สนุกดีครับ

อย่างกรณีของพรรคก้าวไกลที่กระแสมาแรงมาก โดยเฉพาะในโซเชียลมีเดีย

คุณเข้าไปในเฟซบุ๊ก ติ๊กต๊อก ทวิตเตอร์

บอกได้เลยว่า “ก้าวไกล” ล้อมไว้หมดแล้ว

คลิกดูทีเดียว อัลกอริทึมของโซเชียลมีเดียจะส่งคลิปอื่น ๆ ของก้าวไกลมาให้เราดูอย่างต่อเนื่อง

เพราะกลุ่มเด็กรุ่นใหม่เขาเป็นหัวคะแนนสำคัญของ “ก้าวไกล”

จะตัดคลิปต่าง ๆ มาลง

ยิ่งยอดวิวสูง ยิ่งมีกำลังใจตัดคลิปใหม่ ๆ มาลง

แต่จะมีผลในโลกแห่งความเป็นจริงตอนลงคะแนนหรือไม่

ต้องติดตามกันวันที่ 14 พฤษภาคม

ในเกมการต่อสู้ระหว่าง “เพื่อไทย-ก้าวไกล” มีกลยุทธ์หนึ่งที่น่าสนใจมาก

คือ การแหวกวงล้อม “ความเชื่อ” ของพรรคเพื่อไทย

ก่อนหน้านี้ “เพื่อไทย” ใช้ความได้เปรียบที่เคยเป็นรัฐบาลมาก่อน ตั้งแต่ยุคพรรคไทยรักไทย

และสร้างปรากฏการณ์ที่เหนือความคาดหมาย

ทำสิ่งที่คนคิดว่าทำไม่ได้ให้กลายเป็นความจริง

ไม่ว่านโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้าน การปราบปรามยาเสพติด ฯลฯ

ตอนที่หาเสียงใหม่ ๆ ทุกพรรคนำเสนอนโยบายต่าง ๆ มากมาย

“เพื่อไทย-ก้าวไกล” ก็เช่นกัน

แต่ “เพื่อไทย” เหนือกว่าทุกพรรค ตรงที่เขาเคยทำมาก่อน และทำสำเร็จ

นโยบายใคร ๆ ก็พูดได้ แต่ที่ทำได้จริง คือ “เพื่อไทย”

นี่คือ แนวทางการหาเสียงของ “เพื่อไทย”

ส่วนพรรคก้าวไกลมีจุดอ่อนตรงที่เขาไม่เคยเป็นรัฐบาลมาก่อน

แม้ว่าตอนทำหน้าที่ฝ่ายค้าน “ก้าวไกล” ทำได้ดีมาก

แต่จะเลือกให้เป็นรัฐบาล คนส่วนใหญ่ไม่มั่นใจ

รู้ไหมครับว่า “ก้าวไกล” พลิกเกมนี้อย่างไร

เขาพลิกเกมด้วยการตั้ง “คำถาม”

สร้างตรรกะในการคิดใหม่

เขาบอกว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ หรือก้าวไกล ในวันนี้ก็ไม่เคยมีประสบการณ์ในสภามาก่อน

แต่ 4 ปีที่ผ่านมา พิสูจน์แล้วว่าคนที่ไม่มีประสบการณ์กลับทำงานได้ดี

ยกระดับการทำงานของฝ่ายค้านอย่างเห็นได้ชัด

การเลือกตั้งครั้งนี้ก็เช่นกัน เขาถูกปรามาสว่าไม่เคยมีประสบการณ์การเป็นรัฐบาลมาก่อน

เขาอาจจะทำได้ดีเหมือนตอนเป็นฝ่ายค้านก็ได้นะ

เป็นการตั้งคำถามฉุกคิดที่น่าสนใจมาก

คนไม่เคยทำ ไม่ได้หมายความว่า “ทำไม่ได้”

อีกคำถามหนึ่งที่ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ใช้ในเวทีดีเบต

พิธีกรถามปัญหาต่าง ๆ ให้ตัวแทนของแต่ละพรรคตอบ

ตอนจบ “ธนาธร” ขึ้นมาตบท้ายว่า ทุกพรรคยอมรับว่าเรื่องต่าง ๆ เป็นปัญหาที่ต้องแก้ไข

เขาตั้งคำถามว่าทุกพรรคบนเวทีเคยเป็นรัฐบาลมาก่อนใช่ไหม

แต่ปัญหาเหล่านี้ก็ยังคงอยู่

มีเพียงพรรคเดียวที่ไม่เคยเป็นรัฐบาล คือ พรรคก้าวไกล

ดังนั้น ถ้าจะแก้ปัญหาเหล่านี้ พรรคไหนคือพรรคที่มีโอกาสแก้ปัญหาได้สำเร็จ

พรรคที่เคยเป็นรัฐบาล

หรือพรรคที่ไม่เคยเป็นรัฐบาล

…คมมาก

เป็นการแปร “จุดอ่อน” ให้เป็น “จุดแข็ง”

ผมไม่รู้ว่าการพลิกเกมแบบนี้จะได้ผลหรือไม่

เพราะในขณะพรรคเพื่อไทย สั่งสม “ความเชื่อ” จาก “ความจริง”

แต่พรรคก้าวไกล สร้าง “ความเชื่อใหม่” จาก “คำถาม”

เป็นกลยุทธ์การพลิกเกมที่น่าสนใจมากครับ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พรรคการเมือง เลือกตั้ง 2566