แห่แต่งชุดไทยเที่ยววัดเชิงท่า นั่งขอบหน้าต่างศาลาวัดพัง
เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า ภายในศาลาคอยท่าภายในวัดเชิงท่า ต.ท่าวาสุกรี อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา มีนักท่องเที่ยวที่แต่งชุดไทยตามรอยแม่การะเกด จากละครบุพเพสันนิวาส ที่กำลังเป็นกระแสดัง เข้ามาท่องเที่ยวและขึ้นไปนั่งขอบหน้าต่างจนพังเสียหาย จึงเดินทางไปตรวจสอบ
พบว่าที่ศาลาคอยท่าซึ่งเป็นศาลาที่สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา อายุหลายร้อยปี มีภาพจิตรกรรมฝาผนังและที่บานประตูรอบๆ ศาลา โดนที่ขอบหน้าต่างด้านที่ติดกับประตูทางเข้าศาลา พบเศษปูนแตกหักกว้างประมาณ 50 ซม. และขอบหน้าต่างที่ทำจากไม้หลุดออกมา
พระมะลิ ธรรมมรโส อายุ 60 ปี พระลูกวัดเชิงท่า กล่าวว่า ศาลานี้ใช้เป็นที่ถ่ายทำละครที่กำลังโด่งดัง เป็นฉากที่การะเกด มาทำบุญกรวดน้ำ ช่วงเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวแต่งกายไทยย้อนยุคเข้ามาท่องเที่ยวตามรอยละครเข้ามาถ่ายภาพจำนวนมาก เหตุการณ์น่าจะเกิดในช่วงวันอาทิตย์ จนมาเปิดศาลาเมื่อช่วงวันจันทร์พบความเสียหาย ตกใจมากรีบทำความสะอาดเก็บกวาดพื้นศาลาที่เศษปูนหล่นลงมา และดันขอบหน้าต่างที่หลุดออกมา อยากฝากนักท่องเที่ยวที่เข้ามาให้ระมัดระวังในการจะจับจะนั่งในบางจุด เพราะศาลา และศาสนสถานเป็นของเก่าแก่ มีความชำรุดอยู่แล้วไปนั่ง ไปจับ ไปปีนป่าย จะเกิดความเสียหายได้ ขอให้ท่องเที่ยวอย่างมีสติด้วย
นางอรชัญญาซ์ ไกรบุตร อายุ 38 ปี ภรรยาวินัย ไกรบุตร ดารานักแสดงชื่อดัง เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่วัดเชิงท่า กล่าวว่า ได้มาเห็นแล้วรู้สึกสะเทือนใจมาก การเข้ามาท่องเที่ยวในวัดซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และวัดในอยุธยาเป็นที่เก่าแก่ มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ต้องเคารพสถานที่ สมควรที่จะถ่ายภาพ เก็บไว้ดู ศึกษาชมความงดงาม มากกว่าที่จะไปจับต้อง หรือไปนั่ง
ด้านนายวิเชียร กิจสนาโยธิน นายช่างโยธาสำนักงานอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า จากการสำรวจความเสียหาย พบในส่วนของปูนที่แตกหลุดออกมา เกิดจากการที่ตัวศาลามีความเก่าชำรุดอยู่แล้ว การขึ้นไปนั่งไปเท้าแขน จึงทำให้เกิดการกดทับปูนเก่าหลุดออกมา การซ่อมแซมจะใช้ปูนหมักซึ่งไม่มีส่วนของซีเมนต์เข้ามาฉาบบริเวณขอบด้านล่างของหน้าต่าง ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน จึงอยากฝากผ่านสื่อมวลชนถึงนักท่องเที่ยว ที่เข้ามาเที่ยวชมตามโบราณ ธรณีประตู ห้ามเหยียบ ให้เดินข้าม ขอบหน้าต่างห้ามนั่งอยู่แล้ว ระมัดระวังกันด้วยเพราะโบราณสถาน และวัดวาอารามต่างๆ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยามีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ มีความสำคัญ เป็นมรดกโลกต้องช่วยกันรักษา ส่วนการดำเนินการติดตามตัวผู้ที่ทำความเสียหายน่าจะลำบาก เพราะช่วงนี้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมาก บางวันถึงวันละ 10,000 คน

ที่มา : มติชนออนไลน์