ชูศักดิ์ หวั่นเพื่อไทยได้ 250 ที่นั่ง แพ้พวกดันทุรัง ต้องเกิน 310 เสียง เท่านั้น
ชูศักดื เพื่อไทย แลนด์สไลด์ต้องเกิน 310 ที่นั่ง หวั่นได้แค่ 250 เจอ ส.ว.ดันทุรัง ตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย
วันที่ 9 พฤษภาคม 2566 นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า 4 เหตุผล ทำไมต้องเลือกเพื่อไทยให้ชนะแบบถล่มทลาย หรือชนะแบบแลนด์สไลด์ ไม่ใช่เพียงชนะเลือกตั้งเท่านั้น 1. การเลือกตั้งครั้งนี้ เขายังมีตัวช่วยจาก ส.ว. 250 คน มาร่วมเลือกนายกฯ กับ ส.ส. 500 คน รวมแล้วหากได้เสียง 376 เสียง ของทั้งสองสภา 750 คน ก็เป็นนายกรัฐมนตรีได้
2. การตั้งเป้าแลนด์สไลด์ ณ เริ่มต้นคือ ได้ ส.ส. เกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนฯ คือเกิน 250 เสียง ซึ่งเป็นหลักประกันว่าเป็นฝ่ายเสียงข้างมากของสภาผู้แทนราษฎร อันเป็นสภาที่จะผ่านกฎหมายและตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล
3. แม้เราจะมีเสียงข้างมากของสภาผู้แทนราษฎร ถ้าเขายังคิดจะเป็นนายกรัฐมนตรีให้ได้ก็อาจจะผลักดันให้ ส.ว. โหวตให้เป็นนายกรัฐมนตรี แม้จะรวมเสียงในสภาผู้แทนได้ไม่ถึง 250 คน ที่เรียกว่าเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย อย่างเช่น รวมเสียงในสภาผู้แทนราษฎรได้เพียง 180 จาก 500 เสียง ใช้เสียง ส.ว. อีก 196 คน ก็เป็นนายกรัฐมนตรีได้ หลังจากนั้นใช้วิธีการนอกระบบ แจกกล้วย หาทางยุบพรรค เพื่อดึง ส.ส. มาเป็นฝ่ายตน การเมืองไทยจะเข้าสู่ยุคมืดอีกครั้ง ไม่มีทางที่จะอยู่ได้ 2 ปี 3 เดือน ก็อยู่ไม่ได้
4. การตั้งเป้าแลนด์สไลด์ ไว้ที่ 250 เสียง จึงอาจใช้ไม่ได้กับพวกดันทุรัง สเลดติดคอ พวกยึดติดอำนาจ จึงต้องการชนะให้มากที่สุด โดยตั้งเป้าหมายไว้ที่ 310 เสียง โอกาสที่จะเกิดรัฐบาลเสียงข้างน้อยจะเป็นไปแทบไม่ได้เลย
ความคิดเรื่องแลนด์สไลด์ จึงไม่ได้เกิดมาเพื่อเอามัน สะใจ อยากชนะ หรืออย่างอื่นใด คิดจากบริบททางการเมืองตามสภาพความเป็นจริงของการสืบทอดอำนาจอันเป็นผลจากรัฐธรรมนูญฉบับโกงเสียเอง การชนะแบบถล่มทลายแลนด์สไลด์ จึงเป็นกลยุทธสำคัญที่จะพาประเทศให้หลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์ หลุดพ้นจากหลุมดำที่คณะรัฐประหารสร้างไว้ และประเทศไทยจะเปลี่ยนแปลงทันที